ตำนานเมืองลับแล

เป็นตำนานเมืองลับแลเสียงแว่วดังระฆังหลอนที่บนภูกระดึง

เมืองลับแลดินแดนแห่งมิติใหม่มหัศจรรย์ที่ใครหลายๆคนนั้นก็เคยได้ยินแต่ก็ไม่เคยรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเมืองลับแลนั้นตั้งอยู่ที่ใดและมันจะมีอยู่จริงหรือไม่และยังมีความเชื่อมากนานแล้วว่าเมืองลับแลนั้นอยู่ซ้อนมิติอีกโลกของมนุษย์โดยเฉพาะบริเวณบนภูเขาลูกใหญ่ๆในป่าลึกถ่ำซึ่งมักจะมีตำนานที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับเมืองลับแลหนึ่งในนั้นก็คือภูกระดึง จังหวัดเลย

เส้นทางแห่งธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูกระดึงชวนให้หน้าสัมผัสแต่ภายใต้สถานที่อันโอบล้อมไปด้วยขุนเขาและแม่น้ำย่อมมีตำนานที่มาทีเป็นอันลึกลับ ภูกระดึงแปลว่า ภูแห่งระฆังเพราะคำว่ากระดึงมาจากกระดิ่งชาวจังหวัดเลยเรียกว่าระฆังใหญ่แต่ก่อนที่จะมาเป็นชื่อภูกระดึงนั้นได้มีเรื่องเล่าที่เป็นน่าพิศวงชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงระฆังแว่วดังมาจากบนภูเขาเชื่อว่าบริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมืองลับแล

หรือเป็นหมูบ้าน ผีบังบด ซึ่งมักจะได้ยินเสียงระฆังเฉพาะวัดพระเท่านั้นจนปู่ย่า ตายาย ได้บอกเล่ามาว่าเป็นเสยงระฆังของพระอินทร์และในส่วนหมู่บ้านของ ผีบังบด ที่ว่านั้นคนธรมดาไม่สามารถที่จะมองเห็นได้และหากว่าได้เข้าไกล้เมื่อใดหมู่บ้านนั้นก็จะหายไปทันทีและจะกลายเป็นป่าแทนเมื่อประมาณปี 2348 ได้มีพรานป่าคนหนึ่งเดินทางมาจากนครจำปาศักดิ์ประเทศลาวและได้เดินเท้ามาตามป่าเรื่อยๆและก็ได้มาพบกับป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์เขาก้ได้ชวนญาติมิตรทั้งหลายให้มาปักหลักอยู่ที่นี้

ซึ่งก็คือ ผา นกเค้า บริเวณที่นักท่องเที่ยวไปต่อรถขึ้นบนภูกระดึงนั่นเองวันหนึ่งนายพรานได้ออกล่าสัตว์ไปจนถึงภูเขาลูกหนึ่งและสิ่งที่นายพรานนั้นได้พบเห็นทำให้ตกตะลึงและทำให้รู้สึกตกใจลเพราะภาพในความกว้างใหญ่ไพล สารของพื้นป่านั้นในปรากฏอยู่ต่อหน้าอีกทั้งยังมีสัตว์ป่าหลายชนิดต่างก็ได้พากันหากินอาหารแต่เมื่อได้มองเห็นนายพรานสัตว์ป่านั้นก้ไม่ได้มีท่าทีที่จะตกใจกลัวแต่อย่างใดและด้วยสัญชาตญาณของพรานเมื่อเห็นลักษณะของสัตว์ที่ไม่ตื่นกลัวเลย

ก็จึงไม่กล้าที่จะยิงหรือล่าสัตว์เพราะดูแล้วมันผิดปกติจึงเชื่อว่าภูเขาในสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นดินแดนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นายพรานก็จึงได้ระเว้นการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าแห่งนี้และนายพรานนั้นก็ได้กลับมาที่บ้านมาเล่าเรื่องที่นายพรานนั้นได้ไปพบเจอมาให้กับญาติฟังต่อมาเรื่องราวของภูเขาแห่งนี้ก็ได้ถูกเปิดเผยและได้กลายมาเป็นภูกระดึงอุทยานแห่งชาติที่มากไปด้วยธรรมชาติและสีสันของต้นไม้รวมทั้งป่าป่านาๆชนิดอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777