การเรียนการสอนวิชาศิลปะในปัจจุบัน

วิชาศิลปะเป็นวิชาที่จำเป็นและสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตได้ ดังนั้นศิลปะจึงเป็นสิ่งที่มีการปลูกฝังและถูกนำลงไปใส่ในเนื้อหาวิชาการเรียนที่สำคัญอย่างวิชาศิลปะนั่นเอง

ในอดีตนั้นวิชาศิลปะถือว่าเป็นวิชาที่เปิดโอกาสให้เด็กนั้นได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของตัวเองออกมาด้วยการทำศิลปะในแบบต่างๆ ซึ่งความยากง่ายก็จะไล่ขึ้นมาตามละดับชั้นในการเรียนนั่นเอง  ในอดีตนั้นการเรียนการสอนศิลปะจะเน้นเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยสิ่งที่หาได้จากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ตามะรรมชาติ

เช่น การสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการแต่งแต้มสีโดยการใช้ก้านกล้วยจุ่มสีและทำให้เกดิเป็นผลงานตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันก็อาจจะมีการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยวิธีการนี้อยู่บ้างแต่เชื่อว่าการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้นั้นมีน้อยลงจากเมื่อก่อนอย่างมาก

เนื่องจากในยุคปัจจุบนี้นั้น อุปกรณ์การสร้างสรรค์ได้ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้และผู้ปกครองของนักเรียนในยุคปัจจุบันก็มีกำลังในการซื้ออุปกรณ์ศิลปะที่ดีๆเหล่านี้ด้วย ทำให้รูปแบบการเรียนการสอนอย่างในอดีตนั้นอาจจะเลือนลางและหายไปตามกาลเวลาและยุคสมัยนั่นเอง

นอกจากจะไม่ค่อนนิยมในการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่หาได้ง่ายแล้วนั้น ปัจจุบันจะเน้นการเนียนการสอนศิลปะในไปในทางสร้างสรรค์ด้วยระบบออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์มากกว่าการสร้างสรรค์แบบเดิมๆนั่นเอง หากมองว่าการสร้างสรรค์ศิลปะแบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์นั้นก็อาจจะเป็นการเรียนศิลปะที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

และเป็นประโยชน์กว่าก็อาจจะเป็นเรื่องที่จริง แต่ในทางกลับกันก็อาจจะมองได้ว่า การเรียนรู้ในลักษณะนี้นั้นเป็นสิ่งที่เด็กมีโอกาสที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นและด้วยยุคที่สื่อออนไลน์นั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตคนในยุคปัจจุบันนั่นเอง แต่ในการเรียนรู้อย่างในอดีตนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไป

เพราะการเรียนรู้ศิลปะอย่างในอดีตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้เด็กนั้นได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอย่างเต็มที่มากกว่าการสร้างสรรค์หรือเรียนรู้ศิลปะบนรระบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์มากกว่านั่นเอง เพราะการเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์นั้นเป็นสิ่งที่มีข้อจำกัดต่างๆมากมายและทำให้การเรียนรู้ของเด็กอาจจะถูกจำกัดได้นั่นเอง

ทางที่ดีที่สุดก็อาจจะมีการเรียนการสอนวิชาศิลปะในแบบควบคู่กันไปเพื่อปลูกฝังให้เด็กนั้นได้จินตนาการและปลอดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่และให้เด็กนั้นได้เรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ก้าวทันโลกในยุคปัจจุบันนั่นเอง อย่างไรก็ตามการเรียนการสอนศิลปะนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่เด็กนั้นยังคงต้องเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นต่อๆไปด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

เรียนศิลปะไม่ต้องกลัวตกงาน

ตอนนี้เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากมายแล้วว่า การดำรงชีพทางด้านศิลปะได้ขยายตัวออกไปในทุกแวดวงและก็ทุกกิจการการค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจจำพวกไหนต่างก็จำต้องใช้ผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจด้านศิลป์เป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเป็นตำแหน่งหนึ่ง หรือแผนกหนึ่งของธุรกิจนั้นๆ เพื่อช่วยในเรื่องธุรกิจ ในด้านวิธีขาย หรือ การบริการต่าง ๆ ให้ก้าวไกล น่าสนใจมากขึ้น  

เพราะว่าผู้ที่เรียนทางด้านศิลป์มาชอบเป็นผู้ที่มีความคิดและก็ไอเดียสำหรับในการดีไซน์รวมทั้งรู้จักค้นหาแนวทางล่อใจให้ลูกค้าพึงพอใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือสร้างความพอใจที่จะใช้บริการต่าง ๆ

ที่มีศิลป์สำหรับการเสนอที่ดี โดยยิ่งไปกว่านั้นในกรุ๊ปผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งกันจำนวนมากหลายแบรนด์ยิ่งควรต้องใช้แนวทาง ในด้านศิลปะมาช่วยในการนำเสนอให้ลูกค้าตกลงใจเลือกงานของตัวเองเพิ่มมากขึ้น

ทำให้ในปัจจุบันไปเรียนศิลป์กันเยอะมาก สถาบันต่าง ๆ ก็มีภาควิชาศิลป์ให้เลือกเรียนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน ปริมาณคนเรียนศิลป์มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีจนกระทั่งคนจำนวนไม่น้อยชักเป็นห่วงกันแล้วว่า จบออกไปแล้วอาจจะหางานทำยาก 



เมื่อแวดวงธุรกิจมีความต้องการผู้ที่เรียนจบมาทางศิลปะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเจริญเติบโตของสังคมแล้วก็การแข่งขัน ทำให้ความคิดที่ว่าจะไม่มีงานทำหรือเป็นศิลปินไส้แห้ง เริ่มเลือนหายไป กลายเป็นว่าวิชาชีพศิลป์นั้นก็สามารถหางานทำได้และร่ำรวยไม่แพ้วิชาชีพอื่นๆ เท่านั้นไม่พอพวกเราสามารถเลือกเรียนวิชาชีพศิลป์ได้มากมายหลายสาขาทำให้โอกาสงานมากขึ้นและไม่ต้องแย่งงานกัน



รวมทั้งเนื่องจากแวดวงศิลปะมันกว้างแบบนี้เอง แม้ว่าจะมีคนเรียนศิลป์มากมายขนาดไหนแต่ก็ยังคงมีความต้องการอยู่ ทำให้คนที่จบมาทางสายนี้แทบจะไม่ว่างงานกันเลย อีกทั้งเราสามารถสร้างรายได้ได้หลายช่องทาง เช่น หากทำงานประจำ ก็อาจจะรับงานเสริมในวันเสาร์อาทิตย์

ที่เป็นงานๆ ไป  หรือ ใครที่ไม่ชอบกฎระเบียบ ไม่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก ก็อาจจะเป็นฟรีแลนด์ได้ ฉะนั้นใครที่กลัวว่าเรียนศิลป์แล้ว จบออกไปจะไม่มีงานทำนั้นลืมไปได้เลย 

อาชีพของคนที่จบทางด้านสายศิลป์มามีอะไรบ้าง เรายกตัวอย่างมาให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อาชีพอิสระทำผลงานตัวเองออกมาขาย ช่างฝีมือ นักเขียนภาพตามแมกกาซีนหรือหนังสือ นักออกแบบภายใน นักออกแบบสวน นักคิดโฆษณา นักเขียน เป็นต้น 

นี่เป็นแค่บางส่วนของสายงานด้านนี้ จริงๆ แล้ว ยังมีอาชีพอีกมากที่แตกแยกย่อยออกไปได้อีก ซึ่งหากใครที่กำลังมองหางานด้านนี้ก็ไม่ต้องกลัว หรือใครที่กำลังตัดสินใจที่จะเรียนด้านนี้ไปเลยก็ให้ลุยเต็มที่ และสำหรับผู้ที่กำลังเรียนทางด้านนี้อยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีงาน เพราะว่าวงการนี้มันกว้างมากจริงๆ 

 

สนับสนุนโดย  aesexy

ความอาถรรพ์ของ เมืองซางจี ประเทศไต้หวัน

     ที่ประเทศไต้หวันมีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านต่างพากันพูดว่าเป็นสถานที่อาถรรพ์ที่ไม่มีใครสามารถที่จะมาลบล้างความอาถรรพ์นี้ได้โดยสถานที่แห่งนี้แต่เดิมเจ้าของที่นั้นต้องการก่อสร้างที่พักอาศัย

ซึ่งเป็นบ้านพักแปลกแหวกแนวโดยหวังว่าเมื่อสร้างเสร็จจะมีผู้คนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งลักษณะของการก่อสร้างนั้นจะสร้างที่พักคล้ายๆกับจานบิน และยังมีการออกแบบดีไซน์ที่พักเป็นรูปแบบต่างๆ

ซึ่งแปลกไม่เหมือนใครโดยเจ้าของที่สร้างนั้นหวังว่าจะสามารถขายความแปลกมีได้แต่อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้กับเกิดเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายจนไม่สามารถที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ให้แล้วเสร็จและขายได้ซึ่งว่ากันว่าไม่ว่าจะมีการก่อสร้างอย่างระมัดระวังมากแค่ไหน

แต่ระหว่างที่มีการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุกับคนงานและทุกครั้งที่อื่นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะต้องมีคนงานเสียชีวิตทำให้ระหว่างการก่อสร้างนั้นมีคนงานจำนวนมากที่ต้องตายไปจากการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้หลายครั้งที่เจ้าของได้มีการเปลี่ยนบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างแต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนบริษัทกี่บริษัททุกบริษัทก็มักจะเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันทั้งหมด

และบางครั้งคนงานก่อสร้างที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างต่างก็พากันพูดว่าในช่วงเวลายามค่ำคืนพวกเขามักจะเห็นบ้านทรงประหลาดที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้เคลื่อนย้ายที่ด้วยตนเองลอยไปลอยมาอยู่ในพื้นที่คล้ายๆกับยานบินอวกาศทำให้พวกคนงานก่อสร้างต่างพากันหวาดกลัวและลาออกเป็นจำนวนมาก

เพราะนอกจากจะต้องเจอเรื่องราวประหลาดแล้วคนงานบางส่วนก็ยังต้องเสียชีวิตจากการทำงานก่อสร้างอีกด้วย สำหรับสถานที่ก่อสร้างของหนีเจ้าของพันธุ์ที่ต้องการที่จะสร้างบ้านในรูปทรงแบบใหม่และความต้องการของเจ้าของนั้นหวังว่าหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นบ้านที่พักอาศัยนี้จะสามารถลอยอยู่ในน้ำได้

แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ระยะเวลากี่ปีและมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาก่อสร้างกี่รายการก่อสร้างก็ไม่สามารถแล้วเสร็จได้สักทีจนในที่สุดเจ้าของกิจการก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะก่อสร้างโครงการบ้านในพื้นที่แห่งนี้และปล่อยให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ดินรกร้างว่างเปล่าสิ่งก่อสร้างยังคงหลงเหลืออยู่และเป็นซากปรักหักพังให้เห็นจนถึงทุกวันนี้และชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวนั้นต่างก็พากันหวาดกลัวเรื่องเล่าขานของความอาถรรพ์ของพื้นดินแห่งนี้จนไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามารุกล้ำในพื้นที่ดินดังกล่าวอีกเลย

  และแม้ปัจจุบันนี้กาลเวลาจะผันเปลี่ยนไปนานแค่ไหนก็ตามแต่เจ้าของที่ดินก็ยังคงปล่อยที่ดินดังกล่าวให้รกร้างว่างเปล่าเช่นเดิมและชาวบ้านก็ยังมีการเล่าขานถึงความน่ากลัวของที่ดินผืนนี้และยังคงไม่มีใครกล้าเข้าไปค้นหาความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนสด

วัดบางสะแกนอก 

           สำหรับข้อมูลของวัดบางสะแกนอกนั้นอยู่แถวตลาดพลูในเขตธนบุรี สำหรับข้อมูลของบางสะแกนอกนั้นระบุว่ามีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของกรุงศรีอยุธยาโดยสมัยนั้นถูกปกครองโดยสมเด็จพระไชยราชาธิราช

ซึ่งก่อนหน้านั้นที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีพระมาจำพรรษาอยู่มาวันหนึ่งได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางผ่านมาชาวบ้านเห็นจึงได้นิมนต์ให้พระธุดงค์รูปดังกล่าวนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ ซึ่งนับตั้งแต่พระธุดงค์รูปนั้นได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ก็มีการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอดทำให้วัดนั้นมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

โดยการบูรณะซ่อมแซมวัดนั้นใช้ระยะเวลานานมากแล้วเสร็จอีกทีในช่วงปีพ.ศ  20377 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ก็มีคนมาทำบุญมากยิ่งขึ้นจนมาถึงทุกวันนี้แต่ที่ว่าทางนี้มีตำนานเล่าถึงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้ชาวบ้านต่างก็เรียกหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเจ้าแม่นิยมโดยเรื่องเล่าของเจ้าแม่นิยมนั้นมีการเล่ากันว่าในอดีตนั้น

บริเวณพื้นที่แถวนี้เกิดโรคระบาดขึ้นนั่นก็คือโรคอหิวาตกโรคทำให้มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวที่เธอชื่อว่านางนิยมเธอได้เสียชีวิตจากการติดโรคอหิวาตกโรคและถูกนำร่างมาฝังเอาไว้ที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ผ่านไปหลายปีชาวบ้านได้มีการทำพิธีล้างป่าช้า และเมื่อขุดหลุมฝังศพขึ้นมากับพบว่าศพของนางนิยมนั้นไม่เน่าเปื่อย

ชาวบ้านจึงได้นำร่างของนางนิยมมาเก็บไว้ที่ศาลาโดยทำเป็นโรงแก้วใส่ร่างของนางนิยมเอาไว้หลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพรนับตั้งแต่ชาวบ้านนำร่างของนางนิยมมาไว้ที่ศาลาดังกล่าวก็ทำให้ตกดึกจะมีชาวบ้านบางคนที่เดินผ่านไปมาที่บริเวณหน้าศาลาแห่งนี้พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง

แต่งกายด้วยชุดไทยมายืนอยู่บริเวณหน้าศาลาอยู่บ่อยครั้งหลังจากนั้นเรื่องราวของหญิงสาวชุดไทยก็โด่งดังมากซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีสาวคนดังกล่าวนั้นก็คือนางนิยมนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านต่างก็พามากราบไหว้ขอพรและขอหวยซึ่งแน่นอนว่าทุกคนที่มาขอพรกับนางนิยมนั้นต่างได้

รับพรกันถ้วนหน้าทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนการเรียกขานจากนางนิยมมาเป็นเจ้าแม่นิยมจนถึงปัจจุบันนี้และหากใครก็ตามที่ขอหวยก็จะได้รับเลขเด็ดจากเจ้าแม่นิยมไปซึ่งถ้าหากใครถูกหวยก็จะต้องมาแก้บนกับเจ้าแม่นิยมด้วยการรำให้เจ้าแม่นิยมดูอีกทั้งยังต้องซื้อชุดไทยและซื้อเครื่องประดับสวยๆมาฝากเจ้าแม่นิยมด้วย

ซึ่งปัจจุบันนี้ชื่อเสียงของเจ้าแม่นิยมยังคงมีอยู่และชาวบ้านเองก็ยังมีการพูดถึงเจ้าแม่นิยมว่าบางคืนก็ยังเคยเห็นเจ้าแม่นิยมมายืนเล่นอยู่ที่หน้าศาลาวัดแห่งนี้จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีคนเห็นอยู่ แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านบอกว่าหากวันไหนที่มีคนเห็นเจ้าแม่นิยมมายืนอยู่ที่หน้าวัดแสดงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในหมู่บ้านแถวๆใกล้วัดบางสะแกนอกชาวบ้านจะพากันมาทำบุญเพื่อขอพรให้เจ้าแม่นิยมนั้นช่วยปกปักคุ้มครอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    sa gaming สูตร

ภรรยาตำรวจตัดสินใจลั่นไกจบชีวิตตนเอง 

     ในช่วงนี้ใครๆก็มีความเครียดกันมากนอกจากจะปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจแล้วหนี้สินของแต่ละคนที่มีอยู่ก็ไม่ได้มีเงินเพื่อที่จะเอามาปลดหนี้ของตนเองปัญหาที่ทางรัฐบาลมีการประสานงานกับทางธนาคารเพื่อประนอมหนี้ให้กับลูกหนี้นั้นก็ไม่สามารถดำเนินการได้ดังนั้นช่วงนี้จะมีข่าวเกิดขึ้นบ่อยๆเกี่ยวกับเรื่องของมีคนฆ่าตัวตายเพื่อต้องการหนีหนี้

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภรรยาของนายตำรวจคนหนึ่งซึ่งทางผู้เป็นพ่อของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าลูกสาวน่าจะเกิดความเครียดเรื่องปัญหาหนี้สินจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยเรื่องราวมีอยู่ว่าที่จังหวัดชลบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากนายตำรวจด้วยกันว่าภรรยาของตนเองที่อาศัยอยู่บ้านพักตำรวจได้ก่อเหตุยิงกันเองเสียชีวิต

ซึ่งนายตำรวจคนดังกล่าวแจ้งว่าช่วงตอนที่เกิดเหตุนั้นตนเองได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปนอกบ้านเพื่อไปซื้ออาหารที่ตลาดและเมื่อเดินทางไปถึงตลาดก็พยายามโทรกลับมาหาภรรยาที่อยู่ที่บ้านพักเพื่อจะสอบถามว่าต้องการที่จะให้ซื้ออะไรกลับไปกินบ้างแต่ภรรยาก็ไม่รับสายโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังบอกอีกว่าปกติและพยายามจะเป็นคนตื่นสายอยู่แล้ว

จึงไม่ได้สงสัยอะไรหลังจากซื้อของเสร็จก็กลับไปที่บ้านหลังจากนั้นก็เข้าไปเรียกภรรยาเพื่อจะให้ออกมากินข้าวแต่ปรากฏว่าเมื่อจับร่างภรรยาแล้วพบว่าที่บริเวณศีรษะมีรอยเลือดติดอยู่รวมถึงมีกระสุนปืนตกอยู่ข้างๆกับเตียงนอนของภรรยาและที่มือของภรรยามีอาวุธปืนตกอยู่ใกล้ๆดังนั้นจึงได้มีการโทรตามเพื่อนที่เป็นตำรวจด้วยกันให้มาช่วยดูคดีนี้ให้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นสามีของหญิงสาวคนที่ฆ่าตัวตายนั้น

ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนว่าไม่ทราบปัญหาว่าภรรยามีความเครียดเรื่องอะไรเพราะปกติไม่ค่อยได้คุยกันและอาวุธที่ใช้สังหารตัวเองนั้นก็เป็นของสามีเองซึ่งเป็นอาวุธปืนของการปฏิบัติหน้าที่โดยสามีและวางไว้ในห้องนอนทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนจะมีการตรวจสอบหาสาเหตุการอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือเป็นการฆาตกรรม

       ในช่วงที่สถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องของไวรัสโควิด-19 ยังไม่เรียบร้อยแต่สะกิดก็จะยังไม่ดีขึ้นประชาชนก็จะยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่ยังคงมีอยู่แต่ไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้เพราะบริษัทต่างๆได้ปิดกิจการลงดังนั้นผู้คนตอนนี้ถ้าไม่ฆ่าตัวตายเพราะหนีหนี้ก็มักจะไปเป็นโจรขโมยเพราะทุกคนแทบจะไม่มีเงินในการดำรงชีพกันแล้ว

เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ยังไม่มีแนวทางที่จะมาช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่หาเช้ากินค่ำจึงต้องพบกับความลำบากค่อนข้างมากในปัจจุบันคงต้องรอดูแนวทางของรัฐบาลว่าจะมีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทำงานมีรายได้กันได้อย่างไรบ้าง 

ตำนานเตียวเสี้ยน Diao Chan

           สำหรับตำนานของเตียวเสี้ยนนั้นเป็นตำนานของหญิงสาวที่มีความงดงามและสามารถที่ประวัติศาสตร์ของโลกได้ซึ่งเตียวเสี้ยนนั้นตามตำนานบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่ในตัวละครของหนังสือสามก๊กโดยในเรื่องราวชีวิตของเตียวเสี้ยนนั้นบอกว่าเธอเป็นหญิงสาวที่เกิดมาจากพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนเป็นแค่เพียงคนรับใช้เท่านั้น

ต่อมาได้ถูกขุนนางผู้หนึ่งรับมาเลี้ยง ซึ่ง เตียวเสี้ยน ถูก  อ้องอุ้น นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาวโดยทุกครั้งที่ อ้องอุ้น รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมืองเขาจะเดินออกมาคิดอะไรเพลินเพลินอยู่ในสนามของบ้านและทุกครั้งที่เขาออกมาเดินเขาก็มักจะเจอกับหญิงสาวที่ชื่อ เตียวเสี้ยน อยู่เป็นประจำ

โดยเธอนั้นมักจะร้องไห้ให้เขาเห็นอยู่เสมอซึ่งสาเหตุที่เตียวเสี้ยน ต้องร้องให้นั่นก็เพราะว่าเธอรู้สึกสงสาร อ้องอุ้น อย่างมาก ซึ่งเธอนั้นรัก อ้องอุ้น เหมือนกับเป็นพ่อของเธอเอง และอยู่มาวันหนึ่งขนาดที่ อ้องอุ้น ออกมาเดินเล่นที่สวนนั้นเขาก็ได้เห็นหน้าของ เตียวเสี้ยน

ซึ่งเมื่อเขาเห็นหน้าเตียวเสี้ยน เขาก็อุทานออกมาว่าแผ่นดินมีคนมาช่วยเหลือเราแล้วหลังจากนั้นเขาก็พร่ำสอนเตียวเสี้ยน เกี่ยวกับเรื่องของมันยายหญิงโดยเขาหวังว่าเขาจะส่งเตียวเสี้ยน ไปใช้มารยาหญิงทำให้ ตั้๋งโต๊ะ และลิปโป้แตกคอกัน เอง จนฆ่ากันในที่สุด โดยเขามีมีแผนจะยกเตียวเสี้ยน ให้กับลิโป้ก่อนหลังจากนั้นก็จะยกให้ ตั๋งโต๊ะ

ซึ่งแผนของเขานั้นก็สัมฤทธิ์ผลเพราะทั้งคู่นั้นแตกคอและฆ่ากันเอง ว่ากันว่า เตียวเสี้ยน นั้น ถือว่าเป็นหญิงงามที่ติด 1 ใน 4 ของหญิงงามของจีนแต่เธอนั้นมีความแตกต่างกับหญิงงามอีก 3 คนเป็นอย่างมาก

ซึ่งบางตำนานยังบอกว่าประวัติเรื่องเล่าของเตียวเสี้ยน นั้น อาจจะเป็นอีกแบบนึงนั่นก็คือเธอน่าจะเป็นหญิงรับใช้ในบ้านของลิปโป้หลังจากนั้นเธอก็แอบได้เสียกับตั๋งโต๊ะซึ่งเธอนั้นต้องไปเป็นอนุภรรยาของเขา หลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอมักจะคิดว่าแท้ที่จริงแล้วเตียวเสี้ยน ก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงแพศยาคนหนึ่งที่ใช้ความสาวและความสวยหลอกล่อทำให้บ้านเมืองนั้นล่มสลายได้

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ออกมายกย่องสรรเสริญเตียวเสี้ยน ว่าเธอนั้นสามารถใช้ความสวยและความรู้ความสามารถของเธอทำให้บ้านเมืองนั้นกลับมาสงบสุขได้ อีกทั้งยังมีการยกยอเธอด้วยว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก

ที่สามารถทำตามความต้องการของบิดาของเธอและไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นต่างบ้านต่างเมือง ซึ่งเตียวเสี้ยนไม่ได้มีดีแค่เพียงความงามเท่านั้นเพราะเมื่อเธอต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเธอก็ใช้ความรู้ทักษะความฉลาดของเธอที่มีอยู่แก้ไขปัญหาเอาตัวรอดของเธอมาได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์

หมู่บ้าน บรามช็อทท์ประเทศอังกฤษ

          ถ้าคุณไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษแล้วอยากผจญภัยอยากรู้ว่าเมืองไหนมีผีเฮี้ยนเยอะมากที่สุดชาวบ้านคงจะบอกคุณว่าเมืองที่มีผีเฮี้ยนมากที่สุดคือเมือง  Pluckley แต่จริงๆแล้วถ้าคุณเดินทางผ่านหมู่บ้านนี้ไปอีกหน่อยคุณจะไปเจอหมู่บ้าน Bramshott ซึ่งจะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน Pluckleyเพียงแค่ 90 นาทีเท่านั้น

ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความเฮี้ยนของผีไม่แพ้กันซึ่งหมู่บ้าน  Bramshottอยู่ในเมือง Haslemere  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ก่อนปี 1086 ส่วนตำนานน่ากลัวที่ทำให้ หมู่บ้าน Bramshottมีตำนานที่น่ากลัวเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 1700 ที่ หมู่บ้าน Bramshott จะมีโรงแรมอยู่โรงแรมหนึ่งชื่อเซเว่นทอน

ซึ่งโรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องของความน่ากลัวมากเนื่องจากว่าเป็นโรงแรมที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งเหตุการณ์ฆาตกรรมและ และอาชญากรรม หลายเหตุการณ์ต่อเนื่อง แน่นอนว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกี่ยวคนตายเยอะแยะมาก และนอกจากจะมีวิญญาณผีในโรงแรม เซเว่นทอนแล้ว ที่ หมู่บ้าน Bramshott แห่งนี้

ยังมีผู้คนต่างก็พูดถึงวิญญาณผีตามจุดต่างๆภายในหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายหลังจากที่เธอตายแล้ววิญญาณของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณจุดที่เธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายซึ่งมีชาวบ้านพบเห็นเธออยู่บ่อยครั้งหรือจะเป็นวิญญาณของเด็กชายคนหนึ่ง

ซึ่ง เขามีชื่อว่าฟุตบอยเขาเป็นวิญญาณของผีเด็กซึ่งเขาเสียชีวิตตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กโดยผู้คนมักจะเห็นฟุตบอยนั้นปีนต้นไม้เล่นอยู่ในช่วงยามค่ำคืนหรือแม้แต่บางคืนหากใครเดินผ่านไปผ่านมาตรงบริเวณที่ฟุตบอยเสียชีวิตพวกเขาเหล่านั้นก็จะเห็นวิญญาณของฟุตบอยเดินเป่าขลุ่ยไปตามท้องถนนเส้นที่เขาเสียชีวิตนั่นเอง

อีกทั้งวันดีคืนดีไม่ใช่จะเห็นแค่เพียงฟุตบอยคนเดียวเท่านั้นแต่บางครั้งก็จะมีวิญญาณของวัวสีขาวเดินมาคู่กับวิญญาณของฟุตบอยอีกด้วยซึ่งเสียงขลุ่ยที่ฟุตบอยเป่านั้นจะมีความไพเราะเป็นอย่างมาก 

           อย่างไรก็ตามนี่คือตำนานของ หมู่บ้าน Bramshott ที่ว่ากันว่ามีเรื่องราวน่ากลัวเกี่ยวกับเรื่องของผีของประเทศอังกฤษมากที่สุดซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษก็ลองไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเหล่านี้การดูได้นะคะ ถึงแม้เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

แต่ชาวบ้านก็ยังคงมีการพูดถึงกันอยู่และยังมีการเล่าขานให้ลูกหลานได้ฟัง ถึงความน่ากลัวของวิญญาณต่างต่าง ที่ต่างก็เสียชีวิตก่อนเวลาอันควร แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น เพราะตอนนี้ไม่มีใครพบเห็นวิญญาณเหล่านั้นอีกแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ตำนานวัดดะมะยานจี้

             ที่ประเทศพม่ามีวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศถูกสร้างขึ้น ในเขตพื้นที่ของเมืองพุกามเลยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนานและมีหลักฐานจากพงศาวดารว่ามีการสร้างเอาไว้มานานเกือบ 200 ปีมาแล้ว

ซึ่งสถานที่แห่งนี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนั้นเดินทางมาเที่ยวที่นี่กันโดยถ้าหากไปท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์ก็จะมีรายชื่อวัดแห่งนี้รวมอยู่ในกลุ่มที่ทางเจ้าหน้าที่ทัวร์จะพานักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและกราบไหว้ขอพรซึ่งวัดแห่งนี้มีตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างวัดกว่าจะมาเป็นวัดแห่งนี้โดยระบุว่าวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามความต้องการของพระเจ้านะระตู

ซึ่งพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองประเทศพม่าอยู่ในสมัยนั้นนั่นเองด้วยการปกครองของพระองค์นั้นเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศักราช  1167 จนถึงคริสต์ศักราช 1170   ในระหว่างที่พระองค์ขึ้นครองราชย์นั้นมีบันทึกและมีการพูดถึงเกี่ยวกับประวัติการครองราชย์ของพระองค์ด้วยว่าพระเจ้านะระตู ขึ้นครองราชย์มาด้วยการแย่งชิงบัลลังก์

โดย พระเจ้านะระตูได้มีการสังหารพ่อของตนเองและพี่ชายของตนเองกว่าจะได้บัลลังก์นี้มาครอบครองแล้วเมื่อได้ขึ้นครองราชย์กลายมาเป็นพระเจ้านะระตูเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความที่พระองค์นั้นรู้สึกผิดกับสิ่งที่พระองค์ได้กระทำในการสังหารพ่อและพี่ชายของตนเองทำให้พระองค์นั้นในสร้างวัดนี้ขึ้นมาก็คือวัด ดะมะยานจี้

โดยชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่าสาเหตุที่พระเจ้านะระตูสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าพระองค์นั้นต้องการที่จะใช้วัดแห่งนี้ช่วยลดความรู้สึกผิดในใจและความรู้สึกบาปที่พระองค์รู้สึกอยู่ซึ่งพระองค์ได้มีการสั่งให้สร้างวัดแห่งนี้ให้มีความสวยงามและใหญ่โตมากที่สุดในพุกามอย่างไรก็ตามมีการระบุถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของพระองค์ว่าในช่วงที่ พระเจ้านะระตูขึ้นครองราชย์

และกำลังสั่งให้ทหารเร่งก่อสร้างวัด ดะมะยานจี้แห่งนี้อยู่นั้นพระองค์ได้ถูกคนอินเดียกลุ่มหนึ่งแอบลักลอบเข้ามาทำการปลงพระชนม์พระองค์นั้นเสียชีวิตอย่างไรก็ตามหลังจากพระองค์เสียชีวิตไปแล้ววัดนี้ก็ยังคงสร้างต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการที่พระเจ้านะระตูต้องการลักษณะของตัววัดนั้นมีความคล้ายคลึงกัน

วัด อานานดาพะย่ะซึ่งวัดแห่งนี้ก็ถูกสร้างเอาไว้ในเมืองพุกามเป็นอีกวัดหนึ่งซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้วัดใดๆเลยทีเดียวความแตกต่างของวัดแห่งนี้มีการนำเอาก้อนอิฐเข้ามาไว้ภายในวัดแล้วนำมาปิดทับภายในตัววัดไว้ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะอะไรปัจจุบันนี้ที่วัดแห่งนี้จะสามารถเข้าได้แค่เพียงเฉพาะบริเวณมุกทั้ง 4 และยังมีระเบียงภายนอกเท่านั้นส่วนที่เหลือนั้นจะไม่สามารถเข้าไปได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

         สำหรับวันเข้าพรรษานั้นเป็นวันสำคัญเกี่ยวเนื่องกับทางพระพุทธศาสนาซึ่งในวันดังกล่าวนั้นจะตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 สำหรับกิจกรรมวันเข้าพรรษานั้นก็คือชาวบ้านจะพากันมาทำบุญที่วัดเพื่อรับพรและนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระสงฆ์จะต้องจำพรรษาอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น

จะไม่สามารถไปจำพรรษาด้านนอกหรือไปเดินทางธุดงค์ได้ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะตรงกับฤดูฝนอีกด้วยในสมัยโบราณอาการนั้นจริงๆแล้วไม่มีวันเข้าพรรษาแต่เนื่องจากว่าพระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในช่วงฤดูฝนเพราะในสมัยก่อนชาวบ้านฉันประกอบอาชีพทำไร่ไถนาและเมื่อพระสงฆ์เดินทางไปธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆก็จะย่างไปในไร่นาของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนพืชพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ฝนตกมีน้ำเยอะพระพุทธเจ้าจึงเล็งเห็นว่าทั้งชาวบ้านเองและพระสงฆ์ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนในช่วงฤดูฝนดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้มีการจัดวันเข้าพรรษาขึ้นมาโดยระบุให้พระสงฆ์นั้นไม่ต้องออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาข้างนอกให้จำพรรษาอยู่ที่วัดเท่านั้นเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั่น

ก็คือจนกว่าจะหมดฤดูฝนนั่นเองและชาวบ้านก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่พระสงฆ์เดินย่ำเข้าไปในไร่ในนา และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อถึงกำหนดเข้าหน้าฝนหรือเมื่อครบถึงแรม 1 ค่ำเดือน 8 พระสงฆ์ก็จะต้องทำพิธีเข้าพรรษาและจะออกพรรษาได้เมื่อครบ 3 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดประมาณวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 

         ในปัจจุบันนี้วันเข้าพรรษาจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยถือว่าเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาและในช่วงวันเข้าพรรษานั้นพระสงฆ์จะเผยแพร่พระพุทธศาสนาอยู่ภายในบริเวณและเท่านั้นจะไม่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้ไม่ว่าจะมีความจำเป็นมากแค่ไหนก็ตาม

แต่หากว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จำเป็นต้องไปนอนค้างที่อื่นเหตุผลที่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้จะมีแค่เพียงการที่พระสงฆ์เจ็บป่วยและต้องไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลหรือการที่บิดามารดาของพระสงฆ์นั้นเจ็บป่วยพระสงฆ์จำเป็นต้องไปเฝ้าดูอาการป่วยของพ่อและแม่มีกรณีที่ชาวบ้านนั้น

มานิมนต์ให้พระสงฆ์เดินทางไปบำเพ็ญกุศลพื้นที่อื่นแต่การเดินทางไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นโดยระบุว่าสามารถไปค้างที่อื่นได้ไม่เกิน 7 วันและถ้าหาพระ 2 องค์ไหนที่ไปค้างที่อื่นเกิน 7 วันก็จะถือว่าพระสงฆ์องค์นั้นสิ้นสุดการเข้าพรรษาทันที  ในช่วงของการเข้าพรรษานั้น จะเป็นช่วงพระสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปเผยแพร่พระพุทธศสานา นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ศิลปะยุคหินและการพัฒนาสังคมผู้คน

อย่างที่รู้กันว่างานศิลปะมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยผู้คนดังกล่าวมีการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอยู่อาศัยสิ่งหนึ่งที่สำคัญและถูกถ่ายทอดออกมาในยุคแรกๆนั้นคืองานศิลปะต่างๆ อย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆในยุคแรกๆไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานทางด้านศิลปะมีเพียงแค่การจดบันทึกเรื่องราวบนฝาผนังเพียงเท่านั้นใช้ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ

ที่มาจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหิน ดิน ทราย เลือด กระดูก สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาจดบันทึกไว้บนฝ่ากำแพงซึ่งในยุคปัจจุบันก็เห็นศิลปะมากมายที่เกิดจากยุคหินต่างๆเพราะผู้คนในยุคหินมีวิวัฒนาการในการจดเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะพวกผู้คนในยุคปัจจุบันสามารถศึกษาประติมากรรมก่อนยุคประวัติศาสตร์ได้หรือร่องรอยเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้นก่อนอย่างไร

ก็ตามสังคมของผู้คนในยุคหินนั้นมีเพียงการล่าสัตว์และอยู่กันเพียงสังคมเล็กๆ เท่านั้นอาศัยอยู่ในถ้ำ ทุกคนต่างมีการเอาชีวิตรอดโดยการล่าสัตว์ต่างๆนำมารับประทานอาหารหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการอยู่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือเท่านั้นอย่างไรก็ตามยุคสมัยในยุคปัจจุบันก็มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆ

หรือขั้นค้นพบศิลปะต่างๆที่เกิดจากชนชาติหรือมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ผู้คนในยุคนั้นมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในสถานที่ต่างๆเหล่านั้น

เนื่องด้วยความกลัว ความหวาดระแวง หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความต้องการเอาชีวิตรอดทำให้ผู้คนต่างๆมีศรัทธาในผู้ที่เหนือกว่าตนเองและก็คือพระเจ้า หลักฐานใดบ่งบอกว่าผู้คนในยุคต่างๆมีศรัทธาในการทำงานเกี่ยวกับงานศิลปะเพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่คุ้มครองตัวเอง ศิลปะต่างๆเหล่านี้ถูกถ่ายทอดโดยการเขียนใส่ฝาผนังและมีอีกมากมายหลายสิ่งไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักการขูดขีดหรือการสร้างงานศิลปะโดยความบังเอิญ

แต่อย่างไรก็ตามความบังเอิญคือสิ่งที่มนุษย์มีการพัฒนาอยู่เสมอเพราะบุคคลต่างๆมีการแสวงหาแหล่งอาหาร หรือสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลาการต่อสู้เรื่องจดบันทึกให้กำลังใจทุกคนในยุคต่อมามีความคิดว่า หากมีการส่งต่อเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นความเชื่อศรัทธาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของธรรมชาติในละแวกนั้นก็จะสามารถทำให้มนุษย์ในยุคต่อมามีชีวิตรอดได้

จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการสืบค้นข้อมูลต่างๆและแบ่งยุคหินเป็น 3 ยุค ไม่ว่าจะเป็นหินเก่า หินกลาง ในยุคหินใหม่ ยุคหินต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกสืบค้นอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างมีความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยุคต่างๆที่เพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆ

การสร้างสังคมหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ งานศิลปะต่างๆมีการส่งต่อที่ง่ายเพราะสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายเมื่อคืนนี้เองจึงเป็นสาเหตุว่างานศิลปะต่างๆที่ถูกผลิตออกมามากมายในแต่ละยุคสมัยพัฒนารูปแบบในการอยู่อาศัยหรือการดำรงชีวิตของมนุษย์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ