ศิลปะยุคหินและการพัฒนาสังคมผู้คน

อย่างที่รู้กันว่างานศิลปะมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยผู้คนดังกล่าวมีการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอยู่อาศัยสิ่งหนึ่งที่สำคัญและถูกถ่ายทอดออกมาในยุคแรกๆนั้นคืองานศิลปะต่างๆ อย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆในยุคแรกๆไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานทางด้านศิลปะมีเพียงแค่การจดบันทึกเรื่องราวบนฝาผนังเพียงเท่านั้นใช้ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ

ที่มาจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหิน ดิน ทราย เลือด กระดูก สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาจดบันทึกไว้บนฝ่ากำแพงซึ่งในยุคปัจจุบันก็เห็นศิลปะมากมายที่เกิดจากยุคหินต่างๆเพราะผู้คนในยุคหินมีวิวัฒนาการในการจดเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะพวกผู้คนในยุคปัจจุบันสามารถศึกษาประติมากรรมก่อนยุคประวัติศาสตร์ได้หรือร่องรอยเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้นก่อนอย่างไร

ก็ตามสังคมของผู้คนในยุคหินนั้นมีเพียงการล่าสัตว์และอยู่กันเพียงสังคมเล็กๆ เท่านั้นอาศัยอยู่ในถ้ำ ทุกคนต่างมีการเอาชีวิตรอดโดยการล่าสัตว์ต่างๆนำมารับประทานอาหารหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการอยู่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือเท่านั้นอย่างไรก็ตามยุคสมัยในยุคปัจจุบันก็มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆ

หรือขั้นค้นพบศิลปะต่างๆที่เกิดจากชนชาติหรือมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ผู้คนในยุคนั้นมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความปลอดภัยในการอยู่อาศัยในสถานที่ต่างๆเหล่านั้น

เนื่องด้วยความกลัว ความหวาดระแวง หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความต้องการเอาชีวิตรอดทำให้ผู้คนต่างๆมีศรัทธาในผู้ที่เหนือกว่าตนเองและก็คือพระเจ้า หลักฐานใดบ่งบอกว่าผู้คนในยุคต่างๆมีศรัทธาในการทำงานเกี่ยวกับงานศิลปะเพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่คุ้มครองตัวเอง ศิลปะต่างๆเหล่านี้ถูกถ่ายทอดโดยการเขียนใส่ฝาผนังและมีอีกมากมายหลายสิ่งไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักการขูดขีดหรือการสร้างงานศิลปะโดยความบังเอิญ

แต่อย่างไรก็ตามความบังเอิญคือสิ่งที่มนุษย์มีการพัฒนาอยู่เสมอเพราะบุคคลต่างๆมีการแสวงหาแหล่งอาหาร หรือสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลาการต่อสู้เรื่องจดบันทึกให้กำลังใจทุกคนในยุคต่อมามีความคิดว่า หากมีการส่งต่อเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นความเชื่อศรัทธาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของธรรมชาติในละแวกนั้นก็จะสามารถทำให้มนุษย์ในยุคต่อมามีชีวิตรอดได้

จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการสืบค้นข้อมูลต่างๆและแบ่งยุคหินเป็น 3 ยุค ไม่ว่าจะเป็นหินเก่า หินกลาง ในยุคหินใหม่ ยุคหินต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกสืบค้นอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างมีความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยุคต่างๆที่เพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆ

การสร้างสังคมหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ งานศิลปะต่างๆมีการส่งต่อที่ง่ายเพราะสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายเมื่อคืนนี้เองจึงเป็นสาเหตุว่างานศิลปะต่างๆที่ถูกผลิตออกมามากมายในแต่ละยุคสมัยพัฒนารูปแบบในการอยู่อาศัยหรือการดำรงชีวิตของมนุษย์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ยุคคริสเตียนศิลปะและศาสนา 

ศาสนาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถเข้าถึงจิตใจผู้คนได้อย่างไรก็ตามการเข้าถึงผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการสร้างสื่อขึ้นมา นั่นเป็นสาเหตุที่ศิลปะในยุคเรียนมีการพัฒนาด้านข้างเดียวผู้คนสามารถผลิตสื่อต่างๆได้เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามอายุปัจจุบันถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่สื่อต่างๆถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการเข้าถึงของผู้คนต่างๆในการชมอนุสาวรีย์ งานศิลปะ หรือแม้แต่จะเป็นสถาปัตยกรรม ยกตัวอย่างเช่นในยุคคริสเตียนเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาค่อนข้างเยอะผู้คนมีการทำการค้า มีการทำเกี่ยวกับเรื่องราวทางด้านศาสนาคนทางนี้อย่างไรก็ตามในยุคนั้นจึงเป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองในการพัฒนาศิลปะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เป็นปฏิมากรรมภาพต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงศรัทธา

หรือพระเยซูค่อนข้างเยอะ ความเกี่ยวเนื่องของศาสนาและงานศิลปะในยุคคริสเตียนค่อนข้างมีความซับซ้อนเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะว่าในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการผลิตความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นการสั่งสมเรื่องราวต่างๆให้ผู้คนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ตัวละครในคัมภีร์ไบเบิลหลายตัว ได้มีบทบาทอย่างมากในการที่ศิลปินจับยกมาทำงานศิลปะค่อนข้างมากอย่างไรก็ตามที่จะเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง กับงานศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆทำให้มีการพัฒนางานต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ศาสนาต่างๆที่มีความจำเป็นจะต้องมีการเผยแพร่ มนุษย์มีความต้องการปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็นอาหารเครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัยหรือแม้แต่จะเป็นยารักษาโรค อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้มนุษย์อยู่รอดให้คือความหวาดกลัวหรือความระแวงนั่นเอง

ความกลัวต่อความตาย ความกลัวต่อความบาดเจ็บ นี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ศาสนาสามารถเข้าถึงทุกคนง่ายมากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามสื่อที่ถูกทำออกมาจากงานศิลปะเมื่อผู้ค้นพบเห็นก็อาจจะเข้าใจได้ทันทีอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์สามารถลดหย่อนความหวาดกลัวต่างๆเหล่านี้ได้ด้วยการเข้าถึงศาสนา ศาสนาในงานศิลปะจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคคริสเตียนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้คนไม่สามารถขัดได้ ความเชื่อต่างๆถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานการแสดงออกทางความคิดเห็น

อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันก็ยังมีการเผยแพร่ของศิลปะในยุคคริสเตียนอยู่อีกด้วย เกี่ยวข้องกับพระเจ้า หรือความเชื่อของพระเยซูต่างๆ นี่จะเป็นส่วนสำคัญที่ศิลปะต่างๆคือการจดบันทึกเรื่องราวหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อของบุคคลต่างๆแต่ละยุคแต่ละสมัย ยุคคริสเตียนก็เป็นอีกหนึ่งวงที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านงานศิลปะค่อนข้างเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจของผู้คนการเรียนรู้หรือการสร้างงานขึ้นมาเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ทำให้มีการเกิดงานที่ผลิตสื่อต่างๆมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็น ภาพพิมพ์สถาปัตยกรรมต่างๆก็มีขึ้นมากมาย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   UFABET เว็บตรง

จุดเริ่มต้นของงานศิลปะและประติมากรรม 

ในยุคแรกคือยุคที่ประติมากรรมทางด้านศิลปะ มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาตลอดเวลาอย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ทางด้านโบราณ มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอการศึกษาเกี่ยวกับทางด้านการทำงานหรือการประยุกต์สิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม ศิลปะคือสิ่งที่ระบายไม่ว่าจะเป็นลักษณะวัฒนธรรมการเป็นอยู่

หรือแม้แต่จะเป็นการดำเนินชีวิตการดำรงชีวิตของมนุษย์ต่างๆเป็นการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆในอีกแง่มุมหนึ่ง หากเรามองให้ดีๆหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็จะจดบันทึกเรื่องราวปฏิบัติประสาทผ่านข้อความตัวอักษรหน้าต่างแตกในส่วนของมุมศิลปะและประติมากรรมต่างๆเป็นอีกหนึ่งบทบาทซึ่งเป็นส่วนในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ

ให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ทางการเมือง สภาพความเป็นอยู่ หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนเริ่มมีการจัดสร้างอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นปฏิมากรรม หรือแม้แต่จะเป็นสถาปัตยกรรมก็เป็นสิ่งที่เอาไว้อวดอ้างทัศนียภาพต่างๆ แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอสิ่งต่างๆเหล่านี้เองแสดงให้เห็นว่าศิลปะเป็นสิ่งที่สำคัญกับการใช้ชีวิตของผู้คน

การเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตและเงื่อนไขในการดำรงชีวิตต่างๆเหล่านี้ศิลปะได้เข้ามามีบทบาทของผู้คนอย่างมากไม่ว่าชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูง ในสมัยก่อนก็เป็นส่วนสำคัญจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับทางด้านศิลปะเพื่อแสดงให้เห็นถึงทัศนียภาพหรือว่าสุนทรียภาพของตัวเอง ศิลปะถูกแบ่งเป็นยุคสมัยต่างๆมากมาย

นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาการของศิลปะค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนทุกคนมีการประดิษฐ์ลายลักษณ์อักษร งานศิลปะมากมายไม่ว่าจะเป็นงานเขียนภาพ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ หรือแม้แต่จะเป็นงานปั้น

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนบางครั้งในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาก็จะมีการพิมพ์ลายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ลงไปด้วยอย่างไรก็ตามจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะและวัฒนธรรมปฏิบัติการต่างๆบ่งบอกถึงลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คน

ผลการเปลี่ยนแปลงลักษณะการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วประวัติศาสตร์เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกาะกลุ่มเพื่อบ่งบอกว่าในยุคนั้นๆมีสิ่งใดๆเกิดขึ้นมาสิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านศิลปะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับความเชื่อพระเจ้าและศาสนา ค่อนข้างมีบทบาทอย่างมากกับการทำงานศิลปะ ในคัมภีร์ไบเบิลในยุคสมัยต่างๆก็ถูกนำมาเขียนเป็นภาพวาดมากมายหรือภาพประติมากรรม นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะและงานประติมากรรมเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าประวัติศาสตร์หรือยุคโบราณ

ผู้คนมีความเป็นอยู่ลักษณะในการใช้ชีวิตอย่างไร อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการศึกษาของศิลปะต่างๆเหล่านี้ก็มีการพัฒนาสืบค้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อบ่งบอกให้แน่ชัด สิ่งต่างๆในงานศิลปะเหล่านั้นถูกถ่ายทอดหรือกิจกรรมต่างๆนั้นต้องการถ่ายทอดสิ่งใดให้กับคนรุ่นหลังหรือผู้คนต่างๆ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนในการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆเหล่านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

การฟื้นฟูศิลปะคลาสสิกและการฟื้นฟูงานศิลปะ

ศิลปะคลาสสิกถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่มีความเฟื่องฟูของงานศิลปะที่ค่อนข้างเยอะ เป็นงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองความเชื่อและศาสนาต่างๆที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามที่ทำเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะของศิลปะต่างๆมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ซึ่งงานศิลปะเก่าได้ถูกค้นพบและถูกฟื้นฟูเป็นจำนวนมากถูกเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมหาศาลจึงทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมี Museum ในการแสดงงานศิลปะต่างๆรวมถึงยังมีในส่วนของสิ่งต่างๆที่เก็บรวบรวมงานศิลปะต่างๆที่มีประสิทธิภาพหรือ

มีความสำคัญของแต่ละยุคสมัย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญที่การฟื้นฟูของงานศิลปะในยุคคลาสสิกต่างๆที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการใช้ชีวิตของผู้คนหรือแสดงให้เห็นว่างานศิลปะคลาสสิกต่างๆเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากกับยุคสมัย เป็นการนำความเชื่อและการปรับปรุงรูปแบบเข้ามาร่วมกับงานศิลปะที่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทัศนียภาพความศรัทธาในพระเจ้าต่างๆ

อย่างที่รู้กันว่าการปฏิวัติในฝรั่งเศสต่างๆได้กลับการค้นหาฟื้นฟูต่างๆศิลปะของกรีก หรือ น้ำมันพัฒนา งานต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามเสรีภาพในมนุษยภาพถูกพูดถึงไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมืองการปกครองศาสนาต่างๆ ไม่ถูกพูดถึงในงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีการสร้างผลงานจากจิตรกรต่างๆในภาพเขียนที่แสดงให้เห็นถึงความคิดทางประวัติศาสตร์

ซึ่งสมัยนั้นเป็นสมัยที่งานศิลปะมีความประณีตและมีความสวยงามจนข้างบ้าน อะไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญที่สุดในฝรั่งเศสต่างๆโดยทางยุโรปต่างๆได้มีความสนใจในการเสพงานอย่างมากไม่ใช่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเฟื่องฟูของยุคนั้นๆแต่เพียงเท่านั้น แต่นี่การเสพของเศรษฐีต่างๆได้แสดงให้เห็นถึงรสนิยม และสุนทรียภาพต่างๆที่จะทำให้เศรษฐีมากมายเริ่มมีการอุปถัมภ์ในส่วนของจิตรกรมากมาย

และเริ่มมีการสร้างโดเรมี่ในการจัดแสดงงานต่างๆงานศิลปะ นี่จะทำให้ในยุคนั้นมีการฟื้นฟูเดือนข้างหน้า Academy ฟรองซัวส์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในยุคคริสต์ศักราชที่ 18 และศตวรรษที่ 19 ได้มีจิตรกรมากมายผลิตผลงานออกมา

ศิลปะเป็นหนึ่งอย่างโดยเฉพาะในยุคคลาสสิกนี้ที่แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยนั้นความเชื่อความศรัทธาและในส่วนของการเมืองต่างๆความคิดเห็นของกิจกรรมต่างๆถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานมากมาย ยังไงนี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานศิลปะนานๆให้มีรูปแบบที่ดีมากยิ่งขึ้น

เพราะผู้คนส่วนใหญ่มีการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านงานศิลปะมากมาย นี่จึงทำให้การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของงานศิลปะคลาสสิกได้มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สุนทรียภาพแห่งงานศิลปะนี้มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา 

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  sagame

เส้นทางศิลปิน

งานศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาและสร้างความอ่อนโยนในตัวมนุษย์ได้ เราจึงสังเกตได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นมักจะแสวงหากิจกรรมหรือการทำงานในด้านศิลปะเป็นส่วนใหญ่เพราะ ศิลปะนั้นสามารถช่วยทำให้เราเกิดความผ่อนคลายและทำห้จิตใจของเรานั้นสงบขึ้นได้

ดังนั้นแล้วเส้นทางสู่การเป็นศิลปินก้ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนนั้นใฝ่หาและต้องการทำงานในสายอาชีพนี้ ความเป็นศิลปินโยส่วนใหญ่ที่เรานั้นมักจะคุ้นเคยกันนั้น มักจะได้ยินกับคำว่าศิลปินไส้แห้งอย่างแน่นอนสิ่งที่ทำให้หลายคนนั้นคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นต้องบอกเลยว่าผลงานต่างทางด้านศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้น

ยังไม่สามารถเข้าถึงได้หรือเป็นสิ่งที่อาจจะเข้าถึงได้ยาก ทำให้การเป็นศิลปินหรือการขายผลงานในด้านศิลปะนั้นอาจจะเป็นเกิดขึ้นได้ยากทำให้ผู้ที่เป็นศิลปินนั้นไม่สามารถทำให้ตัวเองเกิดรายได้ในการใช้ชีวิตได้และทำให้หลายคนผันตัวไปประกอบอาชีอื่นๆในอนาคตนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนี้นั้นต้องยอมรับเลยว่า ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและความคิดผู้คนในยุคนี้นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก ทำให้ผลงานทางด้านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่อาจจะเข้าถึงได้ง่าย และศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีความซับซ้อนเท่าในสมัยก่อน รวมทั้งผลงานทางศิลปะนั้นสามารถที่จะต่อยอดไปในงานด้านอื่นๆ

ได้มากขึ้นจากในสมัยก่อนด้วยนั่นเอง จากความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำให้การสร้างสรรคผ์ผลงานมีความแปลกใหม่เพิ่มมากขึ้นด้วย ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ดังนั้นแล้วเมื่อศิลปะเป็นสิ่งที่ที่ผู้คนต้องการที่จะบริโภคงานด้านศิลปะมากขึ้น ศิลปินจึงเป็นทรัพยากรสำคัญของวงการศิลปะ

ทำให้หลายคนนั้นสนใจในอาชีพการเป็รศิลปินมากขึ้น แต่ในเส้นทางการเป็นศิลปินในปัจจุบันนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย เส้นทางของความเป็นศิลปินจึงไม่ใช่สิ่งที่โรยด้วยดอกกุหลายในการเดินทาง ศิลปินโดยส่วนใหญ่นั้นจะต้องมีความรักในงานศิลปะจึงจัสามารถสร้างสรรค์และไต่เต้าขึ้นมาในการเป็นสิลปินในระดับแนวหน้าได้

ศิลปินนั้นจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างและมักจะต้องเป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้และใฝ่หาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ไม่พียงเท่านั้นการเป็นศิลปินเรื่องทัศนคติก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในปัจจุบันคนที่มีทัศนคติที่ดี ก็มักจะเป็นสิ่งที่ทำให้ศิลปินคนนั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างดี ดังนั้นการที่จะเดินทางในเส้นทางการเป็นศิลปินนั้นจะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบและรักในความเป็นศิลปะอย่างแท้จริงและถ้าหาก

ว่าเราศิลปิคนนั้นมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานก็ชื่อว่าสิ่งที่เรานั้นท่มเทแรงกายเรื่องใจในการสร้างสรรค์ศิลปินก็จะได้รับความคุ้มค่ากับมาอย่างแน่นอนและเดินบนเส้นทางของการเป็นศิลปินได้อย่างมีความสุข

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ดูบอลสด

โมนาลิซ่าคือใคร

รูปวาดโมนาลิซ่านั้นถือว่าเป็นรูปวาดที่เป็นปริศนาของโลกอย่างมาก เพราะเรานั้นมักจะเห็นรูปวาดนี้อยู่เป็นประจำและในสถานที่ที่มีความเป็นArtนั้นล้วนก็จะต้องมีภาพวาดของโมนาลิซ่าประดับอยู่ในสถานที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน เพราะเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งภาพวาดโมนาลิซ่านั้นเป็นภาพวาดที่เกิดจาการวาดของสีน้ำมัน

โดยมีการสร้างสรรค์ผลงานโดยจิตรกรชื่อดังของโลกอย่าง Leonardo de vinci ในราวศรรตวรรษที่16 ภาพโมนาลิซ่านั้นเป็นภาพที่ได้มีชื่อเสียงแล่ะงดังไปทั่วโลกและเป็นที่รู้จักอย่างดีภาพหนึ่งในฐานะภาพวาดสตรีที่มีรอยยิ้มและแฝงไปด้วยความเป็นปริศนา

ผ่านมากว่า500ปีมาแล้วที่รูปภาพโมนาลิซ่านี้ยังคงถูกตั้งเป็นคำถามอยู่เสมอว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใคร ทำให้รูปภาพที่มีชื่อเสียงและโงดังไปทั่วดลกนั้นยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและยังคงเป็นปริศนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นสามารถทำได้ก็คือการให้คนที่มีความสงสัยในรูปภาพนั้นว่าโมนาลิซ่าจริงๆแล้วเป็นใครกันแน่ และก็มีการจินตนาการ นึกคิดไปต่างๆนานาจากผู้คนทั่วไปด้วยโดยความสงสัยนี้ยังคงเป็นปริศนาและยังคงค้นหาคำตอบไม่ได้และยังคงเป็นสิ่งที่คาใจหลายคนเรื่อยมานานถึง5ศรรษตวรรษเลยทีเดียว

จนปัจจุบันคำถามเกี่ยวกับดมนาลิซ่าที่ผู้คนต่างเฝ้าสงสัยและอยากที่จะรู้คำตอบนั้นมีการค้นคว้าเพื่อหาคำตอบจากหลายคนมากมาย ว่าจริงๆแล้วนั้นโมนาลิซ่าคือใครกันแน่ ถึงแม้จะมีการค้นคว้าและสันนิษฐานไปต่างๆนานาแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ทราบแน่ชัดว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใคร แต่ตามคำบอกกล่าวของจอร์โอ วาซารี ที่เป็นทั้งจิตกร สถาปนิคและมีการเขียนหนังสื่อที่เกี่ยวกับศิลปะในยุคนั้น

โดยให้คำตอไว้ว่าโมนาลิซ่านั้นคือภรรยาสาวของฟรานเชสโก้เดลจิโอกอลโด้ ซึ่เป็นพ่อค้าไหมที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมากในเมืองฟอเร้นซ์นั่นเอง ดดยการวาดภาพโมนาลิซ่านั้นใช้เวลายาวนานในการวาดถึง 4 ปี ดดยมีการว่าจ้างทั้งนักร้องนักดนตรี นักแสดงตลก เพื่อมาให้ความบรรเทิงในขณะที่เขานั้นได้วาดหญิงงามอย่างโมนาลิซ่าที่เป็นแบบให้เพื่อให้เธอนั้นมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้างหมอง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลที่ได้จากการสันิษฐานและมีความเป็นไปได้อย่างมากที่สุด

โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมจากคนวาดภาพนี้เองอย่าง Leonardo de vinci ที่ได้บอกว่าผู้หญิงในภาพวาดนั้นเป็นสตรีคนหนึ่งในเมืองฟอเร้นซ์ แต่ก้ไม่ได้บอกอย่างแน่ชัดเช่นกันว่าสตรีในภาพที่เป็นแบบให้เขานั้นคือใคร

ทำให้คำถามว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใครยังคงเป็นคำตอบที่ยังหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้เพราะเป็นเพียงการคาดเดาไปต่างๆนานาตามความที่จะเป็นไปได้เท่านั้น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าโมนาลิซ่าที่แท้จริงนั้นเป็นใครกันแน่ แต่ปลงานชิ้นนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับความชื่นชมและนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทั่วโลกได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ufabet

การเริ่มต้นฝึกฝนศิลปะ

ศิลปะเป็นสิ่งที่เกิดจากพรสวรรค์ในการที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้เป็นแบบและสไตล์ของตัวเองแต่ก็ใช่ว่าผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์นั้น ไม่สามารถที่จะฝึกฝนได้ ดังนั้นแล้วนอกจากสิ่งอื่นใด ศิลปะก็เป็นสิ่งที่สารถฝึกฝนและสร้างสรรค์ให้เกิดผลงานที่สวยงามได้เช่นกัน การฝึกฝนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของทางด้านศิลปะเลยก็ว่าได้

ถึงแม้ผู้มีพรสววรค์ในตั้งแต่เกิดในเรื่องศิลปะล้วนก็จะต้องมีการพัฒนาและการพัฒนานั้นก็เกิดจากการฝึกฝนและสร้างสรรค์ผลงานให้ดีและมีคุณภาพยิ่งขึ้นไปนั่นเอง ดงั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถที่จะเริ่มตเนในการฝึกฝนศิลปะได้ทั้งนั้น และการฝึกฝนนั้นก็สามารถที่ผู้ฝึกฝนจะสามารถนำไปใช้หรือต่อยอดในการสร้างสรรคืผลงานในอนาคตได้อีกด้วย

มาดูกันว่าสำหรับผู้ต้องการที่จะเริ่มฝึกฝนศิลปะและอาจจะเป็นคนที่ไม่มีความรู่เรื่องศิลปะมาก่อนเลยนั้นจะสามารถเริ่มต้นในการฝึกฝนศิลปะให้มีความชำนาญและสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไรบ้าง

ในขึ้นตอนแรกในการฝึกฝนศิลปะเลยนั้น ผู้ฝึกฝนจัต้องมีความรู้ในด้านศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะต้องดูตัวเองว่าเรานั้นต้องการที่จะฝึกฝนหรือชำนาญการด้านไหนของศิลปะ เพราะศิลปะนั้นได้มีเพียงด้านเดียว  ยกตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ศิลปะในการวาด การลงสี การปั้น เป็นต้น หรือถ้าหากต้องการที่จะฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในทุกด้านนั้น

ความรู้เบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้การฝึกฝนศิลปะจะเป็นสิ่งที่จะต้องลงมือปฏิบัติจริงหรือการลงมือทำนั่นเอง แต่ความรู้ทางด้านทฤษฎีก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และศึกษาเพื่อใช้ในการฝึกฝนเป็นขั้นตอนแรก ซึ่งข้อมูลทางทฤษฏีเกี่ยวกับศิลปะนั้นสามารถค้นคว้าหาได้จากหนังสื่อสื่อการเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตหรือแม้กระทั่งการศึกษาหาความรู้จากผู้รู้ก็จะทำให้การพัฒนาในการฝึกฝนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วย

ขั้นตอนถัดมาต่อจากการเรียนรู้หาความรู้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับศิลปะที่เรานั้นมีความสนใจการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและสมอง และจัต้องเป็นคนที่เปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้และรับรู้สิ่งใหม่จากการสร้างสรรค์งานศิลปะอยู่เสมอ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น นอกจาความคิดสร้างสรรค์ที่ออกมาจากสมองนั้นจะเป็นสิ่งสำคัญแล้วนั้น

ความพร้อททางด้านร่างกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการฝึกฝนทางด้านศิลปะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จะต้องใช้ร่างกายและมีความอดทนในการฝึกฝนอย่างมากนั่นเอง ดังนั้นแล้วผู้ที่ต้องการจะฝึกฝนนั้นจะต้องมีความอดทน และเป็นคนที่เปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้เปิดมุมมองใหม่ๆ

เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรานั้นฝึกฝนในการสร้างสรรค์ผลงานให้มีความแปลกใหม่และสามารถฝึกฝนให้ผลงานของเราดีขึ้นและมีคุณภาพสามารถที่จะใช้ไปต่อยอดหรือนำศิลปะนี้นั้นไปใช้ร่วมกับการฝึกฝนอื่นๆได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

วงการกล้องฟิล์มเข้าแล้วออกยาก

กล้องฟิล์มเป็นสิ่งที่ใช้บันทึกความทรงจำออกมาเป็นลักษณะรูปภาพหรือที่เราเรียกกันว่ารูปถ่าย เรามักจะใช้กล้องฟิล์มบันทึกช่วงเวลาที่เราประทับใจในช่วงนั้นๆและทำการล้างออกมาเป็นรูปภาพเพื่อเก็บไว้ในกล่อง

กระเป๋าตังค์หรือแม้แต่ติดข้างฝาบ้าน ซึ่งในสมัยก่อนการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ถือว่าเป็นสิ่งที่คลาสสิคมากและเป็นที่นิยมมากสำหรับวัยรุ่นและคนในสมัยนั้นและกล้องฟิล์มยังคงเป็นกระแสและมาได้รับความนิยมย่างมากในช่วง3-5ปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากมีดารานักแสดงหลายคนที่หันมาเก็บภาพความทรงจำด้วยกล้องฟิล์มทำให้คนทั่วไปนั้นจึงหันมาเล่นกล้องฟิล์มด้วยเช่นกัน 

ด้วยเหตุนี้ทำให้วงการกล้องฟิล์มนั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนี้และที่หลายๆคนได้บอกว่าวงการกล้องฟิล์มนั้นเข้าและวออกยากต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องจริงที่สุดและสำหรับคนที่อยากลองนั้นต้องของเตือยเลยว่าเข้ามาแล้วออกยากจริงๆดังนั้นควรจะมีการคิดและตัดสินใจให้ดีก่อนเข้าวงการนี้นั่นเอง

อินกับความคลาสสิคและฟีลลิ่งของรูปถ่าย เป็นสิ่งแรกที่เมื่อเข้าวงการกล้องฟิล์มแล้วยากที่ออกไปได้ ก็คือฟีลลิ่งของรูปภาพที่ได้จากการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มนั่นเอง โดยรูปภาพที่ได้นั้นจะแตกต่างจากรูปภาพดิจิตอลโดยสิ้นเชิงเป็นสิ่งที่คนในวงการกล้องฟิล์มนั้นทราบกันดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการใช้เลนส์หรือกล้องฟิล์มที่มีคุรภาพดี

แค่ไหนแต่ในเรื่องฟีลลิ่งนั้นก็ยังคงเป็นฟีลลิ่งกล้องฟิล์มอยู่ดีนั่นเอง ทำให้คนที่เขาวงการนี้นั้นมักจะอินกับฟีลลิ่งอย่างมาก เพราะกล้องดิจิตอลไม่ว่าจะแต่งอย่างไรก็ไม่สามารถอต่งได้เหมือนกล้องฟิล์มจริงๆนั่นเอง จึงเป็รเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนนั้นออกจากวงการนี้ไม่ได้

การใช้เวลาและการรอคอย การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลนั้นในปัจจุบันเราสามารถที่จะถ่ายและดึงรูปใส่ในมือถือได้เบยในทันที แต่กล้องฟิล์มนั้นเราจะต้องใช้เวลาในการรอคอยเพราะในการล้างจะต้องใช้เวลาหลายวันซึ่งแล้วแต่สถานที่ที่เรานั้นส่งไปล้างนั่นเองโดยอย่างเร็วที่สุดก็ประมาณ2-3วัน ถึงแม้การล้างนั้นจะค่อนข้างเร็ว

แต่ระยะเวลาในการถ่ายนั้นเราจะต้องมีการถ่ายให้ครบ36-37รูปหรือการถ่ายให้ฟิล์มหมดม้วนโดยที่เรานั้นจะไม่สามารถเห็นรูปที่เราถ่ายได้เลยนั่นเอง ทำให้การรอคอยรูปนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีความตื่นเต้น ด้วยการรอคอยนั่นเองทำให้ชีวิตเรานั้นดูมีกิมมิคขึ้นทำให้หลายคนชอบและรู้จักที่จะรอและเป็นสิ่งที่ทำจนเคยชินและออกจากวงการนี้ได้ยากเช่นกัน

สามารถนำไปสร้างรายได้ได้ในอนาคตเนื่องจากรูปภ่ายจากฟิล์มนั้นถึงแม้จะนิยมเก็บรูปเป็นไฟล์ในปัจจุบันแต่ด้วยความเป็นรูปฟิลืมทำให้ยังคงความคลาสสิคอย฿เสมอ จึงทำมห้ถ้าหากวันหน่งรูปมีอายุผ่านไปสัก5-10ปีรูปภาพเหล่านั้นจะสามารถนำไปสร้างรายได้ให้เราได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก

ภาพแต่งหน้าสะท้อนกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

การแต่งหน้าเป็นการแสดงถึงความสวยความงามของเหล่าสตรีทั้งหลาย ไม่ว่าสาวคนไหนก็ต้องแต่งหน้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าสาวคนไหนไม่ได้แต่งหน้า ก็คงต้องบอกว่ายากนะสำหรับการถ่ายเทคนิคแบบนี้ เพราะมันจำเป็นต้องอาศัยความเป็นธรรมชาติของการแต่หน้าด้วย

การถ่ายแนวนี้ก็เป็นอะไรที่เห็นได้อย่างบ่อยเช่นกัน คือการถ่ายลงนิตยสาร หรือว่าการถถ่ายโปรโมทโฆษณาสินค้าจำพวกเครื่องสำอางเป็นหลักนั้นเอง เห็นบ่อยมากๆเลยล่ะ การถ้าแบบนี้จะเป็นการเจาะความสนใจไปที่ใบหน้าของตัวแบบเป็นหลัง ดังนั้นแล้ว จึงมีความไม่ยากจนเกินไป แล้วก็ถ่ายเล่นได้อย่างง่ายๆ

การถ่ายเทคนิคนี้ จะมีสองสิ่งที่เป็นองประกอบสำคัญเพื่อที่จะทำให้ภาพนั้นสมบูรณ์ นั้นก็คือ หน้าของตัวแบบ และแสงหน้ากระจกนั้นเอง ดังนั้นแล้วจะเห็นว่าเมื่อเป็นการถ่ายเจาะเพียงแค่ประมาณครึ่งตัวถึงประมาตรงอกของแบบก็จริง อาจจะคิดว่าการจัดเตรียมสถานที่อาจจะไม่ยากมากนัก

แต่จริงๆแล้วต้องการการจัดฉากมากพอสมควรเลยล่ะ อย่างแรกคือของหน้ากระจกนั้น ความจริงเรื่องนี้คงไม่ต้องจัดมาก เพราะว่าปกติเหล่าสาวๆทั้งหลายก็ต้องมีเครื่องสำอางและอุปกรณ์อย่างมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วปล่อยให้รกๆแบบนั้นได้เลย ต่อมาคือเรื่องของแสง แสงหน้ากระจกแต่งหน้านั้น จะต้องมีแสงที่สว่างพอเหมาะกับการแต่งหน้ามากๆ ไม่ควรจะเป็นแค่แสงของห้อง มันไม่เพียงพอแล้วก็ทิศทางแสงก็ไม่ได้ด้วย ดังนั้นแล้วจะต้องเป็นแสงของกระจกแต่งหน้านั้นเลย ต่อมาก็เป็นฉากที่สะท้อนกับกระจกด้วย จำเป็นจะต้องแสดงถึงความเป็นห้องแต่งตัวของสาวๆด้วย

จะได้ดูเข้ากันกับโจทย์ของการถ่ายแบบนี้ เรื่องต่อมานั้นก็คือตัวแบบ จริงอยู่ที่เป็นภาพที่เราจะจัดฉากให้ตัวแบบกำลังแต่งหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้านางแบบยังแต่งไม่เสร็จนะ เราจะต้องให้แบบแต่งหน้าให้เสร็จจริงๆเสียก่อน แล้วค่อยแอบท่าถ่ายรูปเหมือนกำลังแต่งอยู่นั้นเอง ถึงจะได้ภาพของสาวที่สวยเพอเฟ็ค แน่นอนแหละว่าตัวแบบคงไม่ยอมให้ถ่ายแบบยังแต่หน้าครึ่งๆกลางๆแน่ๆล่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะออกมาเป็นผีได้เลยนะ

การถ่ายแบบนี้จริงๆแล้วก็เหมาะกับแสงสีนวลๆหรือแสงสีขาวก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ที่การแต่งหน้าจริงๆอาจจะต้องการแสงสีเดียวกับที่ๆเรากำลังจะไป เช่นถ้าออกนอกบ้านเฉยๆ ก็ต้องแต่งหน้ากับแสงสีขาว แต่ถ้าต้องไปงานราตรีแสงส้ม ก็ต้องแต่งหน้าที่แสงไฟส้มเช่นเดียวกัน จะได้ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่าเรากำลังดูเป็นแบบไหนกับแสงนั้นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Holiday Palace ฝากขั้นต่ำ 100

กฎแห่งสีในการถ่ายภาพ

ไม่ว่าเรานั้นจะเริ่มนับหนึ่งในการถ่ายภาพหรือว่าเรานั้นจะเคยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านศิลปะมาก่อน โดยช่างภาพหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพพวกเขาเหล่านี้นั้นมักจะไม่ค่อยคิดว่าตนเองนั้นเป็นศิลปิน

โดยเฉพาะในการถ่ายภาพเพื่อธุรกิจหรือการภาพถ่ายเพื่อหาผลกำไรมักจะมีข้อจำกัดในการถ่ายภาพที่มากมาย ทำให้ไม่สามารถมีอิสระและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะใช้กับชิ้นงานหรือการถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกบดบังและคิดว่าการถ่ายภาพนั้นไม่ใช่งานศิลปะ 

บางคนอาจจะคิดว่าเรานั้นไม่สามารถถ่ายภาพแบบนี้ได้หรอก เพราะเรานั้นไม่มีเซ้นและมองว่าไม่สามารถที่จะถ่ายภาพออกมาให้ดูเป็นศิลปะได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วนั้นช่างทุกคนสามารถที่จะถ่ายภาพในแบบต่างๆได้เพราะการถ่ายภาพนั้นถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเมื่อไหร่ที่เราได้มีการถ่ายภาพนั้นก็ถือว่าเรานั้นคือศิลปินคนหนึ่งนั่นเอง

เพราะการถ่ายภาพนั้นถือเป็นการวาดภาพด้วยแสงนั่นเอง อยู่ที่ว่าเรานั้นจะมองตัวเองว่ามีความพยายามมากพอที่จะเป็นศิลปินหรือเปล่านั่นเอง และสิ่งที่แสดงถึงความเป็นศิลปินในการถ่ายภาพ บางคนอาจจะคิดว่าการถ่ายเซฟฟี่แล้วดูไม่ดีก็เลยอาจจะมีการเปลี่ยนท่าเพราะเรานั้นอาจจะมีมุมบางมุมที่ดูดี

และเชื่อว่าทุกคนเคยผ่านประสบการณ์อย่างนี้มาแน่นอน บาครั้งนั้นเราอาจจะไม่ได้คิดว่าความเพียรพยายามของเรานั้นมีความสำคัญแต่สิ่งนี้ถือว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของการเป็นศิลปินเลยทีเดียว เมื่อใดก็ตามที่เรามีการแก้ปัญหาด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่เรานั้นจะสามารถเรียนตัวเองว่าศิลปินได้

กฎแห่งสีนั้นถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการที่จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมภาพนี้มันดูแย่หรือดูขาดอะไรไปเรานั้นสามารถที่จะแก้ไขในจุดไหนได้ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพแรกๆนั้นอาจจะยังไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องสี แต่แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีการคอบสนองในเรื่องสีที่คล้ายๆกันและสิ่งเหล่านี้นั้นมักจะมาจากจิตใต้สำนึก

ยกตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่นั้นจะรู้สึกสบายใจเมื่อมองไปยังพื้นที่สีเขียว อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธเรื่องสีเพราะสีถือเป็นสิ่งที่มีพลังสำคัญอย่างมาก เป็นสิ่งที่ขับดันเม็ดเศษที่ศิลปินต้องการจะสื่ออกไปถึงผู้ชมนั่นเอง

สีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแม่สีแสง หรือสีในแบบวัตถุธาตุความตรงกันข้ามของสีและสีเกี่ยวกับจิตวิทยา เป็นเรื่องที่ช่างภาพทุกคนนั้นควรที่จะให้ความใส่ใจในภาพของตัวเองเพราะภาพจะสวยงามได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและสีในภาพด้วย

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688