ตำนานเจ้าแม่หนี่วา

         เจ้าแม่หนี่วา เป็นเทพธิดาที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่าคนเราเกิดขึ้นมาได้เพราะการดลบันดาลของเจ้าแม่หนี่วาโดยเชื่อกันว่าในสมัยดึกดำบรรพ์นั้นมีเทพธิดาที่ชื่อว่าเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ซึ่งตัวเจ้าแม่เองนั้นมีรูปร่างลักษณะด้านบนเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างสวยงาม

ส่วนท่อนล่างตั้งแต่เอวลงมานั้นมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับมังกรเมื่อเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมายังโลกมนุษย์ก็เห็นว่าบนโลกมนุษย์นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากแต่เมื่ออยู่ไปนานๆเข้าเกิดความรู้สึกเงียบเหงาจึงได้นำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปร่างของมนุษย์แล้วเสกสรรให้ดินเหนียวนั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ขึ้นมาโดยเทพธิดาหนี่วานั้น

ได้มีการนำเม็ดทรายสีดำมาใส่เป็นปากและมีการวาดตาและเจาะหูทำให้มนุษย์มีรูปร่างสวยงามโดยเทพธิดาหนี่วายังมีการปั้นมนุษย์ออกเป็นชายและหญิงเมื่อเทพธิดาหนี่วาเห็นว่ามนุษย์ที่ปั้นมานั้นมีความน่ารักสวยงามจึงได้มีการปั้นอีกหลายๆคนขึ้นมาแต่เนื่องจากว่าปั้นมานานแล้วรู้สึกเหนื่อยจึงได้ใช้เถาวัลย์ นั้นจุ่มลงไปในดินเหนียว

แล้วสะบัดซ้ายทีขวาทีหลังจากนั้นดินเหนียวที่กระเด็นขึ้นมาก็เกิดเป็นมนุษย์ขึ้นซึ่งแต่ละคนก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไปบางคนก็มีความสวยงามบางคนก็มีความคิดเลวขี้เหร่ตามแต่การกระเด็นของดินเหนียว เทพธิดานี่หว่าไม่มีการสอนให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์และใช้ชีวิตร่วมกันด้วยการสอนการเพาะปลูก

การล่าสัตว์มนุษย์นับตั้งแต่นั้นมาก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแต่เราอยู่มาวันหนึ่งท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ซึ่งสาเหตุนั้นมีจากมีเทพ 2 องค์ทะเลาะกันโดยเกิดจากเทพไฟและเทพน้ำทะเลเกิดการต่อสู้กัน เสาที่เคยค้ำโลกไว้พังทลายลง ไฟลุกโชนมอดไหม้ อุกาบาตรตกลงมายังมนุษย์โลก ทำให้แผ่นดินทั้งเก้าเกิดการแตกแยกออกจากกันรวมถึงมีเหล่าปีศาจร้ายและสัตว์ดุร้ายต่างๆออกมาทำร้ายมนุษย์โลก

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เจ้าแม่นี่หว่ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เห็นมนุษย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประเทศ 2 องค์ทะเลาะกันเจ้าแม่หนี่วาจึงได้นำหิน 5 สีมาหลอมรวมกันแล้วนำไปอุดที่รอยรั่วของฟ้าโดยใช้พลังทั้งหมดที่มี จนตนเองสูญเสียพลังไปมากในเมื่อท้องฟ้ากลับคืนสู่สภาพปกติ

และด้วยเจ้าแม่หนี่หว่ากลัวว่าเมื่อเวลาผ่านไปท้องฟ้าจะทรุดลงมาอีกจึงได้นำขาของเต่ายักษ์สี่ขามาค้ำท้องฟ้าเอาไว้ แทนเสาค้ำโลกทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามนุษย์ก็กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้งหนึ่งและผู้คนก็เล่าลือถึงอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่หนี่วาที่ได้มาช่วยเหลือชาวโลกในครั้งนั้นตั้งแต่นั้นตอนแรกนี้ว่ามันเป็นเทพธิดาที่คนจีนต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

การแต่งหน้าเป็นการแสดงถึงความสวยความงามของเหล่าสตรีทั้งหลาย ไม่ว่าสาวคนไหนก็ต้องแต่งหน้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าสาวคนไหนไม่ได้แต่งหน้า ก็คงต้องบอกว่ายากนะสำหรับการถ่ายเทคนิคแบบนี้ เพราะมันจำเป็นต้องอาศัยความเป็นธรรมชาติของการแต่หน้าด้วย

การถ่ายแนวนี้ก็เป็นอะไรที่เห็นได้อย่างบ่อยเช่นกัน คือการถ่ายลงนิตยสาร หรือว่าการถถ่ายโปรโมทโฆษณาสินค้าจำพวกเครื่องสำอางเป็นหลักนั้นเอง เห็นบ่อยมากๆเลยล่ะ การถ้าแบบนี้จะเป็นการเจาะความสนใจไปที่ใบหน้าของตัวแบบเป็นหลัง ดังนั้นแล้ว จึงมีความไม่ยากจนเกินไป แล้วก็ถ่ายเล่นได้อย่างง่ายๆ

การถ่ายเทคนิคนี้ จะมีสองสิ่งที่เป็นองประกอบสำคัญเพื่อที่จะทำให้ภาพนั้นสมบูรณ์ นั้นก็คือ หน้าของตัวแบบ และแสงหน้ากระจกนั้นเอง ดังนั้นแล้วจะเห็นว่าเมื่อเป็นการถ่ายเจาะเพียงแค่ประมาณครึ่งตัวถึงประมาตรงอกของแบบก็จริง อาจจะคิดว่าการจัดเตรียมสถานที่อาจจะไม่ยากมากนัก

แต่จริงๆแล้วต้องการการจัดฉากมากพอสมควรเลยล่ะ อย่างแรกคือของหน้ากระจกนั้น ความจริงเรื่องนี้คงไม่ต้องจัดมาก เพราะว่าปกติเหล่าสาวๆทั้งหลายก็ต้องมีเครื่องสำอางและอุปกรณ์อย่างมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วปล่อยให้รกๆแบบนั้นได้เลย ต่อมาคือเรื่องของแสง แสงหน้ากระจกแต่งหน้านั้น จะต้องมีแสงที่สว่างพอเหมาะกับการแต่งหน้ามากๆ ไม่ควรจะเป็นแค่แสงของห้อง มันไม่เพียงพอแล้วก็ทิศทางแสงก็ไม่ได้ด้วย ดังนั้นแล้วจะต้องเป็นแสงของกระจกแต่งหน้านั้นเลย ต่อมาก็เป็นฉากที่สะท้อนกับกระจกด้วย จำเป็นจะต้องแสดงถึงความเป็นห้องแต่งตัวของสาวๆด้วย

จะได้ดูเข้ากันกับโจทย์ของการถ่ายแบบนี้ เรื่องต่อมานั้นก็คือตัวแบบ จริงอยู่ที่เป็นภาพที่เราจะจัดฉากให้ตัวแบบกำลังแต่งหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้านางแบบยังแต่งไม่เสร็จนะ เราจะต้องให้แบบแต่งหน้าให้เสร็จจริงๆเสียก่อน แล้วค่อยแอบท่าถ่ายรูปเหมือนกำลังแต่งอยู่นั้นเอง ถึงจะได้ภาพของสาวที่สวยเพอเฟ็ค แน่นอนแหละว่าตัวแบบคงไม่ยอมให้ถ่ายแบบยังแต่หน้าครึ่งๆกลางๆแน่ๆล่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะออกมาเป็นผีได้เลยนะ

การถ่ายแบบนี้จริงๆแล้วก็เหมาะกับแสงสีนวลๆหรือแสงสีขาวก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ที่การแต่งหน้าจริงๆอาจจะต้องการแสงสีเดียวกับที่ๆเรากำลังจะไป เช่นถ้าออกนอกบ้านเฉยๆ ก็ต้องแต่งหน้ากับแสงสีขาว แต่ถ้าต้องไปงานราตรีแสงส้ม ก็ต้องแต่งหน้าที่แสงไฟส้มเช่นเดียวกัน จะได้ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่าเรากำลังดูเป็นแบบไหนกับแสงนั้นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Holiday Palace ฝากขั้นต่ำ 100

กฎแห่งสีในการถ่ายภาพ

ไม่ว่าเรานั้นจะเริ่มนับหนึ่งในการถ่ายภาพหรือว่าเรานั้นจะเคยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านศิลปะมาก่อน โดยช่างภาพหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพพวกเขาเหล่านี้นั้นมักจะไม่ค่อยคิดว่าตนเองนั้นเป็นศิลปิน

โดยเฉพาะในการถ่ายภาพเพื่อธุรกิจหรือการภาพถ่ายเพื่อหาผลกำไรมักจะมีข้อจำกัดในการถ่ายภาพที่มากมาย ทำให้ไม่สามารถมีอิสระและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะใช้กับชิ้นงานหรือการถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกบดบังและคิดว่าการถ่ายภาพนั้นไม่ใช่งานศิลปะ 

บางคนอาจจะคิดว่าเรานั้นไม่สามารถถ่ายภาพแบบนี้ได้หรอก เพราะเรานั้นไม่มีเซ้นและมองว่าไม่สามารถที่จะถ่ายภาพออกมาให้ดูเป็นศิลปะได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วนั้นช่างทุกคนสามารถที่จะถ่ายภาพในแบบต่างๆได้เพราะการถ่ายภาพนั้นถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเมื่อไหร่ที่เราได้มีการถ่ายภาพนั้นก็ถือว่าเรานั้นคือศิลปินคนหนึ่งนั่นเอง

เพราะการถ่ายภาพนั้นถือเป็นการวาดภาพด้วยแสงนั่นเอง อยู่ที่ว่าเรานั้นจะมองตัวเองว่ามีความพยายามมากพอที่จะเป็นศิลปินหรือเปล่านั่นเอง และสิ่งที่แสดงถึงความเป็นศิลปินในการถ่ายภาพ บางคนอาจจะคิดว่าการถ่ายเซฟฟี่แล้วดูไม่ดีก็เลยอาจจะมีการเปลี่ยนท่าเพราะเรานั้นอาจจะมีมุมบางมุมที่ดูดี

และเชื่อว่าทุกคนเคยผ่านประสบการณ์อย่างนี้มาแน่นอน บาครั้งนั้นเราอาจจะไม่ได้คิดว่าความเพียรพยายามของเรานั้นมีความสำคัญแต่สิ่งนี้ถือว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของการเป็นศิลปินเลยทีเดียว เมื่อใดก็ตามที่เรามีการแก้ปัญหาด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่เรานั้นจะสามารถเรียนตัวเองว่าศิลปินได้

กฎแห่งสีนั้นถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการที่จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมภาพนี้มันดูแย่หรือดูขาดอะไรไปเรานั้นสามารถที่จะแก้ไขในจุดไหนได้ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพแรกๆนั้นอาจจะยังไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องสี แต่แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีการคอบสนองในเรื่องสีที่คล้ายๆกันและสิ่งเหล่านี้นั้นมักจะมาจากจิตใต้สำนึก

ยกตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่นั้นจะรู้สึกสบายใจเมื่อมองไปยังพื้นที่สีเขียว อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธเรื่องสีเพราะสีถือเป็นสิ่งที่มีพลังสำคัญอย่างมาก เป็นสิ่งที่ขับดันเม็ดเศษที่ศิลปินต้องการจะสื่ออกไปถึงผู้ชมนั่นเอง

สีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแม่สีแสง หรือสีในแบบวัตถุธาตุความตรงกันข้ามของสีและสีเกี่ยวกับจิตวิทยา เป็นเรื่องที่ช่างภาพทุกคนนั้นควรที่จะให้ความใส่ใจในภาพของตัวเองเพราะภาพจะสวยงามได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและสีในภาพด้วย

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

แสงและเงาสร้างมิติให้กับภาพ

แสงและเงาสร้างมิติให้กับภาพ หนึ่งในข้อดีการถ่าย Portrait ด้วยภาพขาวดำ

ภาพสีและภาพขาวดำ มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องแสงและเงามากๆเลย ด้วยความเป็น simple สุดๆของภาพขาวดำนั้น จะมีเพียงแค่สีดำและขาว ที่ไล่เฉดตามแสงและเงาเพียงเท่านั้น ต่างจากภาพสีที่มีแสงและเงาที่กระทบบนสีหลายหลาย ให้ความรู้สึกและความหมายของภาพที่ต่างกัน และที่ต่างกันที่สุดก็คือ มิติ นี่แหละ

ถ้าภาพขาวดำไม่เล่นเรื่องมิติที่เกิดจากแสงและเงาก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว เพราะทุกสิ่งที่ถูกบันทึกลงบนภาพขาวดำนั้น คือวัดกันที่ความมืดและสว่างเท่านั้น เรื่องของสีนั้นอาจจะส่งผลต่อเฉดของสีขาวดำก็จริง

แต่นั้นก็ไม่ใช่โจทย์ของนักถ่ายภาพขาวดำสักเท่าไหร่ พวกเขามักจะเลือกสีของแบบให้มีความเท่าเทียมกันของสีเขาและดำ แล้วก็จริงอยู่แหละว่าการถ่ายภาพสีเพื่อเล่นแสงและเงาก็มีอยู่มากมาย แล้วก็สวยงามเช่นกัน เพียงแต่ว่า ภาพขาวดำมันเกิดมาเพื่อการนี้ของแท้เลย คือต้องใช้แสงและเงาเท่านั้นเพื่อสร้างภาพให้มีมิติ ภาพสีนั้นถ้าไม่มีเรื่องของแสงและเงา อย่างน้อยก็มีสีที่ต่างกันที่ช่วยสร้างมิติขึ้นมา

มิติจากภาพขาวดำดีกว่ายังไง การที่ภาพสีและภาพขาวดำนั้นจะมีความเท่าเทียมกันของแสงและเงานั้น เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีจริง เพราะว่า สีนั้นถ้ามีมากเกินกว่าหนึ่งสี ก็จะทำให้สีในภาพสร้างมิติอีกมิตินึงขึ้นมาทันที แต่ถ้าภาพขาวดำ ถ่ายให้ตาย ก็มีเพียงสีขาวดำ ที่สร้างมิติภาพร่วมกันในภาพเดียวนั้น ถ้าจะให้ทำให้ใกล้เคียงกันจริงๆ

ก็คงต้องให้ตัวแบบถอดชุดทั้งหมดจนเห็นแต่เพียงสีเนื้อ แล้วก็เล่นแสงเงาในห้องมืดเท่านั้น ถึงจะแสดงถึงมิติภาพได้คล้ายกับสิ่งที่ภาพขาวดำมอบให้ ภาพที่เป็นเฉพาะขาวดำนั้น ถ้ามีแสงตกกระทบให้เกิดทรวดทรงของตัวนางแบบ ก็จะสร้างมิติที่ดูหน้าสนใจอย่างมากสำหรับงาน Portrait ไม่ว่าจะเป็นเงาบนใบหน้า เงาตามกล้ามเนื้อ และร่างกาย

ก็เป็นตัวบงบอกถึงมิติภาพทั้งหนั้น การเล่นส่วนโค้งส่วนเว้ารูปร่างร่างกายนั้นก็เป็นสิ่งที่ภาพขาวดำนั้นทำได้ดีอย่างยิ่งเลย ดังนั้นแล้วไม่แปลกหรอกถ้าเราเห็นภาพใดก็แล้วแต่ พยายามเล่นทรวดทรงของแบบนั้น มักจะเลือกถ่ายด้วยภาพขาวดำ ที่มีความชัดเจนเรื่องนี้กว่ามากๆ ส่วนภาพสีนั้นการมาถ่ายตามที่แสงและเงาต่างกันเยอะๆ อาจจะทำให้เป็นภาพเสียสำหรับส่วนที่เป็นสีโดนเงาจนมืดเป็นสีฉ้ำๆ ดังนั้นแล้วมันจึงเล่นได้ยากกว่านั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ZEN MIND ไร้ร่องรอย 

เมื่อปฏิบัติเซน เธอจะเป็นหนึ่งเดียวกับเซน ไม่มีเธอ ไม่มีซาเซน เมื่อเธอคำนับก็จะไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวเธอ มีแต่การคำนับที่สมบูรณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้น นี่คือนิพพาน

เมื่อองค์พระพุทธเจ้า ถ่ายทอดการปฏิบัตินี้ให้กับพระมหากัสสะปะ พระองค์เพียงแต่ทรงหยิบดอกไม้ขึ้นพร้อมทรงแย้มพระสรวล มีเพียงพระมหากัสสะปเท่านั้นที่เข้าใจความหมายของพระองค์ท่าน ไม่มีใครอื่นที่เข้าใจ

เราไม่รู้หรอกว่านี่คือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่มันหมายถึงอะไรบางอย่างแน่นอน มันคือการแสดงให้เห็นถึงวิถีดั้งเดิมของเรา กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างคือกิจกรรมที่แท้จริง ความลับของกิจกรรมนี้ได้รับการถ่ายทอดจากองค์พระพุทธเจ้ามายังพวกเรา นี่คือการปฏิบัติเซน ไม่ใช่คำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือกฎต่างๆ

เกี่ยวกับชีวิตที่พระองค์ทรงกำหนดขึ้น คำสอนหรือกฎจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่ หรือตามผู้ที่ปฏิบัติ แต่ความลับของการปฏิบัตินี้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันเป็นความจริงเสมอ

เพราะฉะนั้น สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีวิถีอื่นใดอีกในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ ฉันคิดว่านี่คอนข้างจะจริง มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ง่ายเข้าใจได้ง่าย และปฏิบัติได้ง่าย ถ้าเธอเปรียบเทียบชีวิตที่ตั้งอยู่บนการปฏิบัติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ หรือในสังคมมนุษย์ขณะนี้ เธอจะพบว่าความจริงที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้เรานั้นมีค่าขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่ธรรมดามาก และการปฏิบัติก็ธรรมดามากด้วย กระนั้นก็ตาม เราจะต้องไม่เพิกเฉยกับมัน เราต้องค้นหาจนพบคุณค่านี้ยิ่งใหญ่นี้

ปกติแล้วอะไรที่เป็นเรื่องธรรมดา เราจะบอกว่า อ้อ ฉันรู้แล้ว มันธรรมดามาก ใครๆก็รู้กัน แต่ถ้าเราไม่พบคุณค่าของมัน ก็ไร้ความหมาย ก็เท่ากับการไม่รู้อะไรเลย ยิ่งเธอเข้าใจประเพณีของเธอเท่าไร เธอก็จะยิ่งเข้าใจว่าคำสอนนี้จริงแท้และสำคัญแค่ไหน เพราะฉะนั้น แทนที่จะเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ประเพณีของเธอ จงทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจในการฝึกวิถึชีวิตที่แสนจะธรรมดานี้ แล้วสังคมและประเพณีจะงอกงามจากตัวเธอเอง

ผ้ากำมะหยี่ดำ ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

งงกันละสิ เอามาทำไม ก็ไหนมีการพกผ้านาโนเอาไว้เช็ดหน้าเลนส์แล้วก็ผ้าธรรมดาที่เอาไว้เช็ดตัวบอดี้ก็มีแล้ว ทำไมต้องพกผ้าอะไรอีก อยากจะบอกเลยว่าผ้ากำมะหยี่สีดำนี้เราจะนำมาใช้ประโยชน์คนละแบบกับผ้าตัวอื่นเลย เอาเป็นว่าตัดคำว่าผ้าออกไปได้เลย เพราะเราจะไม่ใช้มันในฐานะผ้าเช็ด

และก็ขอย้ำเลยว่าห้ามเด็ดขาด ห้ามนำผ้ากำมะหยี่นี้ไปเช็ดอะไรทั้งนั้นเลย เพราะผ้ากำมะหยี่นี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการเช็ดหรือซับอะไรได้ดีสักเท่าไหร่ ผ้านาโนดีกว่ามากนักในเรื่องการเช็ดและซับน้ำ อีกทั้งขนของมันอาจจะไม่นิ่มนวลด้วยมากนัก นั้นจะทำให้เกิดเป็นรอยขนแมวได้ด้วย

ผ้านี้พกพาได้ง่ายๆ แต่การพกผ้าทั้งหมดสามผืนก็ถือว่าเยอะอยู่นะ แถมผ้านาโน และผ้ากำมะหยี่สีดำนั้นเป็นอะไรที่พยายามพับพยายามม้วนยังไงก็ยังคงมีขนาดอยู่แหละ ไม่ใช่ว่าจะเล็กขนาดนั้น ถ้าพกครับสามผืนละก็ ถึงขั้นทำเอาเสียช่องไปช่องหนึ่งได้เลยทีเดียว แต่ก็เพื่อสุขภาพของกล้องก้เป็นสิ่งจำเป็นนะ เจ้าผ้ากำมะหยีสีดำนี้สรุปแล้วเอาไว้ทำอะไรกันแน่ล่ะ มันคือผ้าที่เอาไว้ใช้ช่วยในเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพนั้นเอง

สำหรับชาวสายถ่ายภาพการแสดงไฟพลุเป็นอย่างเห็นได้ชัดเลย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็เป็นได้ เพราะเอาจริงๆก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะให้ผ้ากำมะหยี่นี้จะเอาไปใช้กับเทคนึกอย่างอื่นแล้วล่ะ วิธีนั้นก็คือต้องอาศัยเทคนิคที่สูงพอสมควรเลยล่ะ ต้องได้ทดลองหลายๆครับ แล้วนั้นก็ต้องใช้เวลาเยอะมากๆ

เพราะว่าเรื่องการจุดพลุเขาก็ไม่ได้จุดกันทุกวันทุกเดือนสักหน่อย กว่าจะได้ฝึกทีก็ต้องรอเทศกาลมาที นอกจากนั้นแล้ว เขาก็จุดกันแค่ทีเดียวด้วย ทำให้ฝึกทีเดียวก็ต้องรอทีเท่านั้นแหละ

วิธีฝึกนั้นก็คือวิธีฝึกที่ต้องใช้เทคนิคหน่อย คือการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้รอให้มีพลุขึ้นมา แล้วระหว่างนั้นชัตเตอร์ก็ยังไม่ปิดลงเช่นเดิม ฉะนั้นแล้วต้องนำผ้ากำมะหยี่มาปิดแทนชัตเตอร์ไว้ก่อนรอจนกว่าพลุจะจุดต่อ เทคนิคนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันล่ะ ก็เพื่อทำให้การถ่ายพลุนั้นดูอลังการงานสร้างแบบสุดๆยังไงล่ะ เราจะได้ภาพพลุจากทุกลูกที่จุดขึ้นมา

รวมอยู่ในภาพเดียว โดยกลายเป็นภาพที่มีความอลังการแบบสุดๆ รูปนี้จะทำให้เป็นการแสดงของพลุได้ครบถ้วนและสวยงามที่สุดของพลุ แต่การที่นำผ้ามาบังแสงไว้นั้น ก็ต้องระวังอย่าให้โดนกล้องและเลนส์จนำทให้กล้องสั่นหรือขยับ จะทำให้ฉากหลังนั้นเสียได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

วันตรุษจีน

วันตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญอย่างหนึ่งของคนจีน คล้ายกับวันสงกรานต์บ้านเรา และชาวจีนให้ความสำคัญในเทศกาลนี้มาก และมีการให้หยุดงานติดต่อกันหลายวัน เพื่อเตรียมตัวจัดงานวันตรุษจีน และมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ และเตรียมซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แกลูกหลาน และเลือกซื้อของขวัญให้แกญาติผู้ใหญ่ และมีการจุดดอกไม้ไฟเป็นที่สนุกสนาน

ความเชื่อในวันตรุษจีน

คนจีนจะเชื่อว่าการพูดในสิ่งไม่ดีในวันตรุษจีนนั้นจะส่งผลเสีย จึงห้ามพูดในสิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านในปีเก่าและจะห้ามพูดถึงเรื่องตายในวันตรุษจีนเด็ดขาด และยังเชื่ออีกว่า การร้องไห้ในวันตรุษจีนนั้นไม่ดี จะทำให้มีเรื่องเสียใจไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว วันนั้นจึงไม่มีการที่จะดุหรือตีเด็กไม่ว่าเด็กจะดื้อขนาดไหนก็ตาม และห้ามใช้ของมีคมในวันตรุษจีน เพราะจะถือว่าตัดโชคลาภออกไป และความเชื่อเหล่านี้ก็ยังทำกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน 

ของไหว้ในวันตรุษจีน

ประเภทอาหาร อย่างอาหารก็จะมีพวกหมู คนจีนเชื่อว่าการไหว้หมู จะนำความอุดมสมบูรณ์มาให้ การไหว้เป็ดเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และการไหว้ไก่ จะทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า การนำปลากับปลาหมึกแห้งมาไหว้ จะทำให้เงินทองเหลือกินเหลือใช้ การนำเม็ดบัวมาไหว้จะเชื่อว่าจะทำให้มีบุตรชายเกิดขึ้นมามากมายและการไหว้ด้วยถั่วตัดนั้นถือว่าจะได้ทอง การไหว้ด้วยหมี่ซั่วจะทำให้อายุยืนยาว และสาหร่ายทะเลสีดำนั้นเมื่อนำมาไหว้ จะนำความมั่งคลลั่งร่ำรวยมาให้และการไหว้ด้วยหน่อไม้ ถือว่าเป็นการอวยพรให้ร่ำรวยและผาสุก

ประเภทผลไม้  ผลไม้อย่างแรกเลยคือส้มสีทอง การไหว้ส้มสีทองนั้นถือว่าเป็นการสวัสดีปีใหม่มหามงคล และการไหว้กล้วยถือว่าเป็นการกวักโชคกวักลาภเข้ามา และการไหว้สาลี่นั้นก็เชื่อว่าเรียกเงินทองไหลมาเทมา และการไหว้ด้วยองุ่นจะมีความเพิ่มพูน และการไหว้ด้วยสับปะรดจะช่วยในด้านมีโชคลาภมาหา และการไหว้แอปเปิ้ลจะมีความสันติ

ประเภทขนม ขนมที่ยมไหว้ก็มีขนมถ้วยฟูและขนมสาลี่ เพราะจะเชื่อว่าจะมีความเจริญเฟื่องฟูและเพิ่มพูนรุ่งเรือง การไหว้ด้วยซาลาเปาและหมั่นโถจะโชคดี และไหว้ด้วยขนมเทียนและขนมเข่งจะมีความเจริญรุ่งเรือง และการไหว้ด้วยขนมจันอับจะมีความสุขตลอดไป

เทศกาลวันตรุษจีนก็ยังคงอยู่คู่กบคนไทยเชื้อสายจีนมาช้านาน และประเพณีได้ตกทอดมาสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน เพื่ออนุรักษ์และรักษา ประเพณีสืบต่อไป

 

ขอขอบคุณ บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ศิลปะกับแฟชั่นเสื้อผ้า

ศิลปะกับแฟชั่นเป็นสิ่งที่เมื่อมีการนำมาผสมผสานแล้วเกิดความลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์มากเลยทีเดียว หากพูดแล้วศิลปะคือความคิดสร้างสรรค์ การจินตนาการ แฟชั่นก็คงคงไม่ต่างกันเพราะกว่าจะมาเป็นแฟชั่นได้นั้น

ก็เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเช่นกัน ทำให้ในปัจจุบันศิลปะมักจะมาควบคู่กับแฟชั่นนั่นเอง

หากย้อนกลับไปในสมัยก่อนนั้นที่แฟชั่นยังไม่ได้มีการเปิดกว้างและแพร่หลายมากเท่าปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังมีคนที่มีควาคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการที่สามารถสร้างสรรค์และนำงานศิลปะมาผสมผสานกับแฟชั่นได้อย่างลงตัว เช่นเสื้อผ้าในสมัยก่อนๆนั้น จะมีการเย็บปักซึงการเย็บปักนั้นก็จัดอยู่ในรูปของศิลปะอย่างหนึ่งเพราะต้องมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบสิ่งที่จะเย็บปักต่างๆนั่นเอง

แต่นสมัยก่อนนั้นศิลปะจะโดดเด่นมากกว่าแฟชั่นเพราะคนในยุคก่อนนั้นถ้ามีการสร้างสรรค์ศิลปะลงบนงานที่เป็นเสื้อผ้าแล้วนั้นก็จะมีการทำแบบนั้นเพียงแบบเดียวไม่ได้มีการนำไปต่อยอดหรือดัดอแลงไปเป็นแบบอื่นๆ เช่นชุดไทย ก็จะเป้นการใช้ความคิดสร้างสรรคืออกมาเป็นแบบที่ได้รับความนิยมเพียงแบบเดียวเท่านั้นแต่อาจจะมีการเพิ่มลูกเล่นของชุดนั้นให้ดูแตกต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันมีการแพร่หลายทางด้านแฟชั่นมากขึ้นจึงทำให้มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์และจิตนาการออกมาผ่านเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย เราจะพบเห็นเสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นเรืองแฟชั่นและมีการสอดแทรกศิลปะที่แปลกใหม่ไว้อย่างมากมายตามแบรนด์ชื่อดังต่างๆทั่วโลกก็มีการนำศิลปะมาร่วมผสมผสานให้เกิดเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ขึ้นมานั่นเอง

เห็นไหมว่าศิลปะเป็นที่ไรข้อจำกัดมากๆ และแฟชั่นก็เช่นกัน เมื่อนำมารวมกัน ผสมผสานก็จะทำให้เกิดความแปลกใหม่และน่าค้นหาทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในแฟชั่นนั้นต้องมีงานที่เป็นสิ่งที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะกับแฟชั่นไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน แต่การนำศิลปะมาผสมผสานกับงานแฟชั่นที่มีความแตกต่างนั้นมักจะพบในแบรนด์ดังๆมากกว่าแฟชั่นทั่วไป

เพราะถือว่าสิ่งเหล่านั้นมีคุณค่าในตัวของมันและยิ่งหากแบรนด์ไหนสามารถสร้างารรค์และจิตนาการความแปลกใหม่ระหว่างศิลปะกับแฟชั่นได้อย่างดีแล้วนั้น แบรนด์นั้นจะเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมในงานศิลปะกับแฟชั่นตลอดไปอย่างแน่นอน 

จึงทำให้การแข่งขันในปัจจุบันในการรวมศิลปะในยุคก่อนๆกับแฟชั่นมีการแข่งขันที่สูงและดุเดือดมากและเนื่องด้วยคในยุคปัจจุบันมีความสนใจเกี่ยวกับทั้งแฟชั่นและศิลปะมากขึ้น ทำให้หากเกิดการสร้างสรรค์ใหม่ขึ้นมาคนเหล้านี้ก็จะให้การสนับสนุนในเรื่องศิลปะกับแฟชั่นนั่นเองถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีมูลค่าที่สูงแต่คนในปัจจุบันยอมที่จะจ่ายเพือสิ่งนั้นแน่นอน

 

ขอขอบคุณ Gclub ฟรี 500  ที่ให้การสนับสนุน

เหรียญที่มีราคามากที่สุดทำมาจากอะไร

สำหรับเหรียญนั้นคุณเองอาจจะเคยเห็นเหรียญของเรามาแล้วใช่ไหมว่าเหรียญนั้นอาจจะดูธรรมดาเกินไปแต่คุณอยากรู้หรือป่าวว่าในประเทศนี้เรามีเหรียญที่แปลกประหลาดอยู่จริงหรือซึ่งในแต่ละเหรียญนั้นคุณเองก้ยังไม่เคยเห็นว่าเหรียญที่มันมีรูปร่างแปลกๆนี้มันเป็นยังไงแล้วถูกค้นพบที่ไหนมีรูปร่างเป็นยังไงบ้างเรามีดูเหรียญที่น่าแปลกกันเลย

เหรีญยกษาปณ์ทองคำยักษ์  หากเราแค่ได้ยินว่าเป็นเหรียญทองคำก็ตาตื่นกันแล้วเพราะว่ามันเป็นเหรียญเพราะว่ามันเป็นเหรียญทองคำยักษ์ที่มีความบริสุทธิ์9.99%และมีน้ำหนักมากถึง100กิโลกรัมและนอกจากความใหญ่แล้วยังมีการแกะสลักอย่างสวยงามอีกด้วยโดยด้านหนึ่งแกะสัลกเป็นรูปใบเมลเปิลส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปจำลองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเสนอราคาของเหรียญทองคำยักษ์นี้ก็ตามปริมาณและคุณภาพอยู่ที่ราคา30ล้านบาท

ส่วนจุดประสงค์ที่ผลิตเหรียญยักษ์ทองคำนี้ขึ้นมาก็เอาไว้เพื่อโปรโมทเหรียญทองคำแท้ของโรงกษาปณ์ในแคนาดาซึ่งแน่นอนว่ามีเหรียญทองคำเป็นการดึงดูดลูกค้ายอดของการสั่งซื้อเหรียญก็เยอะมากขึ้นอย่างหน้าตกใจทำให้โรงงานกษาปณ์ต้องจำกัดปริมาณการสั่งซื้อกันเลยล่ะแต่ใช่ว่าเป็นตัวโชว์และจะไม่มีการจำหน่ายเพราะมีนักลงทุนจากแคนาดาได้จัดซื้อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหรียญโลหะขีปนาวุธนิวเคลียร์  ซึ่งมันอาจจะมีเหมือนเหรียญธรรมดาทั่วไปแต่หากเรารู้ที่มาที่ไปของมันแล้วละก็เป็นจะต้องอึ่งเพราะอะไรคุณรู้ไหมเพราะมันทำมาจากโลหะของขีปนาวุธR12ของสหภาพโซเวียตที่ถูกทิ้งอันตรายแบบนี้ตอนทำจะไม่อันตรายหรอผู้ผลิตยืนยันว่าถึงว่ามันจะเป็นขีปนาวุธร้ายแรงมาก่อนแต่ปัจจุบันไม่เป็นอันตรายต่อสขภาพแน่นอนทำไมเขาถึงเอามาทำเป็นเหรีญยของขีปนาวุธกันมันมาจากแนวคิดของโรงกษาปณ์มอสโคที่ต้องการจะผลิตอะไรสักอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขแล้วเกิดมีความคิดขึ้นมานำโลหะด้านนอกของขีปนาวุธที่ถูกทำลากนำมาผลิตเป็นเหหรียญระลึกแต่ใครนั้นอยากได้ก็ต้องรีบหน่อยเพราะโรงกษาปณ์จะผลิตมาแค่107000เหรียญเท่านั้นและก็จะไม่มีการผลิตออกมาอีก

เหรียญที่มีมาดังที่กล่าวมีประวัติที่เราน่าค้นหาและเรื่องที่เรานั้นควรรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรจาลึกเพื่อหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเล่าหรือประวัติเพื่อเป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้ลูกหลานได้รู้สึกถึงความเป็นมาของสิ่งที่น่าจดจำทั้งหลาย และสิ่งที่เรานั้นได้เคารพและเป็นสิ่งที่เราได้ศึกษาก็ควรให้บุคคลอื่นได้สัมผัสว่ามีที่มาแบบที่เราควรจดจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

ตำนานแห่งสัจจะวาจาที่ เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

ในความเชื่อของเมือลลับแลที่มีมาอย่างยาวนาน ในอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

เป็นอันสะท้อนให้เห็นถึงสัจจะวาจาของคนที่อยู่ในเมืองลับแลหากแม้ว่าพูดเท็จเพียงแค่หนเดียวก็จะต้องให้ออกจากหมู่บ้านไปโดยเฉพาะชายหนุ่มที่อาศัยอยู่ที่เมืองลับแลในส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่รักษา สัจจะวาจา และจึงเป็นเหตุที่จะต้องให้ทำตามกฏก็คือจะต้องออกจากหมู่บ้านนี้ไปจึงทำให้เป็นเมืองที่มีแต่เพียงผู้หญิงเท่านั้นที่อาศัยอยู่สำหรับผู้หญิงแต่ละคนนั้นล้วนก็เคยผ่านการมีสามีมาทั้งนั้น เมืองลับแล

จึงได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองแม่ม่าย ตำนานของ อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ซึ่งได้เป็นอีกหนึ่งตำนานที่เรื่องลือที่เกี่ยวกับเมืองลับแลจึงทำให้ในปัจจุบัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ถูกขนานนามว่า เมืองลับแล นานมาแล้วได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งได้เข้าไปในป่าเขาก้ได้เห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งมีหน้าตาสวยงามได้เดินออกมาจากข้างในป่าผู้หญิงเหล่านี้ได้นำเอาใบไม้ที่เขาได้ถือมาก้ได้เอาไปซ่อนเอาไว้ที่สถานที่ต่างๆ

จากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปในเมืองชายหนุ่มคนนี้ได้อาบมองอยู่จากนั้นเขาก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าใบไม้ที่หญิงสาวผู้นั้นที่ได้เอาไปซ่อนไว้มันคือสิ่งใดกันชายผู้นั้นก็ได้หยิบมาหนึ่งใบจากนั้นเมื่อหญิงสาวคนนั้นได้เดินกลับมาจากในเมืองก็ได้พากันมาตามหาใบไม้ตามจุดต่างๆที่ตนนั้นได้ซ่อนเอาไว้สำหรับคนที่เจอใบไม้ก็ได้เดินเข้าไปในป่าจากนั้นเขาก็ได้หายไปกับตา เชื่อกันว่าใบไม้นั้นมันก็คือกุญแจที่จะเข้าไปยังเมืองลึกลับ

แต่ผลปรากฏว่าได้มีหญิงสาวรายหนึ่งที่ไม่พบใบไม้ของตนเพราะว่าชายหนุ่มคนนั้นได้แอบหยิบเอาไปนั่นเองและเมื่อเขาได้แอบมองเห็นทาทางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูทาทางเป็นกังวนอย่างมากเขาก็ได้ออกมาจากที่ซ่อนแล้วก็คืนใบไม้ให้เธอแต่ก็ยังมีข้อแม้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็จะขอติดตามเธอไปยังเมืองลึกลับแห่งนั้น

เพราะเขาได้เชื่อว่าเธอและเพื่อนๆของเธอเป็นชาวเมืองลับแลอีกทั้งตัวเขาเองก็ปรารถนาอยากไปเยือนเมืองลับแลสักครั้งหญิงสาวผู้นี้ไม่มีทางเลือกจึงได้ยินยอมให้ชายหนุ่มตามเข้าไปด้วยเมือได้เข้าไปในเมืองแล้วชายหนุ่มก็เห็นว่าทั้งเมืองก็มีแต่ผู้หญิงอาศัยอยู่ทั้งนั้นเธอผู้นี้ก้ได้เล่าว่าหมู่บ้านของพวกเธอ

เป็นคนมีศรีธรรมถือสัจจะวาจาไม่พูดปดหากใครที่ทำผิดก็จะต้องออกจากเมืองทันทีโดยที่ไม่มีข้อแม้และสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้มีแต่ผู้หญิงก็เพราะพวกผู้ชายไม่ค่อยรักษาสัจจะวาจาจึงทำให้ต้องออกจากหมู่บ้านไปทันทีนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี