ตำนานเตียวเสี้ยน Diao Chan

           สำหรับตำนานของเตียวเสี้ยนนั้นเป็นตำนานของหญิงสาวที่มีความงดงามและสามารถที่ประวัติศาสตร์ของโลกได้ซึ่งเตียวเสี้ยนนั้นตามตำนานบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่ในตัวละครของหนังสือสามก๊กโดยในเรื่องราวชีวิตของเตียวเสี้ยนนั้นบอกว่าเธอเป็นหญิงสาวที่เกิดมาจากพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนเป็นแค่เพียงคนรับใช้เท่านั้น

ต่อมาได้ถูกขุนนางผู้หนึ่งรับมาเลี้ยง ซึ่ง เตียวเสี้ยน ถูก  อ้องอุ้น นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาวโดยทุกครั้งที่ อ้องอุ้น รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมืองเขาจะเดินออกมาคิดอะไรเพลินเพลินอยู่ในสนามของบ้านและทุกครั้งที่เขาออกมาเดินเขาก็มักจะเจอกับหญิงสาวที่ชื่อ เตียวเสี้ยน อยู่เป็นประจำ

โดยเธอนั้นมักจะร้องไห้ให้เขาเห็นอยู่เสมอซึ่งสาเหตุที่เตียวเสี้ยน ต้องร้องให้นั่นก็เพราะว่าเธอรู้สึกสงสาร อ้องอุ้น อย่างมาก ซึ่งเธอนั้นรัก อ้องอุ้น เหมือนกับเป็นพ่อของเธอเอง และอยู่มาวันหนึ่งขนาดที่ อ้องอุ้น ออกมาเดินเล่นที่สวนนั้นเขาก็ได้เห็นหน้าของ เตียวเสี้ยน

ซึ่งเมื่อเขาเห็นหน้าเตียวเสี้ยน เขาก็อุทานออกมาว่าแผ่นดินมีคนมาช่วยเหลือเราแล้วหลังจากนั้นเขาก็พร่ำสอนเตียวเสี้ยน เกี่ยวกับเรื่องของมันยายหญิงโดยเขาหวังว่าเขาจะส่งเตียวเสี้ยน ไปใช้มารยาหญิงทำให้ ตั้๋งโต๊ะ และลิปโป้แตกคอกัน เอง จนฆ่ากันในที่สุด โดยเขามีมีแผนจะยกเตียวเสี้ยน ให้กับลิโป้ก่อนหลังจากนั้นก็จะยกให้ ตั๋งโต๊ะ

ซึ่งแผนของเขานั้นก็สัมฤทธิ์ผลเพราะทั้งคู่นั้นแตกคอและฆ่ากันเอง ว่ากันว่า เตียวเสี้ยน นั้น ถือว่าเป็นหญิงงามที่ติด 1 ใน 4 ของหญิงงามของจีนแต่เธอนั้นมีความแตกต่างกับหญิงงามอีก 3 คนเป็นอย่างมาก

ซึ่งบางตำนานยังบอกว่าประวัติเรื่องเล่าของเตียวเสี้ยน นั้น อาจจะเป็นอีกแบบนึงนั่นก็คือเธอน่าจะเป็นหญิงรับใช้ในบ้านของลิปโป้หลังจากนั้นเธอก็แอบได้เสียกับตั๋งโต๊ะซึ่งเธอนั้นต้องไปเป็นอนุภรรยาของเขา หลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอมักจะคิดว่าแท้ที่จริงแล้วเตียวเสี้ยน ก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงแพศยาคนหนึ่งที่ใช้ความสาวและความสวยหลอกล่อทำให้บ้านเมืองนั้นล่มสลายได้

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ออกมายกย่องสรรเสริญเตียวเสี้ยน ว่าเธอนั้นสามารถใช้ความสวยและความรู้ความสามารถของเธอทำให้บ้านเมืองนั้นกลับมาสงบสุขได้ อีกทั้งยังมีการยกยอเธอด้วยว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก

ที่สามารถทำตามความต้องการของบิดาของเธอและไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นต่างบ้านต่างเมือง ซึ่งเตียวเสี้ยนไม่ได้มีดีแค่เพียงความงามเท่านั้นเพราะเมื่อเธอต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเธอก็ใช้ความรู้ทักษะความฉลาดของเธอที่มีอยู่แก้ไขปัญหาเอาตัวรอดของเธอมาได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์

หมู่บ้าน บรามช็อทท์ประเทศอังกฤษ

          ถ้าคุณไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษแล้วอยากผจญภัยอยากรู้ว่าเมืองไหนมีผีเฮี้ยนเยอะมากที่สุดชาวบ้านคงจะบอกคุณว่าเมืองที่มีผีเฮี้ยนมากที่สุดคือเมือง  Pluckley แต่จริงๆแล้วถ้าคุณเดินทางผ่านหมู่บ้านนี้ไปอีกหน่อยคุณจะไปเจอหมู่บ้าน Bramshott ซึ่งจะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน Pluckleyเพียงแค่ 90 นาทีเท่านั้น

ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความเฮี้ยนของผีไม่แพ้กันซึ่งหมู่บ้าน  Bramshottอยู่ในเมือง Haslemere  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ก่อนปี 1086 ส่วนตำนานน่ากลัวที่ทำให้ หมู่บ้าน Bramshottมีตำนานที่น่ากลัวเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 1700 ที่ หมู่บ้าน Bramshott จะมีโรงแรมอยู่โรงแรมหนึ่งชื่อเซเว่นทอน

ซึ่งโรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องของความน่ากลัวมากเนื่องจากว่าเป็นโรงแรมที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งเหตุการณ์ฆาตกรรมและ และอาชญากรรม หลายเหตุการณ์ต่อเนื่อง แน่นอนว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกี่ยวคนตายเยอะแยะมาก และนอกจากจะมีวิญญาณผีในโรงแรม เซเว่นทอนแล้ว ที่ หมู่บ้าน Bramshott แห่งนี้

ยังมีผู้คนต่างก็พูดถึงวิญญาณผีตามจุดต่างๆภายในหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายหลังจากที่เธอตายแล้ววิญญาณของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณจุดที่เธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายซึ่งมีชาวบ้านพบเห็นเธออยู่บ่อยครั้งหรือจะเป็นวิญญาณของเด็กชายคนหนึ่ง

ซึ่ง เขามีชื่อว่าฟุตบอยเขาเป็นวิญญาณของผีเด็กซึ่งเขาเสียชีวิตตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กโดยผู้คนมักจะเห็นฟุตบอยนั้นปีนต้นไม้เล่นอยู่ในช่วงยามค่ำคืนหรือแม้แต่บางคืนหากใครเดินผ่านไปผ่านมาตรงบริเวณที่ฟุตบอยเสียชีวิตพวกเขาเหล่านั้นก็จะเห็นวิญญาณของฟุตบอยเดินเป่าขลุ่ยไปตามท้องถนนเส้นที่เขาเสียชีวิตนั่นเอง

อีกทั้งวันดีคืนดีไม่ใช่จะเห็นแค่เพียงฟุตบอยคนเดียวเท่านั้นแต่บางครั้งก็จะมีวิญญาณของวัวสีขาวเดินมาคู่กับวิญญาณของฟุตบอยอีกด้วยซึ่งเสียงขลุ่ยที่ฟุตบอยเป่านั้นจะมีความไพเราะเป็นอย่างมาก 

           อย่างไรก็ตามนี่คือตำนานของ หมู่บ้าน Bramshott ที่ว่ากันว่ามีเรื่องราวน่ากลัวเกี่ยวกับเรื่องของผีของประเทศอังกฤษมากที่สุดซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษก็ลองไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเหล่านี้การดูได้นะคะ ถึงแม้เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

แต่ชาวบ้านก็ยังคงมีการพูดถึงกันอยู่และยังมีการเล่าขานให้ลูกหลานได้ฟัง ถึงความน่ากลัวของวิญญาณต่างต่าง ที่ต่างก็เสียชีวิตก่อนเวลาอันควร แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น เพราะตอนนี้ไม่มีใครพบเห็นวิญญาณเหล่านั้นอีกแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ตำนานวัดดะมะยานจี้

             ที่ประเทศพม่ามีวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศถูกสร้างขึ้น ในเขตพื้นที่ของเมืองพุกามเลยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนานและมีหลักฐานจากพงศาวดารว่ามีการสร้างเอาไว้มานานเกือบ 200 ปีมาแล้ว

ซึ่งสถานที่แห่งนี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนั้นเดินทางมาเที่ยวที่นี่กันโดยถ้าหากไปท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์ก็จะมีรายชื่อวัดแห่งนี้รวมอยู่ในกลุ่มที่ทางเจ้าหน้าที่ทัวร์จะพานักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและกราบไหว้ขอพรซึ่งวัดแห่งนี้มีตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างวัดกว่าจะมาเป็นวัดแห่งนี้โดยระบุว่าวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามความต้องการของพระเจ้านะระตู

ซึ่งพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองประเทศพม่าอยู่ในสมัยนั้นนั่นเองด้วยการปกครองของพระองค์นั้นเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศักราช  1167 จนถึงคริสต์ศักราช 1170   ในระหว่างที่พระองค์ขึ้นครองราชย์นั้นมีบันทึกและมีการพูดถึงเกี่ยวกับประวัติการครองราชย์ของพระองค์ด้วยว่าพระเจ้านะระตู ขึ้นครองราชย์มาด้วยการแย่งชิงบัลลังก์

โดย พระเจ้านะระตูได้มีการสังหารพ่อของตนเองและพี่ชายของตนเองกว่าจะได้บัลลังก์นี้มาครอบครองแล้วเมื่อได้ขึ้นครองราชย์กลายมาเป็นพระเจ้านะระตูเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความที่พระองค์นั้นรู้สึกผิดกับสิ่งที่พระองค์ได้กระทำในการสังหารพ่อและพี่ชายของตนเองทำให้พระองค์นั้นในสร้างวัดนี้ขึ้นมาก็คือวัด ดะมะยานจี้

โดยชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่าสาเหตุที่พระเจ้านะระตูสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าพระองค์นั้นต้องการที่จะใช้วัดแห่งนี้ช่วยลดความรู้สึกผิดในใจและความรู้สึกบาปที่พระองค์รู้สึกอยู่ซึ่งพระองค์ได้มีการสั่งให้สร้างวัดแห่งนี้ให้มีความสวยงามและใหญ่โตมากที่สุดในพุกามอย่างไรก็ตามมีการระบุถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของพระองค์ว่าในช่วงที่ พระเจ้านะระตูขึ้นครองราชย์

และกำลังสั่งให้ทหารเร่งก่อสร้างวัด ดะมะยานจี้แห่งนี้อยู่นั้นพระองค์ได้ถูกคนอินเดียกลุ่มหนึ่งแอบลักลอบเข้ามาทำการปลงพระชนม์พระองค์นั้นเสียชีวิตอย่างไรก็ตามหลังจากพระองค์เสียชีวิตไปแล้ววัดนี้ก็ยังคงสร้างต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการที่พระเจ้านะระตูต้องการลักษณะของตัววัดนั้นมีความคล้ายคลึงกัน

วัด อานานดาพะย่ะซึ่งวัดแห่งนี้ก็ถูกสร้างเอาไว้ในเมืองพุกามเป็นอีกวัดหนึ่งซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้วัดใดๆเลยทีเดียวความแตกต่างของวัดแห่งนี้มีการนำเอาก้อนอิฐเข้ามาไว้ภายในวัดแล้วนำมาปิดทับภายในตัววัดไว้ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะอะไรปัจจุบันนี้ที่วัดแห่งนี้จะสามารถเข้าได้แค่เพียงเฉพาะบริเวณมุกทั้ง 4 และยังมีระเบียงภายนอกเท่านั้นส่วนที่เหลือนั้นจะไม่สามารถเข้าไปได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

         สำหรับวันเข้าพรรษานั้นเป็นวันสำคัญเกี่ยวเนื่องกับทางพระพุทธศาสนาซึ่งในวันดังกล่าวนั้นจะตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 สำหรับกิจกรรมวันเข้าพรรษานั้นก็คือชาวบ้านจะพากันมาทำบุญที่วัดเพื่อรับพรและนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระสงฆ์จะต้องจำพรรษาอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น

จะไม่สามารถไปจำพรรษาด้านนอกหรือไปเดินทางธุดงค์ได้ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะตรงกับฤดูฝนอีกด้วยในสมัยโบราณอาการนั้นจริงๆแล้วไม่มีวันเข้าพรรษาแต่เนื่องจากว่าพระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในช่วงฤดูฝนเพราะในสมัยก่อนชาวบ้านฉันประกอบอาชีพทำไร่ไถนาและเมื่อพระสงฆ์เดินทางไปธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆก็จะย่างไปในไร่นาของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนพืชพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ฝนตกมีน้ำเยอะพระพุทธเจ้าจึงเล็งเห็นว่าทั้งชาวบ้านเองและพระสงฆ์ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนในช่วงฤดูฝนดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้มีการจัดวันเข้าพรรษาขึ้นมาโดยระบุให้พระสงฆ์นั้นไม่ต้องออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาข้างนอกให้จำพรรษาอยู่ที่วัดเท่านั้นเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั่น

ก็คือจนกว่าจะหมดฤดูฝนนั่นเองและชาวบ้านก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่พระสงฆ์เดินย่ำเข้าไปในไร่ในนา และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อถึงกำหนดเข้าหน้าฝนหรือเมื่อครบถึงแรม 1 ค่ำเดือน 8 พระสงฆ์ก็จะต้องทำพิธีเข้าพรรษาและจะออกพรรษาได้เมื่อครบ 3 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดประมาณวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 

         ในปัจจุบันนี้วันเข้าพรรษาจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยถือว่าเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาและในช่วงวันเข้าพรรษานั้นพระสงฆ์จะเผยแพร่พระพุทธศาสนาอยู่ภายในบริเวณและเท่านั้นจะไม่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้ไม่ว่าจะมีความจำเป็นมากแค่ไหนก็ตาม

แต่หากว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จำเป็นต้องไปนอนค้างที่อื่นเหตุผลที่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้จะมีแค่เพียงการที่พระสงฆ์เจ็บป่วยและต้องไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลหรือการที่บิดามารดาของพระสงฆ์นั้นเจ็บป่วยพระสงฆ์จำเป็นต้องไปเฝ้าดูอาการป่วยของพ่อและแม่มีกรณีที่ชาวบ้านนั้น

มานิมนต์ให้พระสงฆ์เดินทางไปบำเพ็ญกุศลพื้นที่อื่นแต่การเดินทางไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นโดยระบุว่าสามารถไปค้างที่อื่นได้ไม่เกิน 7 วันและถ้าหาพระ 2 องค์ไหนที่ไปค้างที่อื่นเกิน 7 วันก็จะถือว่าพระสงฆ์องค์นั้นสิ้นสุดการเข้าพรรษาทันที  ในช่วงของการเข้าพรรษานั้น จะเป็นช่วงพระสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปเผยแพร่พระพุทธศสานา นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ศิลปะยุคหินและการพัฒนาสังคมผู้คน

อย่างที่รู้กันว่างานศิลปะมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยผู้คนดังกล่าวมีการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอยู่อาศัยสิ่งหนึ่งที่สำคัญและถูกถ่ายทอดออกมาในยุคแรกๆนั้นคืองานศิลปะต่างๆ อย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆในยุคแรกๆไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานทางด้านศิลปะมีเพียงแค่การจดบันทึกเรื่องราวบนฝาผนังเพียงเท่านั้นใช้ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ

ที่มาจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหิน ดิน ทราย เลือด กระดูก สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาจดบันทึกไว้บนฝ่ากำแพงซึ่งในยุคปัจจุบันก็เห็นศิลปะมากมายที่เกิดจากยุคหินต่างๆเพราะผู้คนในยุคหินมีวิวัฒนาการในการจดเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะพวกผู้คนในยุคปัจจุบันสามารถศึกษาประติมากรรมก่อนยุคประวัติศาสตร์ได้หรือร่องรอยเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้นก่อนอย่างไร

ก็ตามสังคมของผู้คนในยุคหินนั้นมีเพียงการล่าสัตว์และอยู่กันเพียงสังคมเล็กๆ เท่านั้นอาศัยอยู่ในถ้ำ ทุกคนต่างมีการเอาชีวิตรอดโดยการล่าสัตว์ต่างๆนำมารับประทานอาหารหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการอยู่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือเท่านั้นอย่างไรก็ตามยุคสมัยในยุคปัจจุบันก็มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆ

หรือขั้นค้นพบศิลปะต่างๆที่เกิดจากชนชาติหรือมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ผู้คนในยุคนั้นมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในสถานที่ต่างๆเหล่านั้น

เนื่องด้วยความกลัว ความหวาดระแวง หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความต้องการเอาชีวิตรอดทำให้ผู้คนต่างๆมีศรัทธาในผู้ที่เหนือกว่าตนเองและก็คือพระเจ้า หลักฐานใดบ่งบอกว่าผู้คนในยุคต่างๆมีศรัทธาในการทำงานเกี่ยวกับงานศิลปะเพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่คุ้มครองตัวเอง ศิลปะต่างๆเหล่านี้ถูกถ่ายทอดโดยการเขียนใส่ฝาผนังและมีอีกมากมายหลายสิ่งไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักการขูดขีดหรือการสร้างงานศิลปะโดยความบังเอิญ

แต่อย่างไรก็ตามความบังเอิญคือสิ่งที่มนุษย์มีการพัฒนาอยู่เสมอเพราะบุคคลต่างๆมีการแสวงหาแหล่งอาหาร หรือสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลาการต่อสู้เรื่องจดบันทึกให้กำลังใจทุกคนในยุคต่อมามีความคิดว่า หากมีการส่งต่อเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นความเชื่อศรัทธาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของธรรมชาติในละแวกนั้นก็จะสามารถทำให้มนุษย์ในยุคต่อมามีชีวิตรอดได้

จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการสืบค้นข้อมูลต่างๆและแบ่งยุคหินเป็น 3 ยุค ไม่ว่าจะเป็นหินเก่า หินกลาง ในยุคหินใหม่ ยุคหินต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกสืบค้นอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างมีความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยุคต่างๆที่เพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆ

การสร้างสังคมหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ งานศิลปะต่างๆมีการส่งต่อที่ง่ายเพราะสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายเมื่อคืนนี้เองจึงเป็นสาเหตุว่างานศิลปะต่างๆที่ถูกผลิตออกมามากมายในแต่ละยุคสมัยพัฒนารูปแบบในการอยู่อาศัยหรือการดำรงชีวิตของมนุษย์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ยุคคริสเตียนศิลปะและศาสนา 

ศาสนาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถเข้าถึงจิตใจผู้คนได้อย่างไรก็ตามการเข้าถึงผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการสร้างสื่อขึ้นมา นั่นเป็นสาเหตุที่ศิลปะในยุคเรียนมีการพัฒนาด้านข้างเดียวผู้คนสามารถผลิตสื่อต่างๆได้เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามอายุปัจจุบันถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่สื่อต่างๆถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการเข้าถึงของผู้คนต่างๆในการชมอนุสาวรีย์ งานศิลปะ หรือแม้แต่จะเป็นสถาปัตยกรรม ยกตัวอย่างเช่นในยุคคริสเตียนเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาค่อนข้างเยอะผู้คนมีการทำการค้า มีการทำเกี่ยวกับเรื่องราวทางด้านศาสนาคนทางนี้อย่างไรก็ตามในยุคนั้นจึงเป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองในการพัฒนาศิลปะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เป็นปฏิมากรรมภาพต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงศรัทธา

หรือพระเยซูค่อนข้างเยอะ ความเกี่ยวเนื่องของศาสนาและงานศิลปะในยุคคริสเตียนค่อนข้างมีความซับซ้อนเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะว่าในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการผลิตความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นการสั่งสมเรื่องราวต่างๆให้ผู้คนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ตัวละครในคัมภีร์ไบเบิลหลายตัว ได้มีบทบาทอย่างมากในการที่ศิลปินจับยกมาทำงานศิลปะค่อนข้างมากอย่างไรก็ตามที่จะเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง กับงานศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆทำให้มีการพัฒนางานต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ศาสนาต่างๆที่มีความจำเป็นจะต้องมีการเผยแพร่ มนุษย์มีความต้องการปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็นอาหารเครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัยหรือแม้แต่จะเป็นยารักษาโรค อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้มนุษย์อยู่รอดให้คือความหวาดกลัวหรือความระแวงนั่นเอง

ความกลัวต่อความตาย ความกลัวต่อความบาดเจ็บ นี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ศาสนาสามารถเข้าถึงทุกคนง่ายมากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามสื่อที่ถูกทำออกมาจากงานศิลปะเมื่อผู้ค้นพบเห็นก็อาจจะเข้าใจได้ทันทีอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์สามารถลดหย่อนความหวาดกลัวต่างๆเหล่านี้ได้ด้วยการเข้าถึงศาสนา ศาสนาในงานศิลปะจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคคริสเตียนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้คนไม่สามารถขัดได้ ความเชื่อต่างๆถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานการแสดงออกทางความคิดเห็น

อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันก็ยังมีการเผยแพร่ของศิลปะในยุคคริสเตียนอยู่อีกด้วย เกี่ยวข้องกับพระเจ้า หรือความเชื่อของพระเยซูต่างๆ นี่จะเป็นส่วนสำคัญที่ศิลปะต่างๆคือการจดบันทึกเรื่องราวหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อของบุคคลต่างๆแต่ละยุคแต่ละสมัย ยุคคริสเตียนก็เป็นอีกหนึ่งวงที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านงานศิลปะค่อนข้างเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจของผู้คนการเรียนรู้หรือการสร้างงานขึ้นมาเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ทำให้มีการเกิดงานที่ผลิตสื่อต่างๆมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็น ภาพพิมพ์สถาปัตยกรรมต่างๆก็มีขึ้นมากมาย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   UFABET เว็บตรง

จุดเริ่มต้นของงานศิลปะและประติมากรรม 

ในยุคแรกคือยุคที่ประติมากรรมทางด้านศิลปะ มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาตลอดเวลาอย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ทางด้านโบราณ มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอการศึกษาเกี่ยวกับทางด้านการทำงานหรือการประยุกต์สิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม ศิลปะคือสิ่งที่ระบายไม่ว่าจะเป็นลักษณะวัฒนธรรมการเป็นอยู่

หรือแม้แต่จะเป็นการดำเนินชีวิตการดำรงชีวิตของมนุษย์ต่างๆเป็นการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆในอีกแง่มุมหนึ่ง หากเรามองให้ดีๆหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็จะจดบันทึกเรื่องราวปฏิบัติประสาทผ่านข้อความตัวอักษรหน้าต่างแตกในส่วนของมุมศิลปะและประติมากรรมต่างๆเป็นอีกหนึ่งบทบาทซึ่งเป็นส่วนในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ

ให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ทางการเมือง สภาพความเป็นอยู่ หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนเริ่มมีการจัดสร้างอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นปฏิมากรรม หรือแม้แต่จะเป็นสถาปัตยกรรมก็เป็นสิ่งที่เอาไว้อวดอ้างทัศนียภาพต่างๆ แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอสิ่งต่างๆเหล่านี้เองแสดงให้เห็นว่าศิลปะเป็นสิ่งที่สำคัญกับการใช้ชีวิตของผู้คน

การเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตและเงื่อนไขในการดำรงชีวิตต่างๆเหล่านี้ศิลปะได้เข้ามามีบทบาทของผู้คนอย่างมากไม่ว่าชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูง ในสมัยก่อนก็เป็นส่วนสำคัญจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับทางด้านศิลปะเพื่อแสดงให้เห็นถึงทัศนียภาพหรือว่าสุนทรียภาพของตัวเอง ศิลปะถูกแบ่งเป็นยุคสมัยต่างๆมากมาย

นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาการของศิลปะค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนทุกคนมีการประดิษฐ์ลายลักษณ์อักษร งานศิลปะมากมายไม่ว่าจะเป็นงานเขียนภาพ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ หรือแม้แต่จะเป็นงานปั้น

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนบางครั้งในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาก็จะมีการพิมพ์ลายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ลงไปด้วยอย่างไรก็ตามจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะและวัฒนธรรมปฏิบัติการต่างๆบ่งบอกถึงลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คน

ผลการเปลี่ยนแปลงลักษณะการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วประวัติศาสตร์เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกาะกลุ่มเพื่อบ่งบอกว่าในยุคนั้นๆมีสิ่งใดๆเกิดขึ้นมาสิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านศิลปะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับความเชื่อพระเจ้าและศาสนา ค่อนข้างมีบทบาทอย่างมากกับการทำงานศิลปะ ในคัมภีร์ไบเบิลในยุคสมัยต่างๆก็ถูกนำมาเขียนเป็นภาพวาดมากมายหรือภาพประติมากรรม นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะและงานประติมากรรมเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าประวัติศาสตร์หรือยุคโบราณ

ผู้คนมีความเป็นอยู่ลักษณะในการใช้ชีวิตอย่างไร อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการศึกษาของศิลปะต่างๆเหล่านี้ก็มีการพัฒนาสืบค้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อบ่งบอกให้แน่ชัด สิ่งต่างๆในงานศิลปะเหล่านั้นถูกถ่ายทอดหรือกิจกรรมต่างๆนั้นต้องการถ่ายทอดสิ่งใดให้กับคนรุ่นหลังหรือผู้คนต่างๆ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนในการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆเหล่านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

การฟื้นฟูศิลปะคลาสสิกและการฟื้นฟูงานศิลปะ

ศิลปะคลาสสิกถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่มีความเฟื่องฟูของงานศิลปะที่ค่อนข้างเยอะ เป็นงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองความเชื่อและศาสนาต่างๆที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามที่ทำเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะของศิลปะต่างๆมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ซึ่งงานศิลปะเก่าได้ถูกค้นพบและถูกฟื้นฟูเป็นจำนวนมากถูกเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมหาศาลจึงทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมี Museum ในการแสดงงานศิลปะต่างๆรวมถึงยังมีในส่วนของสิ่งต่างๆที่เก็บรวบรวมงานศิลปะต่างๆที่มีประสิทธิภาพหรือ

มีความสำคัญของแต่ละยุคสมัย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญที่การฟื้นฟูของงานศิลปะในยุคคลาสสิกต่างๆที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการใช้ชีวิตของผู้คนหรือแสดงให้เห็นว่างานศิลปะคลาสสิกต่างๆเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากกับยุคสมัย เป็นการนำความเชื่อและการปรับปรุงรูปแบบเข้ามาร่วมกับงานศิลปะที่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทัศนียภาพความศรัทธาในพระเจ้าต่างๆ

อย่างที่รู้กันว่าการปฏิวัติในฝรั่งเศสต่างๆได้กลับการค้นหาฟื้นฟูต่างๆศิลปะของกรีก หรือ น้ำมันพัฒนา งานต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามเสรีภาพในมนุษยภาพถูกพูดถึงไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมืองการปกครองศาสนาต่างๆ ไม่ถูกพูดถึงในงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีการสร้างผลงานจากจิตรกรต่างๆในภาพเขียนที่แสดงให้เห็นถึงความคิดทางประวัติศาสตร์

ซึ่งสมัยนั้นเป็นสมัยที่งานศิลปะมีความประณีตและมีความสวยงามจนข้างบ้าน อะไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญที่สุดในฝรั่งเศสต่างๆโดยทางยุโรปต่างๆได้มีความสนใจในการเสพงานอย่างมากไม่ใช่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเฟื่องฟูของยุคนั้นๆแต่เพียงเท่านั้น แต่นี่การเสพของเศรษฐีต่างๆได้แสดงให้เห็นถึงรสนิยม และสุนทรียภาพต่างๆที่จะทำให้เศรษฐีมากมายเริ่มมีการอุปถัมภ์ในส่วนของจิตรกรมากมาย

และเริ่มมีการสร้างโดเรมี่ในการจัดแสดงงานต่างๆงานศิลปะ นี่จะทำให้ในยุคนั้นมีการฟื้นฟูเดือนข้างหน้า Academy ฟรองซัวส์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในยุคคริสต์ศักราชที่ 18 และศตวรรษที่ 19 ได้มีจิตรกรมากมายผลิตผลงานออกมา

ศิลปะเป็นหนึ่งอย่างโดยเฉพาะในยุคคลาสสิกนี้ที่แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยนั้นความเชื่อความศรัทธาและในส่วนของการเมืองต่างๆความคิดเห็นของกิจกรรมต่างๆถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานมากมาย ยังไงนี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานศิลปะนานๆให้มีรูปแบบที่ดีมากยิ่งขึ้น

เพราะผู้คนส่วนใหญ่มีการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านงานศิลปะมากมาย นี่จึงทำให้การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของงานศิลปะคลาสสิกได้มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สุนทรียภาพแห่งงานศิลปะนี้มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา 

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  sagame

เส้นทางศิลปิน

งานศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาและสร้างความอ่อนโยนในตัวมนุษย์ได้ เราจึงสังเกตได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นมักจะแสวงหากิจกรรมหรือการทำงานในด้านศิลปะเป็นส่วนใหญ่เพราะ ศิลปะนั้นสามารถช่วยทำให้เราเกิดความผ่อนคลายและทำห้จิตใจของเรานั้นสงบขึ้นได้

ดังนั้นแล้วเส้นทางสู่การเป็นศิลปินก้ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนนั้นใฝ่หาและต้องการทำงานในสายอาชีพนี้ ความเป็นศิลปินโยส่วนใหญ่ที่เรานั้นมักจะคุ้นเคยกันนั้น มักจะได้ยินกับคำว่าศิลปินไส้แห้งอย่างแน่นอนสิ่งที่ทำให้หลายคนนั้นคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นต้องบอกเลยว่าผลงานต่างทางด้านศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้น

ยังไม่สามารถเข้าถึงได้หรือเป็นสิ่งที่อาจจะเข้าถึงได้ยาก ทำให้การเป็นศิลปินหรือการขายผลงานในด้านศิลปะนั้นอาจจะเป็นเกิดขึ้นได้ยากทำให้ผู้ที่เป็นศิลปินนั้นไม่สามารถทำให้ตัวเองเกิดรายได้ในการใช้ชีวิตได้และทำให้หลายคนผันตัวไปประกอบอาชีอื่นๆในอนาคตนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนี้นั้นต้องยอมรับเลยว่า ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและความคิดผู้คนในยุคนี้นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก ทำให้ผลงานทางด้านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่อาจจะเข้าถึงได้ง่าย และศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีความซับซ้อนเท่าในสมัยก่อน รวมทั้งผลงานทางศิลปะนั้นสามารถที่จะต่อยอดไปในงานด้านอื่นๆ

ได้มากขึ้นจากในสมัยก่อนด้วยนั่นเอง จากความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำให้การสร้างสรรคผ์ผลงานมีความแปลกใหม่เพิ่มมากขึ้นด้วย ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ดังนั้นแล้วเมื่อศิลปะเป็นสิ่งที่ที่ผู้คนต้องการที่จะบริโภคงานด้านศิลปะมากขึ้น ศิลปินจึงเป็นทรัพยากรสำคัญของวงการศิลปะ

ทำให้หลายคนนั้นสนใจในอาชีพการเป็รศิลปินมากขึ้น แต่ในเส้นทางการเป็นศิลปินในปัจจุบันนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย เส้นทางของความเป็นศิลปินจึงไม่ใช่สิ่งที่โรยด้วยดอกกุหลายในการเดินทาง ศิลปินโดยส่วนใหญ่นั้นจะต้องมีความรักในงานศิลปะจึงจัสามารถสร้างสรรค์และไต่เต้าขึ้นมาในการเป็นสิลปินในระดับแนวหน้าได้

ศิลปินนั้นจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างและมักจะต้องเป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้และใฝ่หาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ไม่พียงเท่านั้นการเป็นศิลปินเรื่องทัศนคติก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในปัจจุบันคนที่มีทัศนคติที่ดี ก็มักจะเป็นสิ่งที่ทำให้ศิลปินคนนั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างดี ดังนั้นการที่จะเดินทางในเส้นทางการเป็นศิลปินนั้นจะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบและรักในความเป็นศิลปะอย่างแท้จริงและถ้าหาก

ว่าเราศิลปิคนนั้นมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานก็ชื่อว่าสิ่งที่เรานั้นท่มเทแรงกายเรื่องใจในการสร้างสรรค์ศิลปินก็จะได้รับความคุ้มค่ากับมาอย่างแน่นอนและเดินบนเส้นทางของการเป็นศิลปินได้อย่างมีความสุข

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ดูบอลสด

โมนาลิซ่าคือใคร

รูปวาดโมนาลิซ่านั้นถือว่าเป็นรูปวาดที่เป็นปริศนาของโลกอย่างมาก เพราะเรานั้นมักจะเห็นรูปวาดนี้อยู่เป็นประจำและในสถานที่ที่มีความเป็นArtนั้นล้วนก็จะต้องมีภาพวาดของโมนาลิซ่าประดับอยู่ในสถานที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน เพราะเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งภาพวาดโมนาลิซ่านั้นเป็นภาพวาดที่เกิดจาการวาดของสีน้ำมัน

โดยมีการสร้างสรรค์ผลงานโดยจิตรกรชื่อดังของโลกอย่าง Leonardo de vinci ในราวศรรตวรรษที่16 ภาพโมนาลิซ่านั้นเป็นภาพที่ได้มีชื่อเสียงแล่ะงดังไปทั่วโลกและเป็นที่รู้จักอย่างดีภาพหนึ่งในฐานะภาพวาดสตรีที่มีรอยยิ้มและแฝงไปด้วยความเป็นปริศนา

ผ่านมากว่า500ปีมาแล้วที่รูปภาพโมนาลิซ่านี้ยังคงถูกตั้งเป็นคำถามอยู่เสมอว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใคร ทำให้รูปภาพที่มีชื่อเสียงและโงดังไปทั่วดลกนั้นยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและยังคงเป็นปริศนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นสามารถทำได้ก็คือการให้คนที่มีความสงสัยในรูปภาพนั้นว่าโมนาลิซ่าจริงๆแล้วเป็นใครกันแน่ และก็มีการจินตนาการ นึกคิดไปต่างๆนานาจากผู้คนทั่วไปด้วยโดยความสงสัยนี้ยังคงเป็นปริศนาและยังคงค้นหาคำตอบไม่ได้และยังคงเป็นสิ่งที่คาใจหลายคนเรื่อยมานานถึง5ศรรษตวรรษเลยทีเดียว

จนปัจจุบันคำถามเกี่ยวกับดมนาลิซ่าที่ผู้คนต่างเฝ้าสงสัยและอยากที่จะรู้คำตอบนั้นมีการค้นคว้าเพื่อหาคำตอบจากหลายคนมากมาย ว่าจริงๆแล้วนั้นโมนาลิซ่าคือใครกันแน่ ถึงแม้จะมีการค้นคว้าและสันนิษฐานไปต่างๆนานาแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ทราบแน่ชัดว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใคร แต่ตามคำบอกกล่าวของจอร์โอ วาซารี ที่เป็นทั้งจิตกร สถาปนิคและมีการเขียนหนังสื่อที่เกี่ยวกับศิลปะในยุคนั้น

โดยให้คำตอไว้ว่าโมนาลิซ่านั้นคือภรรยาสาวของฟรานเชสโก้เดลจิโอกอลโด้ ซึ่เป็นพ่อค้าไหมที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมากในเมืองฟอเร้นซ์นั่นเอง ดดยการวาดภาพโมนาลิซ่านั้นใช้เวลายาวนานในการวาดถึง 4 ปี ดดยมีการว่าจ้างทั้งนักร้องนักดนตรี นักแสดงตลก เพื่อมาให้ความบรรเทิงในขณะที่เขานั้นได้วาดหญิงงามอย่างโมนาลิซ่าที่เป็นแบบให้เพื่อให้เธอนั้นมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้างหมอง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลที่ได้จากการสันิษฐานและมีความเป็นไปได้อย่างมากที่สุด

โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมจากคนวาดภาพนี้เองอย่าง Leonardo de vinci ที่ได้บอกว่าผู้หญิงในภาพวาดนั้นเป็นสตรีคนหนึ่งในเมืองฟอเร้นซ์ แต่ก้ไม่ได้บอกอย่างแน่ชัดเช่นกันว่าสตรีในภาพที่เป็นแบบให้เขานั้นคือใคร

ทำให้คำถามว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใครยังคงเป็นคำตอบที่ยังหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้เพราะเป็นเพียงการคาดเดาไปต่างๆนานาตามความที่จะเป็นไปได้เท่านั้น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าโมนาลิซ่าที่แท้จริงนั้นเป็นใครกันแน่ แต่ปลงานชิ้นนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับความชื่นชมและนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทั่วโลกได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ufabet