การเรียนการสอนวิชาศิลปะในปัจจุบัน

วิชาศิลปะเป็นวิชาที่จำเป็นและสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตได้ ดังนั้นศิลปะจึงเป็นสิ่งที่มีการปลูกฝังและถูกนำลงไปใส่ในเนื้อหาวิชาการเรียนที่สำคัญอย่างวิชาศิลปะนั่นเอง

ในอดีตนั้นวิชาศิลปะถือว่าเป็นวิชาที่เปิดโอกาสให้เด็กนั้นได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของตัวเองออกมาด้วยการทำศิลปะในแบบต่างๆ ซึ่งความยากง่ายก็จะไล่ขึ้นมาตามละดับชั้นในการเรียนนั่นเอง  ในอดีตนั้นการเรียนการสอนศิลปะจะเน้นเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยสิ่งที่หาได้จากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ตามะรรมชาติ

เช่น การสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการแต่งแต้มสีโดยการใช้ก้านกล้วยจุ่มสีและทำให้เกดิเป็นผลงานตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันก็อาจจะมีการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยวิธีการนี้อยู่บ้างแต่เชื่อว่าการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้นั้นมีน้อยลงจากเมื่อก่อนอย่างมาก

เนื่องจากในยุคปัจจุบนี้นั้น อุปกรณ์การสร้างสรรค์ได้ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้และผู้ปกครองของนักเรียนในยุคปัจจุบันก็มีกำลังในการซื้ออุปกรณ์ศิลปะที่ดีๆเหล่านี้ด้วย ทำให้รูปแบบการเรียนการสอนอย่างในอดีตนั้นอาจจะเลือนลางและหายไปตามกาลเวลาและยุคสมัยนั่นเอง

นอกจากจะไม่ค่อนนิยมในการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่หาได้ง่ายแล้วนั้น ปัจจุบันจะเน้นการเนียนการสอนศิลปะในไปในทางสร้างสรรค์ด้วยระบบออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์มากกว่าการสร้างสรรค์แบบเดิมๆนั่นเอง หากมองว่าการสร้างสรรค์ศิลปะแบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์นั้นก็อาจจะเป็นการเรียนศิลปะที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

และเป็นประโยชน์กว่าก็อาจจะเป็นเรื่องที่จริง แต่ในทางกลับกันก็อาจจะมองได้ว่า การเรียนรู้ในลักษณะนี้นั้นเป็นสิ่งที่เด็กมีโอกาสที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นและด้วยยุคที่สื่อออนไลน์นั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตคนในยุคปัจจุบันนั่นเอง แต่ในการเรียนรู้อย่างในอดีตนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไป

เพราะการเรียนรู้ศิลปะอย่างในอดีตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้เด็กนั้นได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอย่างเต็มที่มากกว่าการสร้างสรรค์หรือเรียนรู้ศิลปะบนรระบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์มากกว่านั่นเอง เพราะการเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์นั้นเป็นสิ่งที่มีข้อจำกัดต่างๆมากมายและทำให้การเรียนรู้ของเด็กอาจจะถูกจำกัดได้นั่นเอง

ทางที่ดีที่สุดก็อาจจะมีการเรียนการสอนวิชาศิลปะในแบบควบคู่กันไปเพื่อปลูกฝังให้เด็กนั้นได้จินตนาการและปลอดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่และให้เด็กนั้นได้เรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ก้าวทันโลกในยุคปัจจุบันนั่นเอง อย่างไรก็ตามการเรียนการสอนศิลปะนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่เด็กนั้นยังคงต้องเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นต่อๆไปด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

เรียนศิลปะไม่ต้องกลัวตกงาน

ตอนนี้เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากมายแล้วว่า การดำรงชีพทางด้านศิลปะได้ขยายตัวออกไปในทุกแวดวงและก็ทุกกิจการการค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจจำพวกไหนต่างก็จำต้องใช้ผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจด้านศิลป์เป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเป็นตำแหน่งหนึ่ง หรือแผนกหนึ่งของธุรกิจนั้นๆ เพื่อช่วยในเรื่องธุรกิจ ในด้านวิธีขาย หรือ การบริการต่าง ๆ ให้ก้าวไกล น่าสนใจมากขึ้น  

เพราะว่าผู้ที่เรียนทางด้านศิลป์มาชอบเป็นผู้ที่มีความคิดและก็ไอเดียสำหรับในการดีไซน์รวมทั้งรู้จักค้นหาแนวทางล่อใจให้ลูกค้าพึงพอใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือสร้างความพอใจที่จะใช้บริการต่าง ๆ

ที่มีศิลป์สำหรับการเสนอที่ดี โดยยิ่งไปกว่านั้นในกรุ๊ปผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งกันจำนวนมากหลายแบรนด์ยิ่งควรต้องใช้แนวทาง ในด้านศิลปะมาช่วยในการนำเสนอให้ลูกค้าตกลงใจเลือกงานของตัวเองเพิ่มมากขึ้น

ทำให้ในปัจจุบันไปเรียนศิลป์กันเยอะมาก สถาบันต่าง ๆ ก็มีภาควิชาศิลป์ให้เลือกเรียนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน ปริมาณคนเรียนศิลป์มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีจนกระทั่งคนจำนวนไม่น้อยชักเป็นห่วงกันแล้วว่า จบออกไปแล้วอาจจะหางานทำยาก 



เมื่อแวดวงธุรกิจมีความต้องการผู้ที่เรียนจบมาทางศิลปะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเจริญเติบโตของสังคมแล้วก็การแข่งขัน ทำให้ความคิดที่ว่าจะไม่มีงานทำหรือเป็นศิลปินไส้แห้ง เริ่มเลือนหายไป กลายเป็นว่าวิชาชีพศิลป์นั้นก็สามารถหางานทำได้และร่ำรวยไม่แพ้วิชาชีพอื่นๆ เท่านั้นไม่พอพวกเราสามารถเลือกเรียนวิชาชีพศิลป์ได้มากมายหลายสาขาทำให้โอกาสงานมากขึ้นและไม่ต้องแย่งงานกัน



รวมทั้งเนื่องจากแวดวงศิลปะมันกว้างแบบนี้เอง แม้ว่าจะมีคนเรียนศิลป์มากมายขนาดไหนแต่ก็ยังคงมีความต้องการอยู่ ทำให้คนที่จบมาทางสายนี้แทบจะไม่ว่างงานกันเลย อีกทั้งเราสามารถสร้างรายได้ได้หลายช่องทาง เช่น หากทำงานประจำ ก็อาจจะรับงานเสริมในวันเสาร์อาทิตย์

ที่เป็นงานๆ ไป  หรือ ใครที่ไม่ชอบกฎระเบียบ ไม่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก ก็อาจจะเป็นฟรีแลนด์ได้ ฉะนั้นใครที่กลัวว่าเรียนศิลป์แล้ว จบออกไปจะไม่มีงานทำนั้นลืมไปได้เลย 

อาชีพของคนที่จบทางด้านสายศิลป์มามีอะไรบ้าง เรายกตัวอย่างมาให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อาชีพอิสระทำผลงานตัวเองออกมาขาย ช่างฝีมือ นักเขียนภาพตามแมกกาซีนหรือหนังสือ นักออกแบบภายใน นักออกแบบสวน นักคิดโฆษณา นักเขียน เป็นต้น 

นี่เป็นแค่บางส่วนของสายงานด้านนี้ จริงๆ แล้ว ยังมีอาชีพอีกมากที่แตกแยกย่อยออกไปได้อีก ซึ่งหากใครที่กำลังมองหางานด้านนี้ก็ไม่ต้องกลัว หรือใครที่กำลังตัดสินใจที่จะเรียนด้านนี้ไปเลยก็ให้ลุยเต็มที่ และสำหรับผู้ที่กำลังเรียนทางด้านนี้อยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีงาน เพราะว่าวงการนี้มันกว้างมากจริงๆ 

 

สนับสนุนโดย  aesexy

ความอาถรรพ์ของ เมืองซางจี ประเทศไต้หวัน

     ที่ประเทศไต้หวันมีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านต่างพากันพูดว่าเป็นสถานที่อาถรรพ์ที่ไม่มีใครสามารถที่จะมาลบล้างความอาถรรพ์นี้ได้โดยสถานที่แห่งนี้แต่เดิมเจ้าของที่นั้นต้องการก่อสร้างที่พักอาศัย

ซึ่งเป็นบ้านพักแปลกแหวกแนวโดยหวังว่าเมื่อสร้างเสร็จจะมีผู้คนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งลักษณะของการก่อสร้างนั้นจะสร้างที่พักคล้ายๆกับจานบิน และยังมีการออกแบบดีไซน์ที่พักเป็นรูปแบบต่างๆ

ซึ่งแปลกไม่เหมือนใครโดยเจ้าของที่สร้างนั้นหวังว่าจะสามารถขายความแปลกมีได้แต่อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้กับเกิดเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายจนไม่สามารถที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ให้แล้วเสร็จและขายได้ซึ่งว่ากันว่าไม่ว่าจะมีการก่อสร้างอย่างระมัดระวังมากแค่ไหน

แต่ระหว่างที่มีการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุกับคนงานและทุกครั้งที่อื่นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะต้องมีคนงานเสียชีวิตทำให้ระหว่างการก่อสร้างนั้นมีคนงานจำนวนมากที่ต้องตายไปจากการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้หลายครั้งที่เจ้าของได้มีการเปลี่ยนบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างแต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนบริษัทกี่บริษัททุกบริษัทก็มักจะเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันทั้งหมด

และบางครั้งคนงานก่อสร้างที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างต่างก็พากันพูดว่าในช่วงเวลายามค่ำคืนพวกเขามักจะเห็นบ้านทรงประหลาดที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้เคลื่อนย้ายที่ด้วยตนเองลอยไปลอยมาอยู่ในพื้นที่คล้ายๆกับยานบินอวกาศทำให้พวกคนงานก่อสร้างต่างพากันหวาดกลัวและลาออกเป็นจำนวนมาก

เพราะนอกจากจะต้องเจอเรื่องราวประหลาดแล้วคนงานบางส่วนก็ยังต้องเสียชีวิตจากการทำงานก่อสร้างอีกด้วย สำหรับสถานที่ก่อสร้างของหนีเจ้าของพันธุ์ที่ต้องการที่จะสร้างบ้านในรูปทรงแบบใหม่และความต้องการของเจ้าของนั้นหวังว่าหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นบ้านที่พักอาศัยนี้จะสามารถลอยอยู่ในน้ำได้

แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ระยะเวลากี่ปีและมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาก่อสร้างกี่รายการก่อสร้างก็ไม่สามารถแล้วเสร็จได้สักทีจนในที่สุดเจ้าของกิจการก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะก่อสร้างโครงการบ้านในพื้นที่แห่งนี้และปล่อยให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ดินรกร้างว่างเปล่าสิ่งก่อสร้างยังคงหลงเหลืออยู่และเป็นซากปรักหักพังให้เห็นจนถึงทุกวันนี้และชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวนั้นต่างก็พากันหวาดกลัวเรื่องเล่าขานของความอาถรรพ์ของพื้นดินแห่งนี้จนไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามารุกล้ำในพื้นที่ดินดังกล่าวอีกเลย

  และแม้ปัจจุบันนี้กาลเวลาจะผันเปลี่ยนไปนานแค่ไหนก็ตามแต่เจ้าของที่ดินก็ยังคงปล่อยที่ดินดังกล่าวให้รกร้างว่างเปล่าเช่นเดิมและชาวบ้านก็ยังมีการเล่าขานถึงความน่ากลัวของที่ดินผืนนี้และยังคงไม่มีใครกล้าเข้าไปค้นหาความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนสด

วัดบางสะแกนอก 

           สำหรับข้อมูลของวัดบางสะแกนอกนั้นอยู่แถวตลาดพลูในเขตธนบุรี สำหรับข้อมูลของบางสะแกนอกนั้นระบุว่ามีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของกรุงศรีอยุธยาโดยสมัยนั้นถูกปกครองโดยสมเด็จพระไชยราชาธิราช

ซึ่งก่อนหน้านั้นที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีพระมาจำพรรษาอยู่มาวันหนึ่งได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางผ่านมาชาวบ้านเห็นจึงได้นิมนต์ให้พระธุดงค์รูปดังกล่าวนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ ซึ่งนับตั้งแต่พระธุดงค์รูปนั้นได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ก็มีการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอดทำให้วัดนั้นมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

โดยการบูรณะซ่อมแซมวัดนั้นใช้ระยะเวลานานมากแล้วเสร็จอีกทีในช่วงปีพ.ศ  20377 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ก็มีคนมาทำบุญมากยิ่งขึ้นจนมาถึงทุกวันนี้แต่ที่ว่าทางนี้มีตำนานเล่าถึงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้ชาวบ้านต่างก็เรียกหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเจ้าแม่นิยมโดยเรื่องเล่าของเจ้าแม่นิยมนั้นมีการเล่ากันว่าในอดีตนั้น

บริเวณพื้นที่แถวนี้เกิดโรคระบาดขึ้นนั่นก็คือโรคอหิวาตกโรคทำให้มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวที่เธอชื่อว่านางนิยมเธอได้เสียชีวิตจากการติดโรคอหิวาตกโรคและถูกนำร่างมาฝังเอาไว้ที่วัดบางสะแกนอกแห่งนี้ผ่านไปหลายปีชาวบ้านได้มีการทำพิธีล้างป่าช้า และเมื่อขุดหลุมฝังศพขึ้นมากับพบว่าศพของนางนิยมนั้นไม่เน่าเปื่อย

ชาวบ้านจึงได้นำร่างของนางนิยมมาเก็บไว้ที่ศาลาโดยทำเป็นโรงแก้วใส่ร่างของนางนิยมเอาไว้หลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพรนับตั้งแต่ชาวบ้านนำร่างของนางนิยมมาไว้ที่ศาลาดังกล่าวก็ทำให้ตกดึกจะมีชาวบ้านบางคนที่เดินผ่านไปมาที่บริเวณหน้าศาลาแห่งนี้พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง

แต่งกายด้วยชุดไทยมายืนอยู่บริเวณหน้าศาลาอยู่บ่อยครั้งหลังจากนั้นเรื่องราวของหญิงสาวชุดไทยก็โด่งดังมากซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีสาวคนดังกล่าวนั้นก็คือนางนิยมนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านต่างก็พามากราบไหว้ขอพรและขอหวยซึ่งแน่นอนว่าทุกคนที่มาขอพรกับนางนิยมนั้นต่างได้

รับพรกันถ้วนหน้าทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนการเรียกขานจากนางนิยมมาเป็นเจ้าแม่นิยมจนถึงปัจจุบันนี้และหากใครก็ตามที่ขอหวยก็จะได้รับเลขเด็ดจากเจ้าแม่นิยมไปซึ่งถ้าหากใครถูกหวยก็จะต้องมาแก้บนกับเจ้าแม่นิยมด้วยการรำให้เจ้าแม่นิยมดูอีกทั้งยังต้องซื้อชุดไทยและซื้อเครื่องประดับสวยๆมาฝากเจ้าแม่นิยมด้วย

ซึ่งปัจจุบันนี้ชื่อเสียงของเจ้าแม่นิยมยังคงมีอยู่และชาวบ้านเองก็ยังมีการพูดถึงเจ้าแม่นิยมว่าบางคืนก็ยังเคยเห็นเจ้าแม่นิยมมายืนเล่นอยู่ที่หน้าศาลาวัดแห่งนี้จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีคนเห็นอยู่ แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านบอกว่าหากวันไหนที่มีคนเห็นเจ้าแม่นิยมมายืนอยู่ที่หน้าวัดแสดงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในหมู่บ้านแถวๆใกล้วัดบางสะแกนอกชาวบ้านจะพากันมาทำบุญเพื่อขอพรให้เจ้าแม่นิยมนั้นช่วยปกปักคุ้มครอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    sa gaming สูตร