เขาขนาบน้ำ อีกหนึ่งตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน ในจังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่ หนึ่งจังหวัดในภาคใต้ที่มีตำนานเล่าขานกันมาอย่างช้านาน นั่นก็คือตำนานเขาขนาบน้ำ ซึ่งที่มาของชื่อเขาขนาบน้ำนั้นได้เกิดจากที่มีการต่อสู้กันระหว่างยักษ์ตนหนึ่งกับมนุษย์คนหนึ่ง ที่ต่างแย่งชิงกันเพื่อความรักที่มีต่อผู้หญิงเพียงหนึ่งคน ซึ่งทั้งคู่นั้นต่างห้ำหั่นและฆ่าฟันกันเพื่อที่จะแย่งกันครอบครองเจ้าหญิง

แต่ไม่ว่าการต่อสู้จะกินระยะเวลานานผ่านไปแค่ไหน แต่ผลแพ้ชนะก็ไม่อาจตัดสินได้ เนื่องจากทั้งคู่นั้น ต่างมีฝีมือและวิชาอาคมที่กล้าแกร่งพอๆกัน สุดท้ายแล้วนั้นการต่อสู้ที่กินระยะเวลาอย่างยาวนาน ก็จบลงด้วยผลที่ไม่อาจตัดสินได้และสุดท้าย ทั้งยักษ์ตนนั้นและมนุษย์ต่างก็ต้องล้มตายกันไปทั้งคู่ ซึ่งต่อมานั้นในจุดบริเวณที่ยักษ์ได้นอนตายและจุดที่มนุษย์ได้นอนตาย

กาลเวลาที่ผ่านมาได้หล่อหลอมให้ศพของทั้งคู่ได้กลายเป็นหินขนาดใหญ่ในบริเวณนั้น และอาวุธที่ทั้งคู่ได้ใช้ต่อสู้กันนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ของมนุษย์ที่ได้เอาไว้ใช้ต่อสู้กับยักษ์ได้กระเด็นตกไปอยู่ในบริเวณหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากศพของทั้งคู่ ซึ่งในเวลาต่อมาจุดที่กระบี่ของมนุษย์ได้ตกอยู่นั้น ได้มีชื่อว่าบ้านกระบี่น้อย

ส่วนอาวุธที่ทางยักษ์ได้ใช้สู้กับมนุษย์นั้น นั่นก็คือดาบ ที่ได้กระเด็นหลังจากการต่อสู้ไปอยู่อีกบริเวณหนึ่ง ได้มีชื่อที่ถูกเรียกว่าบ้านกระบี่ใหญ่ ซึ่งเมื่อกาลเวลาผ่านไปในจุดบริเวณนั้นทั้งหมดได้ถูกขนานนามว่าเขาขนาบน้ำ ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไทย

และเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองไทยและจังหวัดกระบี่เลยก็ว่าได้ เพราะความงดงามและวิถีชาวบ้านที่มีวัฒนธรรมนั้น ตลอดจนประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทั้งสมัยเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองนั้น สถานที่แห่งนี้ก็ยังเคยเป็นที่ตั้งของฐานกองทัพของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อหลังจากจบสงครามโลกแล้วนั้น

นักโบราณคดีก็ได้มาขุดค้นเพื่อหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ต่อไป ก็ยังมีการค้นพบโครงกระดูกมากมาย ซึ่งว่ากันว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกของกลุ่มชาวบ้านที่ได้หนีสงครามในช่วงนั้นมาตั้งรกรากฐานที่นี่ในช่วงนั้น ซึ่งเหตุนี้เองทำให้เกาะขนาบน้ำแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทุกสารทิศ

แวะกันมาท่องเที่ยวเพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีและชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ปีหนึ่งมากมายหลายหมื่นคน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นมรดกของประเทศไทยแห่งหนึ่งเลย

 

สนับสนุนโดย   sa gaming บาคาร่า

ตำนานคําชะโนด

       ถ้าพูดถึงคำชะโนดเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีรอที่นี่ประชาชนมักพากันเดินทางมาเพื่อทำการขอหวยและมาไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธ และเจ้าย่าปทุมมาซึ่งที่คำชะโนดนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีการสร้างสถานที่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปทำบุญและกราบไหว้

โดยที่นี่จะมีรูปปั้นพญานาคจำนวนมากมายเพราะเชื่อกันว่าที่คำชะโนดแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของเราพญานาคเป็นประตูทางเข้าระหว่างเมืองพญานาคกับโลกมนุษย์และหากใครก็ตามที่เดินทางมาขอหวยที่คำชะโนดแบบนี้ก็มักจะถูกหวยและได้รางวัลเกือบทุกคนไปซึ่งที่คำชะโนดแห่งนี้อยู่ที่จังหวัดอุดรธานีมีตำนานเล่าเรื่องเกี่ยวกับคำชะโนดว่าแต่เดิมนั้นที่จังหวัดอุดรธานีมีดินแดนหนึ่งที่เรียกว่าหนองแส

ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าที่หนองแสงแห่งนี้เป็นที่อยู่ของพญานาคโดยมีพญานาคซึ่งเป็นเพื่อนกันอยู่ 2 ตัวนั่นก็คือพญานาคเจ้าพ่อศรีสุทโธและพญานาคเจ้าพ่อสุวรรณนาคเดินพญานาคทั้ง 2 ตัวนั้นอยู่ด้วยกันอย่างสงบร่มเย็นเรื่อยมาโดยมักจะแบ่งกันออกไปหาอาหารซึ่งถ้าตัวใดตัวหนึ่งออกไปแล้วอีกตัวนึงก็จะไม่ออกเขาจะสลับกันออกนั่นเอง

แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันเกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งอาหารทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้นพระอินทร์ที่อยู่บนฟ้ามองเห็นว่าถ้าหากยังปล่อยให้ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ผู้ที่เดือดร้อนก็จะเป็นมนุษย์ดังนั้นจึงได้ลงมาตัดสินโดยการให้พญานาคทั้งสองตนนั้นแข่งกันสร้างคลองโดยให้มีการทำคลองออกทะลุไปยังทะเล

ซึ่งถ้าใครเสร็จก่อนคนนั้นจะชนะ และปรากฏว่าพญานาคเจ้าพ่อศรีสุทโธเป็นฝ่ายชนะ ทำให้พญานาคศรีสุทโธนั้นได้มีการร้องขอพระอินทร์ว่าอยากจะได้พื้นที่ สามแห่งเอาไว้เป็นทางขึ้นลงเชื่อมต่อกันระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาลโดยที่แรกนั้นให้เป็นที่หนองคันแทเดินต่อมานั้นให้เป็นที่นครเวียงจันทน์และที่ที่สาม นี้ก็คือที่คำชะโนดนี้นี่เอง

ซึ่งพระอินทร์ก็ตอบตกลงและยังมอบรางวัลให้เจ้าปู่ศรีสุทโธด้วยการมอบปลาบึกให้เป็นรางวัลเนื่องจากว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธนั้นได้สร้างแม่น้ำที่ชื่อว่าแม่น้ำโขงทำให้ปัจจุบันนั้นเราจะเห็นปลาบึกมีอยู่แค่เพียงในบริเวณพื้นที่แม่น้ำโขงเท่านั้นและพระอินทร์ได้แก้ไขปัญหาเธอไม่ต้องการให้พญานาคทั้งสองตอนนั้นทะเลาะกันอีกจึงได้มีการนำเขาดงพญาไฟมาวางไว้ตรงกลางระหว่างแม่น้ำทั้งสองสาย ซึ่งพญานาคเจ้าพ่อสุวรรณนาคนั้นได้สร้างแม่น้ำน่านขึ้นมาและในปัจจุบันนี้ปลาบึกก็ยังไม่เคยมีในแม่น้ำน่านเลย

 

สนับสนุนโดย  Sexy Gaming

อาถรรพ์พื้นที่ก่อสร้างหมู่บ้านลัดดาแลนด์

      หมู่บ้านลัดดาแลนด์หมู่บ้านที่มีอาถรรพ์เกี่ยวกับเรื่องของผีสิงอาจจะยังไม่มีใครรู้ว่าก่อนที่ที่ดินผืนนี้จะถูกนำมาสร้างเป็นหมู่บ้านนั้นเคยเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาก่อนและแน่นอนว่าพื้นที่ที่มีแต่ต้นไม้มีแต่พงหญ้าย่อมต้องมีสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณสิงห์อยู่อย่างแน่นอนซึ่งที่นี่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณต่างๆที่เคยอยู่ที่บริเวณพื้นที่หมู่บ้านลัดดาแห่งนี้

มีการเล่าขานต่อๆกันมาซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอให้กับคุณผู้อ่านได้ลองอ่านกันเกี่ยวกับความน่ากลัวของพื้นที่ดังกล่าวก่อนที่จะถูกนำมาสร้างเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในตอนนี้โดยมีการเปิดเผยจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าสมัยก่อนนั้นก่อนที่จะถูกนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดจากนั้นพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่เป็นป่ารกชุดและทางเข้าก็เป็นทางเปลี่ยวดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงถูกลวงมาที่ป่าแห่งนี้และถูกนำมาฆาตกรรม

รวมถึงหลายคนที่ถูกฆ่าตายจากที่อื่นก็จะถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่นี่เนื่องจากว่าเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านไม่ค่อยเดินมากันอย่างไรก็ตามนอกจากศพที่ถูกฆ่าตายและถูกฆาตกรรมแล้วก็ยังมีศพของเด็กทารกที่ถูกแม่ที่ท้องโดยที่ยังไม่พร้อมทำแท้งและนำศพมาทิ้งที่นี่ดังนั้นที่ป่าแห่งนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่เก็บศพอย่างแท้จริง

เพราะไม่รู้ว่ากี่พันศพแล้วที่ถูกนำมาทิ้งยังสถานที่แห่งหนึ่งอย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าของที่ดินเห็นถึงความรุ่งเรืองหากมีการสร้างหมู่บ้านเธอจึงได้มีการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ให้เป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่สำหรับกลุ่มคนรวยที่มีเงินซื้อแต่ก่อนที่เธอจะได้สร้างหมู่บ้านนั้นก็จะต้องมีการถามที่และขุดบ่อเพื่อทำการจัดโครงการของบ้านให้มีความสวยงามโดยมีการระบุว่าในช่วงที่มีการสร้างหมู่บ้านลัดดาแลนด์แห่งนี้ขึ้นทางโครงการนั้นได้มีโครงการที่จะทำสระน้ำขนาดใหญ่

เพื่อเอาไว้ให้กับชาวชุมชนในหมู่บ้านนั้นได้มาพักผ่อนหย่อนใจเวลาที่เลิกงานรวมตัวกันตรงสนามดังนั้นทางโครงการจึงได้มีการจัดเตรียมที่จะมีการขุดสระบ่อน้ำขนาดใหญ่ระหว่างที่มีการขุดบ่อน้ำไปนั้นก็ทำให้พบกับโครงกระดูกมากมายหลายร้อยชิ้นส่วนซึ่งเมื่อมีการเอาไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นโครงกระดูกของคนจำนวน 100 กว่าคน

และชื่อเดียวที่อยู่ในสระน้ำดังกล่าวทำให้ชาวบ้านนั้นต่างพากันเกรงกลัวกับสถานที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนี้หากมีการสร้างเสร็จหรือยังไรก็ตามหลังจากที่มีการจุดธูปบอกกล่าวขอพรไปก็ไม่เคยมีอาหารอะไรเกิดขึ้นอีกเลยจนหลังจากที่มีการสร้างเสร็จและขายหมู่บ้านในโครงการเรียบร้อยนั้นเองถึงมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของคนในหมู่บ้านถูกฆ่าตายและกลายมาเป็นตำนานของหมู่บ้านลัดดาแลนด์หมู่บ้านผีสิงซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นหมู่บ้านที่รกร้างและไม่มีคนอยู่

 

สนับสนุนโดย  สล็อตฝากขั้นต่ำ 50

ตำนานเจ้าแม่หนี่วา

         เจ้าแม่หนี่วา เป็นเทพธิดาที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่าคนเราเกิดขึ้นมาได้เพราะการดลบันดาลของเจ้าแม่หนี่วาโดยเชื่อกันว่าในสมัยดึกดำบรรพ์นั้นมีเทพธิดาที่ชื่อว่าเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ซึ่งตัวเจ้าแม่เองนั้นมีรูปร่างลักษณะด้านบนเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างสวยงาม

ส่วนท่อนล่างตั้งแต่เอวลงมานั้นมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับมังกรเมื่อเจ้าแม่หนี่วาได้ลงมายังโลกมนุษย์ก็เห็นว่าบนโลกมนุษย์นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากแต่เมื่ออยู่ไปนานๆเข้าเกิดความรู้สึกเงียบเหงาจึงได้นำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปร่างของมนุษย์แล้วเสกสรรให้ดินเหนียวนั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ขึ้นมาโดยเทพธิดาหนี่วานั้น

ได้มีการนำเม็ดทรายสีดำมาใส่เป็นปากและมีการวาดตาและเจาะหูทำให้มนุษย์มีรูปร่างสวยงามโดยเทพธิดาหนี่วายังมีการปั้นมนุษย์ออกเป็นชายและหญิงเมื่อเทพธิดาหนี่วาเห็นว่ามนุษย์ที่ปั้นมานั้นมีความน่ารักสวยงามจึงได้มีการปั้นอีกหลายๆคนขึ้นมาแต่เนื่องจากว่าปั้นมานานแล้วรู้สึกเหนื่อยจึงได้ใช้เถาวัลย์ นั้นจุ่มลงไปในดินเหนียว

แล้วสะบัดซ้ายทีขวาทีหลังจากนั้นดินเหนียวที่กระเด็นขึ้นมาก็เกิดเป็นมนุษย์ขึ้นซึ่งแต่ละคนก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไปบางคนก็มีความสวยงามบางคนก็มีความคิดเลวขี้เหร่ตามแต่การกระเด็นของดินเหนียว เทพธิดานี่หว่าไม่มีการสอนให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์และใช้ชีวิตร่วมกันด้วยการสอนการเพาะปลูก

การล่าสัตว์มนุษย์นับตั้งแต่นั้นมาก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแต่เราอยู่มาวันหนึ่งท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ซึ่งสาเหตุนั้นมีจากมีเทพ 2 องค์ทะเลาะกันโดยเกิดจากเทพไฟและเทพน้ำทะเลเกิดการต่อสู้กัน เสาที่เคยค้ำโลกไว้พังทลายลง ไฟลุกโชนมอดไหม้ อุกาบาตรตกลงมายังมนุษย์โลก ทำให้แผ่นดินทั้งเก้าเกิดการแตกแยกออกจากกันรวมถึงมีเหล่าปีศาจร้ายและสัตว์ดุร้ายต่างๆออกมาทำร้ายมนุษย์โลก

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เจ้าแม่นี่หว่ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เห็นมนุษย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประเทศ 2 องค์ทะเลาะกันเจ้าแม่หนี่วาจึงได้นำหิน 5 สีมาหลอมรวมกันแล้วนำไปอุดที่รอยรั่วของฟ้าโดยใช้พลังทั้งหมดที่มี จนตนเองสูญเสียพลังไปมากในเมื่อท้องฟ้ากลับคืนสู่สภาพปกติ

และด้วยเจ้าแม่หนี่หว่ากลัวว่าเมื่อเวลาผ่านไปท้องฟ้าจะทรุดลงมาอีกจึงได้นำขาของเต่ายักษ์สี่ขามาค้ำท้องฟ้าเอาไว้ แทนเสาค้ำโลกทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามนุษย์ก็กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้งหนึ่งและผู้คนก็เล่าลือถึงอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่หนี่วาที่ได้มาช่วยเหลือชาวโลกในครั้งนั้นตั้งแต่นั้นตอนแรกนี้ว่ามันเป็นเทพธิดาที่คนจีนต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด