ตำนานเตียวเสี้ยน Diao Chan

           สำหรับตำนานของเตียวเสี้ยนนั้นเป็นตำนานของหญิงสาวที่มีความงดงามและสามารถที่ประวัติศาสตร์ของโลกได้ซึ่งเตียวเสี้ยนนั้นตามตำนานบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่ในตัวละครของหนังสือสามก๊กโดยในเรื่องราวชีวิตของเตียวเสี้ยนนั้นบอกว่าเธอเป็นหญิงสาวที่เกิดมาจากพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนเป็นแค่เพียงคนรับใช้เท่านั้น

ต่อมาได้ถูกขุนนางผู้หนึ่งรับมาเลี้ยง ซึ่ง เตียวเสี้ยน ถูก  อ้องอุ้น นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาวโดยทุกครั้งที่ อ้องอุ้น รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมืองเขาจะเดินออกมาคิดอะไรเพลินเพลินอยู่ในสนามของบ้านและทุกครั้งที่เขาออกมาเดินเขาก็มักจะเจอกับหญิงสาวที่ชื่อ เตียวเสี้ยน อยู่เป็นประจำ

โดยเธอนั้นมักจะร้องไห้ให้เขาเห็นอยู่เสมอซึ่งสาเหตุที่เตียวเสี้ยน ต้องร้องให้นั่นก็เพราะว่าเธอรู้สึกสงสาร อ้องอุ้น อย่างมาก ซึ่งเธอนั้นรัก อ้องอุ้น เหมือนกับเป็นพ่อของเธอเอง และอยู่มาวันหนึ่งขนาดที่ อ้องอุ้น ออกมาเดินเล่นที่สวนนั้นเขาก็ได้เห็นหน้าของ เตียวเสี้ยน

ซึ่งเมื่อเขาเห็นหน้าเตียวเสี้ยน เขาก็อุทานออกมาว่าแผ่นดินมีคนมาช่วยเหลือเราแล้วหลังจากนั้นเขาก็พร่ำสอนเตียวเสี้ยน เกี่ยวกับเรื่องของมันยายหญิงโดยเขาหวังว่าเขาจะส่งเตียวเสี้ยน ไปใช้มารยาหญิงทำให้ ตั้๋งโต๊ะ และลิปโป้แตกคอกัน เอง จนฆ่ากันในที่สุด โดยเขามีมีแผนจะยกเตียวเสี้ยน ให้กับลิโป้ก่อนหลังจากนั้นก็จะยกให้ ตั๋งโต๊ะ

ซึ่งแผนของเขานั้นก็สัมฤทธิ์ผลเพราะทั้งคู่นั้นแตกคอและฆ่ากันเอง ว่ากันว่า เตียวเสี้ยน นั้น ถือว่าเป็นหญิงงามที่ติด 1 ใน 4 ของหญิงงามของจีนแต่เธอนั้นมีความแตกต่างกับหญิงงามอีก 3 คนเป็นอย่างมาก

ซึ่งบางตำนานยังบอกว่าประวัติเรื่องเล่าของเตียวเสี้ยน นั้น อาจจะเป็นอีกแบบนึงนั่นก็คือเธอน่าจะเป็นหญิงรับใช้ในบ้านของลิปโป้หลังจากนั้นเธอก็แอบได้เสียกับตั๋งโต๊ะซึ่งเธอนั้นต้องไปเป็นอนุภรรยาของเขา หลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอมักจะคิดว่าแท้ที่จริงแล้วเตียวเสี้ยน ก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงแพศยาคนหนึ่งที่ใช้ความสาวและความสวยหลอกล่อทำให้บ้านเมืองนั้นล่มสลายได้

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ออกมายกย่องสรรเสริญเตียวเสี้ยน ว่าเธอนั้นสามารถใช้ความสวยและความรู้ความสามารถของเธอทำให้บ้านเมืองนั้นกลับมาสงบสุขได้ อีกทั้งยังมีการยกยอเธอด้วยว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก

ที่สามารถทำตามความต้องการของบิดาของเธอและไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นต่างบ้านต่างเมือง ซึ่งเตียวเสี้ยนไม่ได้มีดีแค่เพียงความงามเท่านั้นเพราะเมื่อเธอต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเธอก็ใช้ความรู้ทักษะความฉลาดของเธอที่มีอยู่แก้ไขปัญหาเอาตัวรอดของเธอมาได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์

หมู่บ้าน บรามช็อทท์ประเทศอังกฤษ

          ถ้าคุณไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษแล้วอยากผจญภัยอยากรู้ว่าเมืองไหนมีผีเฮี้ยนเยอะมากที่สุดชาวบ้านคงจะบอกคุณว่าเมืองที่มีผีเฮี้ยนมากที่สุดคือเมือง  Pluckley แต่จริงๆแล้วถ้าคุณเดินทางผ่านหมู่บ้านนี้ไปอีกหน่อยคุณจะไปเจอหมู่บ้าน Bramshott ซึ่งจะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน Pluckleyเพียงแค่ 90 นาทีเท่านั้น

ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความเฮี้ยนของผีไม่แพ้กันซึ่งหมู่บ้าน  Bramshottอยู่ในเมือง Haslemere  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ก่อนปี 1086 ส่วนตำนานน่ากลัวที่ทำให้ หมู่บ้าน Bramshottมีตำนานที่น่ากลัวเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 1700 ที่ หมู่บ้าน Bramshott จะมีโรงแรมอยู่โรงแรมหนึ่งชื่อเซเว่นทอน

ซึ่งโรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องของความน่ากลัวมากเนื่องจากว่าเป็นโรงแรมที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งเหตุการณ์ฆาตกรรมและ และอาชญากรรม หลายเหตุการณ์ต่อเนื่อง แน่นอนว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกี่ยวคนตายเยอะแยะมาก และนอกจากจะมีวิญญาณผีในโรงแรม เซเว่นทอนแล้ว ที่ หมู่บ้าน Bramshott แห่งนี้

ยังมีผู้คนต่างก็พูดถึงวิญญาณผีตามจุดต่างๆภายในหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายหลังจากที่เธอตายแล้ววิญญาณของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณจุดที่เธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตายซึ่งมีชาวบ้านพบเห็นเธออยู่บ่อยครั้งหรือจะเป็นวิญญาณของเด็กชายคนหนึ่ง

ซึ่ง เขามีชื่อว่าฟุตบอยเขาเป็นวิญญาณของผีเด็กซึ่งเขาเสียชีวิตตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กโดยผู้คนมักจะเห็นฟุตบอยนั้นปีนต้นไม้เล่นอยู่ในช่วงยามค่ำคืนหรือแม้แต่บางคืนหากใครเดินผ่านไปผ่านมาตรงบริเวณที่ฟุตบอยเสียชีวิตพวกเขาเหล่านั้นก็จะเห็นวิญญาณของฟุตบอยเดินเป่าขลุ่ยไปตามท้องถนนเส้นที่เขาเสียชีวิตนั่นเอง

อีกทั้งวันดีคืนดีไม่ใช่จะเห็นแค่เพียงฟุตบอยคนเดียวเท่านั้นแต่บางครั้งก็จะมีวิญญาณของวัวสีขาวเดินมาคู่กับวิญญาณของฟุตบอยอีกด้วยซึ่งเสียงขลุ่ยที่ฟุตบอยเป่านั้นจะมีความไพเราะเป็นอย่างมาก 

           อย่างไรก็ตามนี่คือตำนานของ หมู่บ้าน Bramshott ที่ว่ากันว่ามีเรื่องราวน่ากลัวเกี่ยวกับเรื่องของผีของประเทศอังกฤษมากที่สุดซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษก็ลองไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเหล่านี้การดูได้นะคะ ถึงแม้เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

แต่ชาวบ้านก็ยังคงมีการพูดถึงกันอยู่และยังมีการเล่าขานให้ลูกหลานได้ฟัง ถึงความน่ากลัวของวิญญาณต่างต่าง ที่ต่างก็เสียชีวิตก่อนเวลาอันควร แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น เพราะตอนนี้ไม่มีใครพบเห็นวิญญาณเหล่านั้นอีกแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ตำนานวัดดะมะยานจี้

             ที่ประเทศพม่ามีวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศถูกสร้างขึ้น ในเขตพื้นที่ของเมืองพุกามเลยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนานและมีหลักฐานจากพงศาวดารว่ามีการสร้างเอาไว้มานานเกือบ 200 ปีมาแล้ว

ซึ่งสถานที่แห่งนี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนั้นเดินทางมาเที่ยวที่นี่กันโดยถ้าหากไปท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์ก็จะมีรายชื่อวัดแห่งนี้รวมอยู่ในกลุ่มที่ทางเจ้าหน้าที่ทัวร์จะพานักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและกราบไหว้ขอพรซึ่งวัดแห่งนี้มีตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างวัดกว่าจะมาเป็นวัดแห่งนี้โดยระบุว่าวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามความต้องการของพระเจ้านะระตู

ซึ่งพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองประเทศพม่าอยู่ในสมัยนั้นนั่นเองด้วยการปกครองของพระองค์นั้นเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศักราช  1167 จนถึงคริสต์ศักราช 1170   ในระหว่างที่พระองค์ขึ้นครองราชย์นั้นมีบันทึกและมีการพูดถึงเกี่ยวกับประวัติการครองราชย์ของพระองค์ด้วยว่าพระเจ้านะระตู ขึ้นครองราชย์มาด้วยการแย่งชิงบัลลังก์

โดย พระเจ้านะระตูได้มีการสังหารพ่อของตนเองและพี่ชายของตนเองกว่าจะได้บัลลังก์นี้มาครอบครองแล้วเมื่อได้ขึ้นครองราชย์กลายมาเป็นพระเจ้านะระตูเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความที่พระองค์นั้นรู้สึกผิดกับสิ่งที่พระองค์ได้กระทำในการสังหารพ่อและพี่ชายของตนเองทำให้พระองค์นั้นในสร้างวัดนี้ขึ้นมาก็คือวัด ดะมะยานจี้

โดยชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่าสาเหตุที่พระเจ้านะระตูสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าพระองค์นั้นต้องการที่จะใช้วัดแห่งนี้ช่วยลดความรู้สึกผิดในใจและความรู้สึกบาปที่พระองค์รู้สึกอยู่ซึ่งพระองค์ได้มีการสั่งให้สร้างวัดแห่งนี้ให้มีความสวยงามและใหญ่โตมากที่สุดในพุกามอย่างไรก็ตามมีการระบุถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของพระองค์ว่าในช่วงที่ พระเจ้านะระตูขึ้นครองราชย์

และกำลังสั่งให้ทหารเร่งก่อสร้างวัด ดะมะยานจี้แห่งนี้อยู่นั้นพระองค์ได้ถูกคนอินเดียกลุ่มหนึ่งแอบลักลอบเข้ามาทำการปลงพระชนม์พระองค์นั้นเสียชีวิตอย่างไรก็ตามหลังจากพระองค์เสียชีวิตไปแล้ววัดนี้ก็ยังคงสร้างต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการที่พระเจ้านะระตูต้องการลักษณะของตัววัดนั้นมีความคล้ายคลึงกัน

วัด อานานดาพะย่ะซึ่งวัดแห่งนี้ก็ถูกสร้างเอาไว้ในเมืองพุกามเป็นอีกวัดหนึ่งซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้วัดใดๆเลยทีเดียวความแตกต่างของวัดแห่งนี้มีการนำเอาก้อนอิฐเข้ามาไว้ภายในวัดแล้วนำมาปิดทับภายในตัววัดไว้ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะอะไรปัจจุบันนี้ที่วัดแห่งนี้จะสามารถเข้าได้แค่เพียงเฉพาะบริเวณมุกทั้ง 4 และยังมีระเบียงภายนอกเท่านั้นส่วนที่เหลือนั้นจะไม่สามารถเข้าไปได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

         สำหรับวันเข้าพรรษานั้นเป็นวันสำคัญเกี่ยวเนื่องกับทางพระพุทธศาสนาซึ่งในวันดังกล่าวนั้นจะตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 สำหรับกิจกรรมวันเข้าพรรษานั้นก็คือชาวบ้านจะพากันมาทำบุญที่วัดเพื่อรับพรและนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระสงฆ์จะต้องจำพรรษาอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น

จะไม่สามารถไปจำพรรษาด้านนอกหรือไปเดินทางธุดงค์ได้ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะตรงกับฤดูฝนอีกด้วยในสมัยโบราณอาการนั้นจริงๆแล้วไม่มีวันเข้าพรรษาแต่เนื่องจากว่าพระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในช่วงฤดูฝนเพราะในสมัยก่อนชาวบ้านฉันประกอบอาชีพทำไร่ไถนาและเมื่อพระสงฆ์เดินทางไปธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆก็จะย่างไปในไร่นาของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนพืชพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ฝนตกมีน้ำเยอะพระพุทธเจ้าจึงเล็งเห็นว่าทั้งชาวบ้านเองและพระสงฆ์ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนในช่วงฤดูฝนดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้มีการจัดวันเข้าพรรษาขึ้นมาโดยระบุให้พระสงฆ์นั้นไม่ต้องออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาข้างนอกให้จำพรรษาอยู่ที่วัดเท่านั้นเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั่น

ก็คือจนกว่าจะหมดฤดูฝนนั่นเองและชาวบ้านก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่พระสงฆ์เดินย่ำเข้าไปในไร่ในนา และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อถึงกำหนดเข้าหน้าฝนหรือเมื่อครบถึงแรม 1 ค่ำเดือน 8 พระสงฆ์ก็จะต้องทำพิธีเข้าพรรษาและจะออกพรรษาได้เมื่อครบ 3 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดประมาณวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 

         ในปัจจุบันนี้วันเข้าพรรษาจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยถือว่าเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาและในช่วงวันเข้าพรรษานั้นพระสงฆ์จะเผยแพร่พระพุทธศาสนาอยู่ภายในบริเวณและเท่านั้นจะไม่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้ไม่ว่าจะมีความจำเป็นมากแค่ไหนก็ตาม

แต่หากว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จำเป็นต้องไปนอนค้างที่อื่นเหตุผลที่สามารถไปนอนค้างที่อื่นได้จะมีแค่เพียงการที่พระสงฆ์เจ็บป่วยและต้องไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลหรือการที่บิดามารดาของพระสงฆ์นั้นเจ็บป่วยพระสงฆ์จำเป็นต้องไปเฝ้าดูอาการป่วยของพ่อและแม่มีกรณีที่ชาวบ้านนั้น

มานิมนต์ให้พระสงฆ์เดินทางไปบำเพ็ญกุศลพื้นที่อื่นแต่การเดินทางไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นโดยระบุว่าสามารถไปค้างที่อื่นได้ไม่เกิน 7 วันและถ้าหาพระ 2 องค์ไหนที่ไปค้างที่อื่นเกิน 7 วันก็จะถือว่าพระสงฆ์องค์นั้นสิ้นสุดการเข้าพรรษาทันที  ในช่วงของการเข้าพรรษานั้น จะเป็นช่วงพระสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปเผยแพร่พระพุทธศสานา นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น