ตำนานความรักของ Romeoกับจูเลียต

          นี่ก็เป็นอีกเรื่องราวที่มีการเล่าขานสืบต่อกันมาเกี่ยวกับเรื่องของความรักที่ไม่สมหวังของหนุ่มสาวคู่หนึ่งเนื่องจากว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ถูกกันแต่เรื่องเหล้านี้ไม่ได้พูดถึงว่าเป็นเรื่องจริงของใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่เพียงแต่ว่ามีการนำมาสร้างเป็นบทประพันธ์เอาไว้ของ เชคสเปียร์

แต่แท้ที่จริงแล้วตำนานนี้อาจจะเคยมีจริงอยู่ก็ได้เพราะเรื่องราวความรักของคนหนุ่มสาวนั้นในสมัยโบราณหากมีปัญหาเรื่องของฐานะมาเป็นตัวเปรียบเทียบส่วนใหญ่ก็มักจะไม่สมหวังไม่ว่าจะเป็นความรักของคนไทยหรือคนต่างประเทศก็มักจะถูกกีดกันจากคนในครอบครัวโดยหวังว่าลูกหลานของตนเองนั้นจะได้พบกับคนรวยและมีฐานะเท่าเทียมกัน

อย่างเรื่องราวตำนานความรักของโรมีโอกับจูเลียตนี้เป็นเรื่องราวของคนสองตระกูลที่ไม่ถูกกันถึงแม้จะมีฐานะร่ำรวยด้วยกันทั้งคู่ก็ตามโดยฝ่ายชายนั้นเป็นคนรูปหล่อรวยชื่อว่า Romeo ซึ่งครอบครัวของเขานั้นนามสกุลมอนตาคิวในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นชื่อ Juliet ซึ่งเธอเป็นหญิงสาวที่สวยงามอ่อนหวานโดยนามสกุลของเธอนั้นคือคาร์ปุเลต

และอย่างที่ได้ผลตั้งแต่ตอนต้นก็คือตั้ง 2 สกุลนั้นไม่ถูกกันทำให้ถึงแม้ว่าทั้งคู่นั้นจะพบรักกันและอยากอยู่ด้วยกันมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้เนื่องจากว่าจะถูกคนในครอบครัวของทั้งคู่นั้นกีดกันจนในที่สุดก็หาทางออกด้วยการที่จะหนีตามไปอยู่กับ Romeo โดยเธอได้ไปปรึกษากับบาทหลวงคนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ

และครอบครัวของคนที่เธอรักดวงจึงได้มีการให้เธอดื่มยาพิษซึ่งยาดังกล่าวนั้นเป็นยาพิษที่ไม่มีอันตรายเพียงแค่ต้องการให้เธอแกล้งตายเท่านั้นโดยยาพิษชนิดนี้หากดึงเข้าไปแล้วจะทำให้ไม่มีลมหายใจไปซักระยะหนึ่งหลังจากนั้นก็จะฟื้นขึ้นมาดังนั้นจะเรียกถึงไม่มีการตัดถามว่าเธอนั้นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เธอไม่สมหวังกับโรมิโอและเธอก็ดื่มยาพิษให้กับคนในครอบครัวของเธอเห็น

โดยที่เธอไม่ได้ปรึกษาหรือบอกรักกับโรมิโอเลยว่าเธอจะทำเรื่องอะไรดังนั้นเมื่อเรามีโอรู้เรื่องว่าจูเลียตนั้นดื่มยาพิษฆาตัวตายทำให้ Romeo เสียใจมากที่สาวคนรักนั้นตายจากไปดังนั้น Romeo จึงไปที่โรงศพของจูเลียตหลังจากนั้นเขาก็นำปืนที่พกติดตัวเอาไว้มายิงตนเองตายอยู่ข้างศพของจูเลียตนั่นเองและเมื่อ Furious ตื่นขึ้นมาจึงได้พบว่า Romeo นั้น

ฆ่าตัวตายตามเธอไปแล้วทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากที่ชายคนรักของเธอจากไปจากความเข้าใจผิดเธอจึงได้ใช้มีดแทงไปที่หัวใจของเธอหวังจะตายตามชายคนรักของเธอไปนั่นเองซึ่งนี่ก็คือตำนานความรักที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะว่าเป็นความรักของหนุ่มสาวที่ไม่สมหวัง

 

สนับสนุนโดย  สล็อตออนไลน์ Gclub

วงการกล้องฟิล์มเข้าแล้วออกยาก

กล้องฟิล์มเป็นสิ่งที่ใช้บันทึกความทรงจำออกมาเป็นลักษณะรูปภาพหรือที่เราเรียกกันว่ารูปถ่าย เรามักจะใช้กล้องฟิล์มบันทึกช่วงเวลาที่เราประทับใจในช่วงนั้นๆและทำการล้างออกมาเป็นรูปภาพเพื่อเก็บไว้ในกล่อง

กระเป๋าตังค์หรือแม้แต่ติดข้างฝาบ้าน ซึ่งในสมัยก่อนการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ถือว่าเป็นสิ่งที่คลาสสิคมากและเป็นที่นิยมมากสำหรับวัยรุ่นและคนในสมัยนั้นและกล้องฟิล์มยังคงเป็นกระแสและมาได้รับความนิยมย่างมากในช่วง3-5ปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากมีดารานักแสดงหลายคนที่หันมาเก็บภาพความทรงจำด้วยกล้องฟิล์มทำให้คนทั่วไปนั้นจึงหันมาเล่นกล้องฟิล์มด้วยเช่นกัน 

ด้วยเหตุนี้ทำให้วงการกล้องฟิล์มนั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนี้และที่หลายๆคนได้บอกว่าวงการกล้องฟิล์มนั้นเข้าและวออกยากต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องจริงที่สุดและสำหรับคนที่อยากลองนั้นต้องของเตือยเลยว่าเข้ามาแล้วออกยากจริงๆดังนั้นควรจะมีการคิดและตัดสินใจให้ดีก่อนเข้าวงการนี้นั่นเอง

อินกับความคลาสสิคและฟีลลิ่งของรูปถ่าย เป็นสิ่งแรกที่เมื่อเข้าวงการกล้องฟิล์มแล้วยากที่ออกไปได้ ก็คือฟีลลิ่งของรูปภาพที่ได้จากการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มนั่นเอง โดยรูปภาพที่ได้นั้นจะแตกต่างจากรูปภาพดิจิตอลโดยสิ้นเชิงเป็นสิ่งที่คนในวงการกล้องฟิล์มนั้นทราบกันดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการใช้เลนส์หรือกล้องฟิล์มที่มีคุรภาพดี

แค่ไหนแต่ในเรื่องฟีลลิ่งนั้นก็ยังคงเป็นฟีลลิ่งกล้องฟิล์มอยู่ดีนั่นเอง ทำให้คนที่เขาวงการนี้นั้นมักจะอินกับฟีลลิ่งอย่างมาก เพราะกล้องดิจิตอลไม่ว่าจะแต่งอย่างไรก็ไม่สามารถอต่งได้เหมือนกล้องฟิล์มจริงๆนั่นเอง จึงเป็รเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนนั้นออกจากวงการนี้ไม่ได้

การใช้เวลาและการรอคอย การถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลนั้นในปัจจุบันเราสามารถที่จะถ่ายและดึงรูปใส่ในมือถือได้เบยในทันที แต่กล้องฟิล์มนั้นเราจะต้องใช้เวลาในการรอคอยเพราะในการล้างจะต้องใช้เวลาหลายวันซึ่งแล้วแต่สถานที่ที่เรานั้นส่งไปล้างนั่นเองโดยอย่างเร็วที่สุดก็ประมาณ2-3วัน ถึงแม้การล้างนั้นจะค่อนข้างเร็ว

แต่ระยะเวลาในการถ่ายนั้นเราจะต้องมีการถ่ายให้ครบ36-37รูปหรือการถ่ายให้ฟิล์มหมดม้วนโดยที่เรานั้นจะไม่สามารถเห็นรูปที่เราถ่ายได้เลยนั่นเอง ทำให้การรอคอยรูปนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีความตื่นเต้น ด้วยการรอคอยนั่นเองทำให้ชีวิตเรานั้นดูมีกิมมิคขึ้นทำให้หลายคนชอบและรู้จักที่จะรอและเป็นสิ่งที่ทำจนเคยชินและออกจากวงการนี้ได้ยากเช่นกัน

สามารถนำไปสร้างรายได้ได้ในอนาคตเนื่องจากรูปภ่ายจากฟิล์มนั้นถึงแม้จะนิยมเก็บรูปเป็นไฟล์ในปัจจุบันแต่ด้วยความเป็นรูปฟิลืมทำให้ยังคงความคลาสสิคอย฿เสมอ จึงทำมห้ถ้าหากวันหน่งรูปมีอายุผ่านไปสัก5-10ปีรูปภาพเหล่านั้นจะสามารถนำไปสร้างรายได้ให้เราได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub

10สิ่งที่คนโบราณไม่ให้ทำ

1.คนโบราณเชื่อว่าถ้าเคาะจานชามในเวลากินข้าวจะทำให้จะทำให้ภูตผีปีศาจมานั่งทานด้วย เพราะถ้าเราเคาะจานชามผีจะนึกว่าเราเรียกเขาไปกินข้าวด้วย  แต่ความจริงแล้วที่คนโบราณพูดอย่างนี้ก็เพราะเตือนให้เราไม่เคาะจานชามเพราะจะทำให้จานชามถ้วยแตก

2.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าร้องเพลงตอนทานข้าวจะทำให้มีสามีแก่ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนพูดต่อต่อกันมาเช่นนี้ก็เพราะน้ำลายของเราอาจจะกระเด็นไปเข้าการที่คนอื่นกำลังทาน

3.คนในอดีตโบราณเชื่อว่าถ้าปลูกเรือนคร่อมตอจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับครอบครัวเพราะอาจจะมีผีสางเทวดาสิงอยู่ก็เป็นได้

4.คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าแมวดำกระโดดข้ามโลงศพจะทำให้คนที่เสียชีวิตนั่นกลายเป็นผีเร่ร่อน แต่ความจริงแล้วเป็นการไม่ให้เกียรผู้ตาย

5.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าปืนต้นไม้ตอนกลางดึกจะทำให้ภูตผีวิญญาณมานำร่างเราไปอยู่ด้วยแต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนบอกเช่นนี้ก็เพราะมันมืดเราอาจจะตกลงมาหรือกกกิ่งไม้หักก็เป็นได้

6.คนโบราณเชื่อว่าถ้าผู้หญิงผิวปากจะทำให้ผีมาตบปากเอาได้หรือกับลูกของเรา แต่ความจริงคือการที่ผู้หญิงผิวปากจะทำให้ดูไม่มีมารยาท

7.คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าคนที่กำลังตั้งครรภ์ไปดูคนอื่นคลอดลูกจะทำให้

คนที่กำลังคลอดลูกคลอดไม่ได้ เพราะเด็กที่กำลังจะคลอดอายเด็กที่อยู่ในท้องของผู้หญิงอีกคน แต่ความจริงก็คือที่คนโบราณเกรงว่าถ้าแม่เด็กที่กำลังตั้งครรภ์มาเห็นแล้วจะกลัวไม่กล้าจนไม่กล้าคลอดลูก 

8.คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าร้องเพลงตอนที่อยู่ในห้องครัวจะทำให้มีสามีแก่และภรรยาแก่ทุกคนถึงไม่นิยมร้องเพลงตอนที่อยู่ในห้องครัวเพราะกลัวจะได้สามีแก่ นั้นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วคนสมัยก่อนอยากให้เราไม่ร้องเพลงเพราะน้ำลายอาจจะมาโดนจานข้าวหรืออาหารนั่นเองค่ะ

9.คนโบราณเชื่อว่าถ้าเล่าฝันร้ายของเราตอนกินข้าวจะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น และการที่เราเล่าเรื่องฝันของเราให้คนอื่นฟังน้ำลายของเราอาจจะกระเด็นไปเข้าจานข้าวของคนอื่นได้และสามารถทำให้เราสำลักได้ด้วยเช่นกัน วิธีแก้ไขก็คือให้เราฝันดีของตัวเองและกินข้าวไปด้วยจะเป็นการแก้ไขที่เราเล่าฝันร้ายของเราไปและทำให้ฝันดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทนฝันร้าย

10.คนอดีตสมัยโบราณเชื่อว่า ถ้าซักผ้าและตากผ้าในวันที่เผาศพจะทำให้คนตายมาขโมยวิญญาณของพวกเราค่ะแต่ความจริงแล้วคนอดีตสมัยโบราณต้องการ ให้เราไปช่วยในการเผาศพของผู้ตายเพื่อเป็นการให้เกียรติเขา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat