ตำนานความรักของ Romeoกับจูเลียต

          นี่ก็เป็นอีกเรื่องราวที่มีการเล่าขานสืบต่อกันมาเกี่ยวกับเรื่องของความรักที่ไม่สมหวังของหนุ่มสาวคู่หนึ่งเนื่องจากว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ถูกกันแต่เรื่องเหล้านี้ไม่ได้พูดถึงว่าเป็นเรื่องจริงของใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่เพียงแต่ว่ามีการนำมาสร้างเป็นบทประพันธ์เอาไว้ของ เชคสเปียร์

แต่แท้ที่จริงแล้วตำนานนี้อาจจะเคยมีจริงอยู่ก็ได้เพราะเรื่องราวความรักของคนหนุ่มสาวนั้นในสมัยโบราณหากมีปัญหาเรื่องของฐานะมาเป็นตัวเปรียบเทียบส่วนใหญ่ก็มักจะไม่สมหวังไม่ว่าจะเป็นความรักของคนไทยหรือคนต่างประเทศก็มักจะถูกกีดกันจากคนในครอบครัวโดยหวังว่าลูกหลานของตนเองนั้นจะได้พบกับคนรวยและมีฐานะเท่าเทียมกัน

อย่างเรื่องราวตำนานความรักของโรมีโอกับจูเลียตนี้เป็นเรื่องราวของคนสองตระกูลที่ไม่ถูกกันถึงแม้จะมีฐานะร่ำรวยด้วยกันทั้งคู่ก็ตามโดยฝ่ายชายนั้นเป็นคนรูปหล่อรวยชื่อว่า Romeo ซึ่งครอบครัวของเขานั้นนามสกุลมอนตาคิวในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นชื่อ Juliet ซึ่งเธอเป็นหญิงสาวที่สวยงามอ่อนหวานโดยนามสกุลของเธอนั้นคือคาร์ปุเลต

และอย่างที่ได้ผลตั้งแต่ตอนต้นก็คือตั้ง 2 สกุลนั้นไม่ถูกกันทำให้ถึงแม้ว่าทั้งคู่นั้นจะพบรักกันและอยากอยู่ด้วยกันมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้เนื่องจากว่าจะถูกคนในครอบครัวของทั้งคู่นั้นกีดกันจนในที่สุดก็หาทางออกด้วยการที่จะหนีตามไปอยู่กับ Romeo โดยเธอได้ไปปรึกษากับบาทหลวงคนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ

และครอบครัวของคนที่เธอรักดวงจึงได้มีการให้เธอดื่มยาพิษซึ่งยาดังกล่าวนั้นเป็นยาพิษที่ไม่มีอันตรายเพียงแค่ต้องการให้เธอแกล้งตายเท่านั้นโดยยาพิษชนิดนี้หากดึงเข้าไปแล้วจะทำให้ไม่มีลมหายใจไปซักระยะหนึ่งหลังจากนั้นก็จะฟื้นขึ้นมาดังนั้นจะเรียกถึงไม่มีการตัดถามว่าเธอนั้นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เธอไม่สมหวังกับโรมิโอและเธอก็ดื่มยาพิษให้กับคนในครอบครัวของเธอเห็น

โดยที่เธอไม่ได้ปรึกษาหรือบอกรักกับโรมิโอเลยว่าเธอจะทำเรื่องอะไรดังนั้นเมื่อเรามีโอรู้เรื่องว่าจูเลียตนั้นดื่มยาพิษฆาตัวตายทำให้ Romeo เสียใจมากที่สาวคนรักนั้นตายจากไปดังนั้น Romeo จึงไปที่โรงศพของจูเลียตหลังจากนั้นเขาก็นำปืนที่พกติดตัวเอาไว้มายิงตนเองตายอยู่ข้างศพของจูเลียตนั่นเองและเมื่อ Furious ตื่นขึ้นมาจึงได้พบว่า Romeo นั้น

ฆ่าตัวตายตามเธอไปแล้วทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากที่ชายคนรักของเธอจากไปจากความเข้าใจผิดเธอจึงได้ใช้มีดแทงไปที่หัวใจของเธอหวังจะตายตามชายคนรักของเธอไปนั่นเองซึ่งนี่ก็คือตำนานความรักที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะว่าเป็นความรักของหนุ่มสาวที่ไม่สมหวัง

 

สนับสนุนโดย  สล็อตออนไลน์ Gclub

วงการกล้องฟิล์มเข้าแล้วออกยาก

กล้องฟิล์มเป็นสิ่งที่ใช้บันทึกความทรงจำออกมาเป็นลักษณะรูปภาพหรือที่เราเรียกกันว่ารูปถ่าย เรามักจะใช้กล้องฟิล์มบันทึกช่วงเวลาที่เราประทับใจในช่วงนั้นๆและทำการล้างออกมาเป็นรูปภาพเพื่อเก็บไว้ในกล่อง

กระเป๋าตังค์หรือแม้แต่ติดข้างฝาบ้าน ซึ่งในสมัยก่อนการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ถือว่าเป็นสิ่งที่คลาสสิคมากและเป็นที่นิยมมากสำหรับวัยรุ่นและคนในสมัยนั้นและกล้องฟิล์มยังคงเป็นกระแสและมาได้รับความนิยมย่างมากในช่วง3-5ปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากมีดารานักแสดงหลายคนที่หันมาเก็บภาพความทรงจำด้วยกล้องฟิล์มทำให้คนทั่วไปนั้นจึงหันมาเล่นกล้องฟิล์มด้วยเช่นกัน 

ด้วยเหตุนี้ทำให้วงการกล้องฟิล์มนั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนี้และที่หลายๆคนได้บอกว่าวงการกล้องฟิล์มนั้นเข้าและวออกยากต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องจริงที่สุดและสำหรับคนที่อยากลองนั้นต้องของเตือยเลยว่าเข้ามาแล้วออกยากจริงๆดังนั้นควรจะมีการคิดและตัดสินใจให้ดีก่อนเข้าวงการนี้นั่นเอง

อินกับความคลาสสิคและฟีลลิ่งของรูปถ่าย เป็นสิ่งแรกที่เมื่อเข้าวงการกล้องฟิล์มแล้วยากที่ออกไปได้ ก็คือฟีลลิ่งของรูปภาพที่ได้จากการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มนั่นเอง โดยรูปภาพที่ได้นั้นจะแตกต่างจากรูปภาพดิจิตอลโดยสิ้นเชิงเป็นสิ่งที่คนในวงการกล้องฟิล์มนั้นทราบกันดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการใช้เลนส์หรือกล้องฟิล์มที่มีคุรภาพดี

แค่ไหนแต่ในเรื่องฟีลลิ่งนั้นก็ยังคงเป็นฟีลลิ่งกล้องฟิล์มอยู่ดีนั่นเอง ทำให้คนที่เขาวงการนี้นั้นมักจะอินกับฟีลลิ่งอย่างมาก เพราะกล้องดิจิตอลไม่ว่าจะแต่งอย่างไรก็ไม่สามารถอต่งได้เหมือนกล้องฟิล์มจริงๆนั่นเอง จึงเป็รเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนนั้นออกจากวงการนี้ไม่ได้

การใช้เวลาและการรอคอย การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลนั้นในปัจจุบันเราสามารถที่จะถ่ายและดึงรูปใส่ในมือถือได้เบยในทันที แต่กล้องฟิล์มนั้นเราจะต้องใช้เวลาในการรอคอยเพราะในการล้างจะต้องใช้เวลาหลายวันซึ่งแล้วแต่สถานที่ที่เรานั้นส่งไปล้างนั่นเองโดยอย่างเร็วที่สุดก็ประมาณ2-3วัน ถึงแม้การล้างนั้นจะค่อนข้างเร็ว

แต่ระยะเวลาในการถ่ายนั้นเราจะต้องมีการถ่ายให้ครบ36-37รูปหรือการถ่ายให้ฟิล์มหมดม้วนโดยที่เรานั้นจะไม่สามารถเห็นรูปที่เราถ่ายได้เลยนั่นเอง ทำให้การรอคอยรูปนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีความตื่นเต้น ด้วยการรอคอยนั่นเองทำให้ชีวิตเรานั้นดูมีกิมมิคขึ้นทำให้หลายคนชอบและรู้จักที่จะรอและเป็นสิ่งที่ทำจนเคยชินและออกจากวงการนี้ได้ยากเช่นกัน

สามารถนำไปสร้างรายได้ได้ในอนาคตเนื่องจากรูปภ่ายจากฟิล์มนั้นถึงแม้จะนิยมเก็บรูปเป็นไฟล์ในปัจจุบันแต่ด้วยความเป็นรูปฟิลืมทำให้ยังคงความคลาสสิคอย฿เสมอ จึงทำมห้ถ้าหากวันหน่งรูปมีอายุผ่านไปสัก5-10ปีรูปภาพเหล่านั้นจะสามารถนำไปสร้างรายได้ให้เราได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub

10สิ่งที่คนโบราณไม่ให้ทำ

1.คนโบราณเชื่อว่าถ้าเคาะจานชามในเวลากินข้าวจะทำให้จะทำให้ภูตผีปีศาจมานั่งทานด้วย เพราะถ้าเราเคาะจานชามผีจะนึกว่าเราเรียกเขาไปกินข้าวด้วย  แต่ความจริงแล้วที่คนโบราณพูดอย่างนี้ก็เพราะเตือนให้เราไม่เคาะจานชามเพราะจะทำให้จานชามถ้วยแตก

2.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าร้องเพลงตอนทานข้าวจะทำให้มีสามีแก่ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนพูดต่อต่อกันมาเช่นนี้ก็เพราะน้ำลายของเราอาจจะกระเด็นไปเข้าการที่คนอื่นกำลังทาน

3.คนในอดีตโบราณเชื่อว่าถ้าปลูกเรือนคร่อมตอจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับครอบครัวเพราะอาจจะมีผีสางเทวดาสิงอยู่ก็เป็นได้

4.คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าแมวดำกระโดดข้ามโลงศพจะทำให้คนที่เสียชีวิตนั่นกลายเป็นผีเร่ร่อน แต่ความจริงแล้วเป็นการไม่ให้เกียรผู้ตาย

5.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าปืนต้นไม้ตอนกลางดึกจะทำให้ภูตผีวิญญาณมานำร่างเราไปอยู่ด้วยแต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนบอกเช่นนี้ก็เพราะมันมืดเราอาจจะตกลงมาหรือกกกิ่งไม้หักก็เป็นได้

6.คนโบราณเชื่อว่าถ้าผู้หญิงผิวปากจะทำให้ผีมาตบปากเอาได้หรือกับลูกของเรา แต่ความจริงคือการที่ผู้หญิงผิวปากจะทำให้ดูไม่มีมารยาท

7.คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าคนที่กำลังตั้งครรภ์ไปดูคนอื่นคลอดลูกจะทำให้

คนที่กำลังคลอดลูกคลอดไม่ได้ เพราะเด็กที่กำลังจะคลอดอายเด็กที่อยู่ในท้องของผู้หญิงอีกคน แต่ความจริงก็คือที่คนโบราณเกรงว่าถ้าแม่เด็กที่กำลังตั้งครรภ์มาเห็นแล้วจะกลัวไม่กล้าจนไม่กล้าคลอดลูก 

8.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าร้องเพลงตอนที่อยู่ในห้องครัวจะทำให้มีสามีแก่และภรรยาแก่ทุกคนถึงไม่นิยมร้องเพลงตอนที่อยู่ในห้องครัวเพราะกลัวจะได้สามีแก่ นั้นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วคนสมัยก่อนอยากให้เราไม่ร้องเพลงเพราะน้ำลายอาจจะมาโดนจานข้าวหรืออาหารนั่นเองค่ะ

9.คนโบราณเชื่อว่าถ้าเล่าฝันร้ายของเราตอนกินข้าวจะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น และการที่เราเล่าเรื่องฝันของเราให้คนอื่นฟังน้ำลายของเราอาจจะกระเด็นไปเข้าจานข้าวของคนอื่นได้และสามารถทำให้เราสำลักได้ด้วยเช่นกัน วิธีแก้ไขก็คือให้เราฝันดีของตัวเองและกินข้าวไปด้วยจะเป็นการแก้ไขที่เราเล่าฝันร้ายของเราไปและทำให้ฝันดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทนฝันร้าย

10.คนอดีตสมัยโบราณเชื่อว่า ถ้าซักผ้าและตากผ้าในวันที่เผาศพจะทำให้คนตายมาขโมยวิญญาณของพวกเราค่ะแต่ความจริงแล้วคนอดีตสมัยโบราณต้องการ ให้เราไปช่วยในการเผาศพของผู้ตายเพื่อเป็นการให้เกียรติเขา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat

ตำนานเจ้าแม่หนี่วา

         เจ้าแม่หนี่วา เป็นเทพธิดาที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่าคนเราเกิดขึ้นมาได้เพราะการดลบันดาลของเจ้าแม่หนี่วาโดยเชื่อกันว่าในสมัยดึกดำบรรพ์นั้นมีเทพธิดาที่ชื่อว่าเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ซึ่งตัวเจ้าแม่เองนั้นมีรูปร่างลักษณะด้านบนเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างสวยงาม

ส่วนท่อนล่างตั้งแต่เอวลงมานั้นมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับมังกรเมื่อเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมายังโลกมนุษย์ก็เห็นว่าบนโลกมนุษย์นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากแต่เมื่ออยู่ไปนานๆเข้าเกิดความรู้สึกเงียบเหงาจึงได้นำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปร่างของมนุษย์แล้วเสกสรรให้ดินเหนียวนั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ขึ้นมาโดยเทพธิดาหนี่วานั้น

ได้มีการนำเม็ดทรายสีดำมาใส่เป็นปากและมีการวาดตาและเจาะหูทำให้มนุษย์มีรูปร่างสวยงามโดยเทพธิดาหนี่วายังมีการปั้นมนุษย์ออกเป็นชายและหญิงเมื่อเทพธิดาหนี่วาเห็นว่ามนุษย์ที่ปั้นมานั้นมีความน่ารักสวยงามจึงได้มีการปั้นอีกหลายๆคนขึ้นมาแต่เนื่องจากว่าปั้นมานานแล้วรู้สึกเหนื่อยจึงได้ใช้เถาวัลย์ นั้นจุ่มลงไปในดินเหนียว

แล้วสะบัดซ้ายทีขวาทีหลังจากนั้นดินเหนียวที่กระเด็นขึ้นมาก็เกิดเป็นมนุษย์ขึ้นซึ่งแต่ละคนก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไปบางคนก็มีความสวยงามบางคนก็มีความคิดเลวขี้เหร่ตามแต่การกระเด็นของดินเหนียว เทพธิดานี่หว่าไม่มีการสอนให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์และใช้ชีวิตร่วมกันด้วยการสอนการเพาะปลูก

การล่าสัตว์มนุษย์นับตั้งแต่นั้นมาก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแต่เราอยู่มาวันหนึ่งท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ซึ่งสาเหตุนั้นมีจากมีเทพ 2 องค์ทะเลาะกันโดยเกิดจากเทพไฟและเทพน้ำทะเลเกิดการต่อสู้กัน เสาที่เคยค้ำโลกไว้พังทลายลง ไฟลุกโชนมอดไหม้ อุกาบาตรตกลงมายังมนุษย์โลก ทำให้แผ่นดินทั้งเก้าเกิดการแตกแยกออกจากกันรวมถึงมีเหล่าปีศาจร้ายและสัตว์ดุร้ายต่างๆออกมาทำร้ายมนุษย์โลก

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เจ้าแม่นี่หว่ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เห็นมนุษย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประเทศ 2 องค์ทะเลาะกันเจ้าแม่หนี่วาจึงได้นำหิน 5 สีมาหลอมรวมกันแล้วนำไปอุดที่รอยรั่วของฟ้าโดยใช้พลังทั้งหมดที่มี จนตนเองสูญเสียพลังไปมากในเมื่อท้องฟ้ากลับคืนสู่สภาพปกติ

และด้วยเจ้าแม่หนี่หว่ากลัวว่าเมื่อเวลาผ่านไปท้องฟ้าจะทรุดลงมาอีกจึงได้นำขาของเต่ายักษ์สี่ขามาค้ำท้องฟ้าเอาไว้ แทนเสาค้ำโลกทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามนุษย์ก็กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้งหนึ่งและผู้คนก็เล่าลือถึงอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่หนี่วาที่ได้มาช่วยเหลือชาวโลกในครั้งนั้นตั้งแต่นั้นตอนแรกนี้ว่ามันเป็นเทพธิดาที่คนจีนต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

การแต่งหน้าเป็นการแสดงถึงความสวยความงามของเหล่าสตรีทั้งหลาย ไม่ว่าสาวคนไหนก็ต้องแต่งหน้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าสาวคนไหนไม่ได้แต่งหน้า ก็คงต้องบอกว่ายากนะสำหรับการถ่ายเทคนิคแบบนี้ เพราะมันจำเป็นต้องอาศัยความเป็นธรรมชาติของการแต่หน้าด้วย

การถ่ายแนวนี้ก็เป็นอะไรที่เห็นได้อย่างบ่อยเช่นกัน คือการถ่ายลงนิตยสาร หรือว่าการถถ่ายโปรโมทโฆษณาสินค้าจำพวกเครื่องสำอางเป็นหลักนั้นเอง เห็นบ่อยมากๆเลยล่ะ การถ้าแบบนี้จะเป็นการเจาะความสนใจไปที่ใบหน้าของตัวแบบเป็นหลัง ดังนั้นแล้ว จึงมีความไม่ยากจนเกินไป แล้วก็ถ่ายเล่นได้อย่างง่ายๆ

การถ่ายเทคนิคนี้ จะมีสองสิ่งที่เป็นองประกอบสำคัญเพื่อที่จะทำให้ภาพนั้นสมบูรณ์ นั้นก็คือ หน้าของตัวแบบ และแสงหน้ากระจกนั้นเอง ดังนั้นแล้วจะเห็นว่าเมื่อเป็นการถ่ายเจาะเพียงแค่ประมาณครึ่งตัวถึงประมาตรงอกของแบบก็จริง อาจจะคิดว่าการจัดเตรียมสถานที่อาจจะไม่ยากมากนัก

แต่จริงๆแล้วต้องการการจัดฉากมากพอสมควรเลยล่ะ อย่างแรกคือของหน้ากระจกนั้น ความจริงเรื่องนี้คงไม่ต้องจัดมาก เพราะว่าปกติเหล่าสาวๆทั้งหลายก็ต้องมีเครื่องสำอางและอุปกรณ์อย่างมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วปล่อยให้รกๆแบบนั้นได้เลย ต่อมาคือเรื่องของแสง แสงหน้ากระจกแต่งหน้านั้น จะต้องมีแสงที่สว่างพอเหมาะกับการแต่งหน้ามากๆ ไม่ควรจะเป็นแค่แสงของห้อง มันไม่เพียงพอแล้วก็ทิศทางแสงก็ไม่ได้ด้วย ดังนั้นแล้วจะต้องเป็นแสงของกระจกแต่งหน้านั้นเลย ต่อมาก็เป็นฉากที่สะท้อนกับกระจกด้วย จำเป็นจะต้องแสดงถึงความเป็นห้องแต่งตัวของสาวๆด้วย

จะได้ดูเข้ากันกับโจทย์ของการถ่ายแบบนี้ เรื่องต่อมานั้นก็คือตัวแบบ จริงอยู่ที่เป็นภาพที่เราจะจัดฉากให้ตัวแบบกำลังแต่งหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้านางแบบยังแต่งไม่เสร็จนะ เราจะต้องให้แบบแต่งหน้าให้เสร็จจริงๆเสียก่อน แล้วค่อยแอบท่าถ่ายรูปเหมือนกำลังแต่งอยู่นั้นเอง ถึงจะได้ภาพของสาวที่สวยเพอเฟ็ค แน่นอนแหละว่าตัวแบบคงไม่ยอมให้ถ่ายแบบยังแต่หน้าครึ่งๆกลางๆแน่ๆล่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะออกมาเป็นผีได้เลยนะ

การถ่ายแบบนี้จริงๆแล้วก็เหมาะกับแสงสีนวลๆหรือแสงสีขาวก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ที่การแต่งหน้าจริงๆอาจจะต้องการแสงสีเดียวกับที่ๆเรากำลังจะไป เช่นถ้าออกนอกบ้านเฉยๆ ก็ต้องแต่งหน้ากับแสงสีขาว แต่ถ้าต้องไปงานราตรีแสงส้ม ก็ต้องแต่งหน้าที่แสงไฟส้มเช่นเดียวกัน จะได้ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่าเรากำลังดูเป็นแบบไหนกับแสงนั้นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Holiday Palace ฝากขั้นต่ำ 100

กฎแห่งสีในการถ่ายภาพ

ไม่ว่าเรานั้นจะเริ่มนับหนึ่งในการถ่ายภาพหรือว่าเรานั้นจะเคยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านศิลปะมาก่อน โดยช่างภาพหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพพวกเขาเหล่านี้นั้นมักจะไม่ค่อยคิดว่าตนเองนั้นเป็นศิลปิน

โดยเฉพาะในการถ่ายภาพเพื่อธุรกิจหรือการภาพถ่ายเพื่อหาผลกำไรมักจะมีข้อจำกัดในการถ่ายภาพที่มากมาย ทำให้ไม่สามารถมีอิสระและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะใช้กับชิ้นงานหรือการถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกบดบังและคิดว่าการถ่ายภาพนั้นไม่ใช่งานศิลปะ 

บางคนอาจจะคิดว่าเรานั้นไม่สามารถถ่ายภาพแบบนี้ได้หรอก เพราะเรานั้นไม่มีเซ้นและมองว่าไม่สามารถที่จะถ่ายภาพออกมาให้ดูเป็นศิลปะได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วนั้นช่างทุกคนสามารถที่จะถ่ายภาพในแบบต่างๆได้เพราะการถ่ายภาพนั้นถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเมื่อไหร่ที่เราได้มีการถ่ายภาพนั้นก็ถือว่าเรานั้นคือศิลปินคนหนึ่งนั่นเอง

เพราะการถ่ายภาพนั้นถือเป็นการวาดภาพด้วยแสงนั่นเอง อยู่ที่ว่าเรานั้นจะมองตัวเองว่ามีความพยายามมากพอที่จะเป็นศิลปินหรือเปล่านั่นเอง และสิ่งที่แสดงถึงความเป็นศิลปินในการถ่ายภาพ บางคนอาจจะคิดว่าการถ่ายเซฟฟี่แล้วดูไม่ดีก็เลยอาจจะมีการเปลี่ยนท่าเพราะเรานั้นอาจจะมีมุมบางมุมที่ดูดี

และเชื่อว่าทุกคนเคยผ่านประสบการณ์อย่างนี้มาแน่นอน บาครั้งนั้นเราอาจจะไม่ได้คิดว่าความเพียรพยายามของเรานั้นมีความสำคัญแต่สิ่งนี้ถือว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของการเป็นศิลปินเลยทีเดียว เมื่อใดก็ตามที่เรามีการแก้ปัญหาด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่เรานั้นจะสามารถเรียนตัวเองว่าศิลปินได้

กฎแห่งสีนั้นถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการที่จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมภาพนี้มันดูแย่หรือดูขาดอะไรไปเรานั้นสามารถที่จะแก้ไขในจุดไหนได้ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพแรกๆนั้นอาจจะยังไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องสี แต่แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีการคอบสนองในเรื่องสีที่คล้ายๆกันและสิ่งเหล่านี้นั้นมักจะมาจากจิตใต้สำนึก

ยกตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่นั้นจะรู้สึกสบายใจเมื่อมองไปยังพื้นที่สีเขียว อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธเรื่องสีเพราะสีถือเป็นสิ่งที่มีพลังสำคัญอย่างมาก เป็นสิ่งที่ขับดันเม็ดเศษที่ศิลปินต้องการจะสื่ออกไปถึงผู้ชมนั่นเอง

สีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแม่สีแสง หรือสีในแบบวัตถุธาตุความตรงกันข้ามของสีและสีเกี่ยวกับจิตวิทยา เป็นเรื่องที่ช่างภาพทุกคนนั้นควรที่จะให้ความใส่ใจในภาพของตัวเองเพราะภาพจะสวยงามได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและสีในภาพด้วย

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

แสงและเงาสร้างมิติให้กับภาพ

แสงและเงาสร้างมิติให้กับภาพ หนึ่งในข้อดีการถ่าย Portrait ด้วยภาพขาวดำ

ภาพสีและภาพขาวดำ มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องแสงและเงามากๆเลย ด้วยความเป็น simple สุดๆของภาพขาวดำนั้น จะมีเพียงแค่สีดำและขาว ที่ไล่เฉดตามแสงและเงาเพียงเท่านั้น ต่างจากภาพสีที่มีแสงและเงาที่กระทบบนสีหลายหลาย ให้ความรู้สึกและความหมายของภาพที่ต่างกัน และที่ต่างกันที่สุดก็คือ มิติ นี่แหละ

ถ้าภาพขาวดำไม่เล่นเรื่องมิติที่เกิดจากแสงและเงาก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว เพราะทุกสิ่งที่ถูกบันทึกลงบนภาพขาวดำนั้น คือวัดกันที่ความมืดและสว่างเท่านั้น เรื่องของสีนั้นอาจจะส่งผลต่อเฉดของสีขาวดำก็จริง

แต่นั้นก็ไม่ใช่โจทย์ของนักถ่ายภาพขาวดำสักเท่าไหร่ พวกเขามักจะเลือกสีของแบบให้มีความเท่าเทียมกันของสีเขาและดำ แล้วก็จริงอยู่แหละว่าการถ่ายภาพสีเพื่อเล่นแสงและเงาก็มีอยู่มากมาย แล้วก็สวยงามเช่นกัน เพียงแต่ว่า ภาพขาวดำมันเกิดมาเพื่อการนี้ของแท้เลย คือต้องใช้แสงและเงาเท่านั้นเพื่อสร้างภาพให้มีมิติ ภาพสีนั้นถ้าไม่มีเรื่องของแสงและเงา อย่างน้อยก็มีสีที่ต่างกันที่ช่วยสร้างมิติขึ้นมา

มิติจากภาพขาวดำดีกว่ายังไง การที่ภาพสีและภาพขาวดำนั้นจะมีความเท่าเทียมกันของแสงและเงานั้น เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีจริง เพราะว่า สีนั้นถ้ามีมากเกินกว่าหนึ่งสี ก็จะทำให้สีในภาพสร้างมิติอีกมิตินึงขึ้นมาทันที แต่ถ้าภาพขาวดำ ถ่ายให้ตาย ก็มีเพียงสีขาวดำ ที่สร้างมิติภาพร่วมกันในภาพเดียวนั้น ถ้าจะให้ทำให้ใกล้เคียงกันจริงๆ

ก็คงต้องให้ตัวแบบถอดชุดทั้งหมดจนเห็นแต่เพียงสีเนื้อ แล้วก็เล่นแสงเงาในห้องมืดเท่านั้น ถึงจะแสดงถึงมิติภาพได้คล้ายกับสิ่งที่ภาพขาวดำมอบให้ ภาพที่เป็นเฉพาะขาวดำนั้น ถ้ามีแสงตกกระทบให้เกิดทรวดทรงของตัวนางแบบ ก็จะสร้างมิติที่ดูหน้าสนใจอย่างมากสำหรับงาน Portrait ไม่ว่าจะเป็นเงาบนใบหน้า เงาตามกล้ามเนื้อ และร่างกาย

ก็เป็นตัวบงบอกถึงมิติภาพทั้งหนั้น การเล่นส่วนโค้งส่วนเว้ารูปร่างร่างกายนั้นก็เป็นสิ่งที่ภาพขาวดำนั้นทำได้ดีอย่างยิ่งเลย ดังนั้นแล้วไม่แปลกหรอกถ้าเราเห็นภาพใดก็แล้วแต่ พยายามเล่นทรวดทรงของแบบนั้น มักจะเลือกถ่ายด้วยภาพขาวดำ ที่มีความชัดเจนเรื่องนี้กว่ามากๆ ส่วนภาพสีนั้นการมาถ่ายตามที่แสงและเงาต่างกันเยอะๆ อาจจะทำให้เป็นภาพเสียสำหรับส่วนที่เป็นสีโดนเงาจนมืดเป็นสีฉ้ำๆ ดังนั้นแล้วมันจึงเล่นได้ยากกว่านั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ZEN MIND ไร้ร่องรอย 

เมื่อปฏิบัติเซน เธอจะเป็นหนึ่งเดียวกับเซน ไม่มีเธอ ไม่มีซาเซน เมื่อเธอคำนับก็จะไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวเธอ มีแต่การคำนับที่สมบูรณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้น นี่คือนิพพาน

เมื่อองค์พระพุทธเจ้า ถ่ายทอดการปฏิบัตินี้ให้กับพระมหากัสสะปะ พระองค์เพียงแต่ทรงหยิบดอกไม้ขึ้นพร้อมทรงแย้มพระสรวล มีเพียงพระมหากัสสะปเท่านั้นที่เข้าใจความหมายของพระองค์ท่าน ไม่มีใครอื่นที่เข้าใจ

เราไม่รู้หรอกว่านี่คือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่มันหมายถึงอะไรบางอย่างแน่นอน มันคือการแสดงให้เห็นถึงวิถีดั้งเดิมของเรา กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างคือกิจกรรมที่แท้จริง ความลับของกิจกรรมนี้ได้รับการถ่ายทอดจากองค์พระพุทธเจ้ามายังพวกเรา นี่คือการปฏิบัติเซน ไม่ใช่คำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือกฎต่างๆ

เกี่ยวกับชีวิตที่พระองค์ทรงกำหนดขึ้น คำสอนหรือกฎจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่ หรือตามผู้ที่ปฏิบัติ แต่ความลับของการปฏิบัตินี้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันเป็นความจริงเสมอ

เพราะฉะนั้น สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีวิถีอื่นใดอีกในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ ฉันคิดว่านี่คอนข้างจะจริง มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ง่ายเข้าใจได้ง่าย และปฏิบัติได้ง่าย ถ้าเธอเปรียบเทียบชีวิตที่ตั้งอยู่บนการปฏิบัติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ หรือในสังคมมนุษย์ขณะนี้ เธอจะพบว่าความจริงที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้เรานั้นมีค่าขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่ธรรมดามาก และการปฏิบัติก็ธรรมดามากด้วย กระนั้นก็ตาม เราจะต้องไม่เพิกเฉยกับมัน เราต้องค้นหาจนพบคุณค่านี้ยิ่งใหญ่นี้

ปกติแล้วอะไรที่เป็นเรื่องธรรมดา เราจะบอกว่า อ้อ ฉันรู้แล้ว มันธรรมดามาก ใครๆก็รู้กัน แต่ถ้าเราไม่พบคุณค่าของมัน ก็ไร้ความหมาย ก็เท่ากับการไม่รู้อะไรเลย ยิ่งเธอเข้าใจประเพณีของเธอเท่าไร เธอก็จะยิ่งเข้าใจว่าคำสอนนี้จริงแท้และสำคัญแค่ไหน เพราะฉะนั้น แทนที่จะเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ประเพณีของเธอ จงทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจในการฝึกวิถึชีวิตที่แสนจะธรรมดานี้ แล้วสังคมและประเพณีจะงอกงามจากตัวเธอเอง

ผ้ากำมะหยี่ดำ ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

งงกันละสิ เอามาทำไม ก็ไหนมีการพกผ้านาโนเอาไว้เช็ดหน้าเลนส์แล้วก็ผ้าธรรมดาที่เอาไว้เช็ดตัวบอดี้ก็มีแล้ว ทำไมต้องพกผ้าอะไรอีก อยากจะบอกเลยว่าผ้ากำมะหยี่สีดำนี้เราจะนำมาใช้ประโยชน์คนละแบบกับผ้าตัวอื่นเลย เอาเป็นว่าตัดคำว่าผ้าออกไปได้เลย เพราะเราจะไม่ใช้มันในฐานะผ้าเช็ด

และก็ขอย้ำเลยว่าห้ามเด็ดขาด ห้ามนำผ้ากำมะหยี่นี้ไปเช็ดอะไรทั้งนั้นเลย เพราะผ้ากำมะหยี่นี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการเช็ดหรือซับอะไรได้ดีสักเท่าไหร่ ผ้านาโนดีกว่ามากนักในเรื่องการเช็ดและซับน้ำ อีกทั้งขนของมันอาจจะไม่นิ่มนวลด้วยมากนัก นั้นจะทำให้เกิดเป็นรอยขนแมวได้ด้วย

ผ้านี้พกพาได้ง่ายๆ แต่การพกผ้าทั้งหมดสามผืนก็ถือว่าเยอะอยู่นะ แถมผ้านาโน และผ้ากำมะหยี่สีดำนั้นเป็นอะไรที่พยายามพับพยายามม้วนยังไงก็ยังคงมีขนาดอยู่แหละ ไม่ใช่ว่าจะเล็กขนาดนั้น ถ้าพกครับสามผืนละก็ ถึงขั้นทำเอาเสียช่องไปช่องหนึ่งได้เลยทีเดียว แต่ก็เพื่อสุขภาพของกล้องก้เป็นสิ่งจำเป็นนะ เจ้าผ้ากำมะหยีสีดำนี้สรุปแล้วเอาไว้ทำอะไรกันแน่ล่ะ มันคือผ้าที่เอาไว้ใช้ช่วยในเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพนั้นเอง

สำหรับชาวสายถ่ายภาพการแสดงไฟพลุเป็นอย่างเห็นได้ชัดเลย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็เป็นได้ เพราะเอาจริงๆก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะให้ผ้ากำมะหยี่นี้จะเอาไปใช้กับเทคนึกอย่างอื่นแล้วล่ะ วิธีนั้นก็คือต้องอาศัยเทคนิคที่สูงพอสมควรเลยล่ะ ต้องได้ทดลองหลายๆครับ แล้วนั้นก็ต้องใช้เวลาเยอะมากๆ

เพราะว่าเรื่องการจุดพลุเขาก็ไม่ได้จุดกันทุกวันทุกเดือนสักหน่อย กว่าจะได้ฝึกทีก็ต้องรอเทศกาลมาที นอกจากนั้นแล้ว เขาก็จุดกันแค่ทีเดียวด้วย ทำให้ฝึกทีเดียวก็ต้องรอทีเท่านั้นแหละ

วิธีฝึกนั้นก็คือวิธีฝึกที่ต้องใช้เทคนิคหน่อย คือการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้รอให้มีพลุขึ้นมา แล้วระหว่างนั้นชัตเตอร์ก็ยังไม่ปิดลงเช่นเดิม ฉะนั้นแล้วต้องนำผ้ากำมะหยี่มาปิดแทนชัตเตอร์ไว้ก่อนรอจนกว่าพลุจะจุดต่อ เทคนิคนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันล่ะ ก็เพื่อทำให้การถ่ายพลุนั้นดูอลังการงานสร้างแบบสุดๆยังไงล่ะ เราจะได้ภาพพลุจากทุกลูกที่จุดขึ้นมา

รวมอยู่ในภาพเดียว โดยกลายเป็นภาพที่มีความอลังการแบบสุดๆ รูปนี้จะทำให้เป็นการแสดงของพลุได้ครบถ้วนและสวยงามที่สุดของพลุ แต่การที่นำผ้ามาบังแสงไว้นั้น ก็ต้องระวังอย่าให้โดนกล้องและเลนส์จนำทให้กล้องสั่นหรือขยับ จะทำให้ฉากหลังนั้นเสียได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

วันตรุษจีน

วันตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญอย่างหนึ่งของคนจีน คล้ายกับวันสงกรานต์บ้านเรา และชาวจีนให้ความสำคัญในเทศกาลนี้มาก และมีการให้หยุดงานติดต่อกันหลายวัน เพื่อเตรียมตัวจัดงานวันตรุษจีน และมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ และเตรียมซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แกลูกหลาน และเลือกซื้อของขวัญให้แกญาติผู้ใหญ่ และมีการจุดดอกไม้ไฟเป็นที่สนุกสนาน

ความเชื่อในวันตรุษจีน

คนจีนจะเชื่อว่าการพูดในสิ่งไม่ดีในวันตรุษจีนนั้นจะส่งผลเสีย จึงห้ามพูดในสิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านในปีเก่าและจะห้ามพูดถึงเรื่องตายในวันตรุษจีนเด็ดขาด และยังเชื่ออีกว่า การร้องไห้ในวันตรุษจีนนั้นไม่ดี จะทำให้มีเรื่องเสียใจไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว วันนั้นจึงไม่มีการที่จะดุหรือตีเด็กไม่ว่าเด็กจะดื้อขนาดไหนก็ตาม และห้ามใช้ของมีคมในวันตรุษจีน เพราะจะถือว่าตัดโชคลาภออกไป และความเชื่อเหล่านี้ก็ยังทำกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน 

ของไหว้ในวันตรุษจีน

ประเภทอาหาร อย่างอาหารก็จะมีพวกหมู คนจีนเชื่อว่าการไหว้หมู จะนำความอุดมสมบูรณ์มาให้ การไหว้เป็ดเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และการไหว้ไก่ จะทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า การนำปลากับปลาหมึกแห้งมาไหว้ จะทำให้เงินทองเหลือกินเหลือใช้ การนำเม็ดบัวมาไหว้จะเชื่อว่าจะทำให้มีบุตรชายเกิดขึ้นมามากมายและการไหว้ด้วยถั่วตัดนั้นถือว่าจะได้ทอง การไหว้ด้วยหมี่ซั่วจะทำให้อายุยืนยาว และสาหร่ายทะเลสีดำนั้นเมื่อนำมาไหว้ จะนำความมั่งคลลั่งร่ำรวยมาให้และการไหว้ด้วยหน่อไม้ ถือว่าเป็นการอวยพรให้ร่ำรวยและผาสุก

ประเภทผลไม้  ผลไม้อย่างแรกเลยคือส้มสีทอง การไหว้ส้มสีทองนั้นถือว่าเป็นการสวัสดีปีใหม่มหามงคล และการไหว้กล้วยถือว่าเป็นการกวักโชคกวักลาภเข้ามา และการไหว้สาลี่นั้นก็เชื่อว่าเรียกเงินทองไหลมาเทมา และการไหว้ด้วยองุ่นจะมีความเพิ่มพูน และการไหว้ด้วยสับปะรดจะช่วยในด้านมีโชคลาภมาหา และการไหว้แอปเปิ้ลจะมีความสันติ

ประเภทขนม ขนมที่ยมไหว้ก็มีขนมถ้วยฟูและขนมสาลี่ เพราะจะเชื่อว่าจะมีความเจริญเฟื่องฟูและเพิ่มพูนรุ่งเรือง การไหว้ด้วยซาลาเปาและหมั่นโถจะโชคดี และไหว้ด้วยขนมเทียนและขนมเข่งจะมีความเจริญรุ่งเรือง และการไหว้ด้วยขนมจันอับจะมีความสุขตลอดไป

เทศกาลวันตรุษจีนก็ยังคงอยู่คู่กบคนไทยเชื้อสายจีนมาช้านาน และประเพณีได้ตกทอดมาสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน เพื่ออนุรักษ์และรักษา ประเพณีสืบต่อไป

 

ขอขอบคุณ บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน