ZEN MIND ไร้ร่องรอย 

เมื่อปฏิบัติเซน เธอจะเป็นหนึ่งเดียวกับเซน ไม่มีเธอ ไม่มีซาเซน เมื่อเธอคำนับก็จะไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวเธอ มีแต่การคำนับที่สมบูรณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้น นี่คือนิพพาน

เมื่อองค์พระพุทธเจ้า ถ่ายทอดการปฏิบัตินี้ให้กับพระมหากัสสะปะ พระองค์เพียงแต่ทรงหยิบดอกไม้ขึ้นพร้อมทรงแย้มพระสรวล มีเพียงพระมหากัสสะปเท่านั้นที่เข้าใจความหมายของพระองค์ท่าน ไม่มีใครอื่นที่เข้าใจ

เราไม่รู้หรอกว่านี่คือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่มันหมายถึงอะไรบางอย่างแน่นอน มันคือการแสดงให้เห็นถึงวิถีดั้งเดิมของเรา กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างคือกิจกรรมที่แท้จริง ความลับของกิจกรรมนี้ได้รับการถ่ายทอดจากองค์พระพุทธเจ้ามายังพวกเรา นี่คือการปฏิบัติเซน ไม่ใช่คำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือกฎต่างๆ

เกี่ยวกับชีวิตที่พระองค์ทรงกำหนดขึ้น คำสอนหรือกฎจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่ หรือตามผู้ที่ปฏิบัติ แต่ความลับของการปฏิบัตินี้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันเป็นความจริงเสมอ

เพราะฉะนั้น สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีวิถีอื่นใดอีกในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ ฉันคิดว่านี่คอนข้างจะจริง มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ง่ายเข้าใจได้ง่าย และปฏิบัติได้ง่าย ถ้าเธอเปรียบเทียบชีวิตที่ตั้งอยู่บนการปฏิบัติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ หรือในสังคมมนุษย์ขณะนี้ เธอจะพบว่าความจริงที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้เรานั้นมีค่าขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่ธรรมดามาก และการปฏิบัติก็ธรรมดามากด้วย กระนั้นก็ตาม เราจะต้องไม่เพิกเฉยกับมัน เราต้องค้นหาจนพบคุณค่านี้ยิ่งใหญ่นี้

ปกติแล้วอะไรที่เป็นเรื่องธรรมดา เราจะบอกว่า อ้อ ฉันรู้แล้ว มันธรรมดามาก ใครๆก็รู้กัน แต่ถ้าเราไม่พบคุณค่าของมัน ก็ไร้ความหมาย ก็เท่ากับการไม่รู้อะไรเลย ยิ่งเธอเข้าใจประเพณีของเธอเท่าไร เธอก็จะยิ่งเข้าใจว่าคำสอนนี้จริงแท้และสำคัญแค่ไหน เพราะฉะนั้น แทนที่จะเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ประเพณีของเธอ จงทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจในการฝึกวิถึชีวิตที่แสนจะธรรมดานี้ แล้วสังคมและประเพณีจะงอกงามจากตัวเธอเอง

ผ้ากำมะหยี่ดำ ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

งงกันละสิ เอามาทำไม ก็ไหนมีการพกผ้านาโนเอาไว้เช็ดหน้าเลนส์แล้วก็ผ้าธรรมดาที่เอาไว้เช็ดตัวบอดี้ก็มีแล้ว ทำไมต้องพกผ้าอะไรอีก อยากจะบอกเลยว่าผ้ากำมะหยี่สีดำนี้เราจะนำมาใช้ประโยชน์คนละแบบกับผ้าตัวอื่นเลย เอาเป็นว่าตัดคำว่าผ้าออกไปได้เลย เพราะเราจะไม่ใช้มันในฐานะผ้าเช็ด

และก็ขอย้ำเลยว่าห้ามเด็ดขาด ห้ามนำผ้ากำมะหยี่นี้ไปเช็ดอะไรทั้งนั้นเลย เพราะผ้ากำมะหยี่นี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการเช็ดหรือซับอะไรได้ดีสักเท่าไหร่ ผ้านาโนดีกว่ามากนักในเรื่องการเช็ดและซับน้ำ อีกทั้งขนของมันอาจจะไม่นิ่มนวลด้วยมากนัก นั้นจะทำให้เกิดเป็นรอยขนแมวได้ด้วย

ผ้านี้พกพาได้ง่ายๆ แต่การพกผ้าทั้งหมดสามผืนก็ถือว่าเยอะอยู่นะ แถมผ้านาโน และผ้ากำมะหยี่สีดำนั้นเป็นอะไรที่พยายามพับพยายามม้วนยังไงก็ยังคงมีขนาดอยู่แหละ ไม่ใช่ว่าจะเล็กขนาดนั้น ถ้าพกครับสามผืนละก็ ถึงขั้นทำเอาเสียช่องไปช่องหนึ่งได้เลยทีเดียว แต่ก็เพื่อสุขภาพของกล้องก้เป็นสิ่งจำเป็นนะ เจ้าผ้ากำมะหยีสีดำนี้สรุปแล้วเอาไว้ทำอะไรกันแน่ล่ะ มันคือผ้าที่เอาไว้ใช้ช่วยในเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพนั้นเอง

สำหรับชาวสายถ่ายภาพการแสดงไฟพลุเป็นอย่างเห็นได้ชัดเลย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็เป็นได้ เพราะเอาจริงๆก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะให้ผ้ากำมะหยี่นี้จะเอาไปใช้กับเทคนึกอย่างอื่นแล้วล่ะ วิธีนั้นก็คือต้องอาศัยเทคนิคที่สูงพอสมควรเลยล่ะ ต้องได้ทดลองหลายๆครับ แล้วนั้นก็ต้องใช้เวลาเยอะมากๆ

เพราะว่าเรื่องการจุดพลุเขาก็ไม่ได้จุดกันทุกวันทุกเดือนสักหน่อย กว่าจะได้ฝึกทีก็ต้องรอเทศกาลมาที นอกจากนั้นแล้ว เขาก็จุดกันแค่ทีเดียวด้วย ทำให้ฝึกทีเดียวก็ต้องรอทีเท่านั้นแหละ

วิธีฝึกนั้นก็คือวิธีฝึกที่ต้องใช้เทคนิคหน่อย คือการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้รอให้มีพลุขึ้นมา แล้วระหว่างนั้นชัตเตอร์ก็ยังไม่ปิดลงเช่นเดิม ฉะนั้นแล้วต้องนำผ้ากำมะหยี่มาปิดแทนชัตเตอร์ไว้ก่อนรอจนกว่าพลุจะจุดต่อ เทคนิคนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันล่ะ ก็เพื่อทำให้การถ่ายพลุนั้นดูอลังการงานสร้างแบบสุดๆยังไงล่ะ เราจะได้ภาพพลุจากทุกลูกที่จุดขึ้นมา

รวมอยู่ในภาพเดียว โดยกลายเป็นภาพที่มีความอลังการแบบสุดๆ รูปนี้จะทำให้เป็นการแสดงของพลุได้ครบถ้วนและสวยงามที่สุดของพลุ แต่การที่นำผ้ามาบังแสงไว้นั้น ก็ต้องระวังอย่าให้โดนกล้องและเลนส์จนำทให้กล้องสั่นหรือขยับ จะทำให้ฉากหลังนั้นเสียได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

วันตรุษจีน

วันตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญอย่างหนึ่งของคนจีน คล้ายกับวันสงกรานต์บ้านเรา และชาวจีนให้ความสำคัญในเทศกาลนี้มาก และมีการให้หยุดงานติดต่อกันหลายวัน เพื่อเตรียมตัวจัดงานวันตรุษจีน และมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ และเตรียมซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แกลูกหลาน และเลือกซื้อของขวัญให้แกญาติผู้ใหญ่ และมีการจุดดอกไม้ไฟเป็นที่สนุกสนาน

ความเชื่อในวันตรุษจีน

คนจีนจะเชื่อว่าการพูดในสิ่งไม่ดีในวันตรุษจีนนั้นจะส่งผลเสีย จึงห้ามพูดในสิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านในปีเก่าและจะห้ามพูดถึงเรื่องตายในวันตรุษจีนเด็ดขาด และยังเชื่ออีกว่า การร้องไห้ในวันตรุษจีนนั้นไม่ดี จะทำให้มีเรื่องเสียใจไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว วันนั้นจึงไม่มีการที่จะดุหรือตีเด็กไม่ว่าเด็กจะดื้อขนาดไหนก็ตาม และห้ามใช้ของมีคมในวันตรุษจีน เพราะจะถือว่าตัดโชคลาภออกไป และความเชื่อเหล่านี้ก็ยังทำกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน 

ของไหว้ในวันตรุษจีน

ประเภทอาหาร อย่างอาหารก็จะมีพวกหมู คนจีนเชื่อว่าการไหว้หมู จะนำความอุดมสมบูรณ์มาให้ การไหว้เป็ดเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และการไหว้ไก่ จะทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า การนำปลากับปลาหมึกแห้งมาไหว้ จะทำให้เงินทองเหลือกินเหลือใช้ การนำเม็ดบัวมาไหว้จะเชื่อว่าจะทำให้มีบุตรชายเกิดขึ้นมามากมายและการไหว้ด้วยถั่วตัดนั้นถือว่าจะได้ทอง การไหว้ด้วยหมี่ซั่วจะทำให้อายุยืนยาว และสาหร่ายทะเลสีดำนั้นเมื่อนำมาไหว้ จะนำความมั่งคลลั่งร่ำรวยมาให้และการไหว้ด้วยหน่อไม้ ถือว่าเป็นการอวยพรให้ร่ำรวยและผาสุก

ประเภทผลไม้  ผลไม้อย่างแรกเลยคือส้มสีทอง การไหว้ส้มสีทองนั้นถือว่าเป็นการสวัสดีปีใหม่มหามงคล และการไหว้กล้วยถือว่าเป็นการกวักโชคกวักลาภเข้ามา และการไหว้สาลี่นั้นก็เชื่อว่าเรียกเงินทองไหลมาเทมา และการไหว้ด้วยองุ่นจะมีความเพิ่มพูน และการไหว้ด้วยสับปะรดจะช่วยในด้านมีโชคลาภมาหา และการไหว้แอปเปิ้ลจะมีความสันติ

ประเภทขนม ขนมที่ยมไหว้ก็มีขนมถ้วยฟูและขนมสาลี่ เพราะจะเชื่อว่าจะมีความเจริญเฟื่องฟูและเพิ่มพูนรุ่งเรือง การไหว้ด้วยซาลาเปาและหมั่นโถจะโชคดี และไหว้ด้วยขนมเทียนและขนมเข่งจะมีความเจริญรุ่งเรือง และการไหว้ด้วยขนมจันอับจะมีความสุขตลอดไป

เทศกาลวันตรุษจีนก็ยังคงอยู่คู่กบคนไทยเชื้อสายจีนมาช้านาน และประเพณีได้ตกทอดมาสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน เพื่ออนุรักษ์และรักษา ประเพณีสืบต่อไป

 

ขอขอบคุณ บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ศิลปะกับแฟชั่นเสื้อผ้า

ศิลปะกับแฟชั่นเป็นสิ่งที่เมื่อมีการนำมาผสมผสานแล้วเกิดความลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์มากเลยทีเดียว หากพูดแล้วศิลปะคือความคิดสร้างสรรค์ การจินตนาการ แฟชั่นก็คงคงไม่ต่างกันเพราะกว่าจะมาเป็นแฟชั่นได้นั้น

ก็เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเช่นกัน ทำให้ในปัจจุบันศิลปะมักจะมาควบคู่กับแฟชั่นนั่นเอง

หากย้อนกลับไปในสมัยก่อนนั้นที่แฟชั่นยังไม่ได้มีการเปิดกว้างและแพร่หลายมากเท่าปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังมีคนที่มีควาคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการที่สามารถสร้างสรรค์และนำงานศิลปะมาผสมผสานกับแฟชั่นได้อย่างลงตัว เช่นเสื้อผ้าในสมัยก่อนๆนั้น จะมีการเย็บปักซึงการเย็บปักนั้นก็จัดอยู่ในรูปของศิลปะอย่างหนึ่งเพราะต้องมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบสิ่งที่จะเย็บปักต่างๆนั่นเอง

แต่นสมัยก่อนนั้นศิลปะจะโดดเด่นมากกว่าแฟชั่นเพราะคนในยุคก่อนนั้นถ้ามีการสร้างสรรค์ศิลปะลงบนงานที่เป็นเสื้อผ้าแล้วนั้นก็จะมีการทำแบบนั้นเพียงแบบเดียวไม่ได้มีการนำไปต่อยอดหรือดัดอแลงไปเป็นแบบอื่นๆ เช่นชุดไทย ก็จะเป้นการใช้ความคิดสร้างสรรคืออกมาเป็นแบบที่ได้รับความนิยมเพียงแบบเดียวเท่านั้นแต่อาจจะมีการเพิ่มลูกเล่นของชุดนั้นให้ดูแตกต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันมีการแพร่หลายทางด้านแฟชั่นมากขึ้นจึงทำให้มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์และจิตนาการออกมาผ่านเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย เราจะพบเห็นเสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นเรืองแฟชั่นและมีการสอดแทรกศิลปะที่แปลกใหม่ไว้อย่างมากมายตามแบรนด์ชื่อดังต่างๆทั่วโลกก็มีการนำศิลปะมาร่วมผสมผสานให้เกิดเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ขึ้นมานั่นเอง

เห็นไหมว่าศิลปะเป็นที่ไรข้อจำกัดมากๆ และแฟชั่นก็เช่นกัน เมื่อนำมารวมกัน ผสมผสานก็จะทำให้เกิดความแปลกใหม่และน่าค้นหาทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในแฟชั่นนั้นต้องมีงานที่เป็นสิ่งที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะกับแฟชั่นไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน แต่การนำศิลปะมาผสมผสานกับงานแฟชั่นที่มีความแตกต่างนั้นมักจะพบในแบรนด์ดังๆมากกว่าแฟชั่นทั่วไป

เพราะถือว่าสิ่งเหล่านั้นมีคุณค่าในตัวของมันและยิ่งหากแบรนด์ไหนสามารถสร้างารรค์และจิตนาการความแปลกใหม่ระหว่างศิลปะกับแฟชั่นได้อย่างดีแล้วนั้น แบรนด์นั้นจะเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมในงานศิลปะกับแฟชั่นตลอดไปอย่างแน่นอน 

จึงทำให้การแข่งขันในปัจจุบันในการรวมศิลปะในยุคก่อนๆกับแฟชั่นมีการแข่งขันที่สูงและดุเดือดมากและเนื่องด้วยคในยุคปัจจุบันมีความสนใจเกี่ยวกับทั้งแฟชั่นและศิลปะมากขึ้น ทำให้หากเกิดการสร้างสรรค์ใหม่ขึ้นมาคนเหล้านี้ก็จะให้การสนับสนุนในเรื่องศิลปะกับแฟชั่นนั่นเองถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีมูลค่าที่สูงแต่คนในปัจจุบันยอมที่จะจ่ายเพือสิ่งนั้นแน่นอน

 

ขอขอบคุณ Gclub ฟรี 500  ที่ให้การสนับสนุน

เหรียญที่มีราคามากที่สุดทำมาจากอะไร

สำหรับเหรียญนั้นคุณเองอาจจะเคยเห็นเหรียญของเรามาแล้วใช่ไหมว่าเหรียญนั้นอาจจะดูธรรมดาเกินไปแต่คุณอยากรู้หรือป่าวว่าในประเทศนี้เรามีเหรียญที่แปลกประหลาดอยู่จริงหรือซึ่งในแต่ละเหรียญนั้นคุณเองก้ยังไม่เคยเห็นว่าเหรียญที่มันมีรูปร่างแปลกๆนี้มันเป็นยังไงแล้วถูกค้นพบที่ไหนมีรูปร่างเป็นยังไงบ้างเรามีดูเหรียญที่น่าแปลกกันเลย

เหรีญยกษาปณ์ทองคำยักษ์  หากเราแค่ได้ยินว่าเป็นเหรียญทองคำก็ตาตื่นกันแล้วเพราะว่ามันเป็นเหรียญเพราะว่ามันเป็นเหรียญทองคำยักษ์ที่มีความบริสุทธิ์9.99%และมีน้ำหนักมากถึง100กิโลกรัมและนอกจากความใหญ่แล้วยังมีการแกะสลักอย่างสวยงามอีกด้วยโดยด้านหนึ่งแกะสัลกเป็นรูปใบเมลเปิลส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปจำลองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเสนอราคาของเหรียญทองคำยักษ์นี้ก็ตามปริมาณและคุณภาพอยู่ที่ราคา30ล้านบาท

ส่วนจุดประสงค์ที่ผลิตเหรียญยักษ์ทองคำนี้ขึ้นมาก็เอาไว้เพื่อโปรโมทเหรียญทองคำแท้ของโรงกษาปณ์ในแคนาดาซึ่งแน่นอนว่ามีเหรียญทองคำเป็นการดึงดูดลูกค้ายอดของการสั่งซื้อเหรียญก็เยอะมากขึ้นอย่างหน้าตกใจทำให้โรงงานกษาปณ์ต้องจำกัดปริมาณการสั่งซื้อกันเลยล่ะแต่ใช่ว่าเป็นตัวโชว์และจะไม่มีการจำหน่ายเพราะมีนักลงทุนจากแคนาดาได้จัดซื้อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหรียญโลหะขีปนาวุธนิวเคลียร์  ซึ่งมันอาจจะมีเหมือนเหรียญธรรมดาทั่วไปแต่หากเรารู้ที่มาที่ไปของมันแล้วละก็เป็นจะต้องอึ่งเพราะอะไรคุณรู้ไหมเพราะมันทำมาจากโลหะของขีปนาวุธR12ของสหภาพโซเวียตที่ถูกทิ้งอันตรายแบบนี้ตอนทำจะไม่อันตรายหรอผู้ผลิตยืนยันว่าถึงว่ามันจะเป็นขีปนาวุธร้ายแรงมาก่อนแต่ปัจจุบันไม่เป็นอันตรายต่อสขภาพแน่นอนทำไมเขาถึงเอามาทำเป็นเหรีญยของขีปนาวุธกันมันมาจากแนวคิดของโรงกษาปณ์มอสโคที่ต้องการจะผลิตอะไรสักอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขแล้วเกิดมีความคิดขึ้นมานำโลหะด้านนอกของขีปนาวุธที่ถูกทำลากนำมาผลิตเป็นเหหรียญระลึกแต่ใครนั้นอยากได้ก็ต้องรีบหน่อยเพราะโรงกษาปณ์จะผลิตมาแค่107000เหรียญเท่านั้นและก็จะไม่มีการผลิตออกมาอีก

เหรียญที่มีมาดังที่กล่าวมีประวัติที่เราน่าค้นหาและเรื่องที่เรานั้นควรรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรจาลึกเพื่อหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเล่าหรือประวัติเพื่อเป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้ลูกหลานได้รู้สึกถึงความเป็นมาของสิ่งที่น่าจดจำทั้งหลาย และสิ่งที่เรานั้นได้เคารพและเป็นสิ่งที่เราได้ศึกษาก็ควรให้บุคคลอื่นได้สัมผัสว่ามีที่มาแบบที่เราควรจดจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

ตำนานแห่งสัจจะวาจาที่ เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

ในความเชื่อของเมือลลับแลที่มีมาอย่างยาวนาน ในอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

เป็นอันสะท้อนให้เห็นถึงสัจจะวาจาของคนที่อยู่ในเมืองลับแลหากแม้ว่าพูดเท็จเพียงแค่หนเดียวก็จะต้องให้ออกจากหมู่บ้านไปโดยเฉพาะชายหนุ่มที่อาศัยอยู่ที่เมืองลับแลในส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่รักษา สัจจะวาจา และจึงเป็นเหตุที่จะต้องให้ทำตามกฏก็คือจะต้องออกจากหมู่บ้านนี้ไปจึงทำให้เป็นเมืองที่มีแต่เพียงผู้หญิงเท่านั้นที่อาศัยอยู่สำหรับผู้หญิงแต่ละคนนั้นล้วนก็เคยผ่านการมีสามีมาทั้งนั้น เมืองลับแล

จึงได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองแม่ม่าย ตำนานของ อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ซึ่งได้เป็นอีกหนึ่งตำนานที่เรื่องลือที่เกี่ยวกับเมืองลับแลจึงทำให้ในปัจจุบัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ถูกขนานนามว่า เมืองลับแล นานมาแล้วได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งได้เข้าไปในป่าเขาก้ได้เห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งมีหน้าตาสวยงามได้เดินออกมาจากข้างในป่าผู้หญิงเหล่านี้ได้นำเอาใบไม้ที่เขาได้ถือมาก้ได้เอาไปซ่อนเอาไว้ที่สถานที่ต่างๆ

จากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปในเมืองชายหนุ่มคนนี้ได้อาบมองอยู่จากนั้นเขาก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าใบไม้ที่หญิงสาวผู้นั้นที่ได้เอาไปซ่อนไว้มันคือสิ่งใดกันชายผู้นั้นก็ได้หยิบมาหนึ่งใบจากนั้นเมื่อหญิงสาวคนนั้นได้เดินกลับมาจากในเมืองก็ได้พากันมาตามหาใบไม้ตามจุดต่างๆที่ตนนั้นได้ซ่อนเอาไว้สำหรับคนที่เจอใบไม้ก็ได้เดินเข้าไปในป่าจากนั้นเขาก็ได้หายไปกับตา เชื่อกันว่าใบไม้นั้นมันก็คือกุญแจที่จะเข้าไปยังเมืองลึกลับ

แต่ผลปรากฏว่าได้มีหญิงสาวรายหนึ่งที่ไม่พบใบไม้ของตนเพราะว่าชายหนุ่มคนนั้นได้แอบหยิบเอาไปนั่นเองและเมื่อเขาได้แอบมองเห็นทาทางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูทาทางเป็นกังวนอย่างมากเขาก็ได้ออกมาจากที่ซ่อนแล้วก็คืนใบไม้ให้เธอแต่ก็ยังมีข้อแม้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็จะขอติดตามเธอไปยังเมืองลึกลับแห่งนั้น

เพราะเขาได้เชื่อว่าเธอและเพื่อนๆของเธอเป็นชาวเมืองลับแลอีกทั้งตัวเขาเองก็ปรารถนาอยากไปเยือนเมืองลับแลสักครั้งหญิงสาวผู้นี้ไม่มีทางเลือกจึงได้ยินยอมให้ชายหนุ่มตามเข้าไปด้วยเมือได้เข้าไปในเมืองแล้วชายหนุ่มก็เห็นว่าทั้งเมืองก็มีแต่ผู้หญิงอาศัยอยู่ทั้งนั้นเธอผู้นี้ก้ได้เล่าว่าหมู่บ้านของพวกเธอ

เป็นคนมีศรีธรรมถือสัจจะวาจาไม่พูดปดหากใครที่ทำผิดก็จะต้องออกจากเมืองทันทีโดยที่ไม่มีข้อแม้และสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้มีแต่ผู้หญิงก็เพราะพวกผู้ชายไม่ค่อยรักษาสัจจะวาจาจึงทำให้ต้องออกจากหมู่บ้านไปทันทีนั่นเอง

 

รถมอเตอร์ไซค์ที่คนไทยสมัยนี้ลืมกัน

สำหรับรถรุ่นนี้เป็นรถของ คาวาซากิเมจิก สำหรับคาวาซากิในอดีตเรียกได้ว่าเคยทำรถเล็กจนประสบความสำเร็จมาแล้วหลายรุ่นด้วยกันหลายคนนั้นก็อาจจะรู้จักกับอย่าง คาเซ่ หรือว่า เชียร์ และก็ยังมีรถเล็กที่ยังไม่ประสบความสำเร็จด้วยนะอย่างเจ้ารุ่นนี้ที่มีชื่อว่าคาวาซากิเมจิกเครื่อง110cc 2จังหวะก็ถือได้ว่าเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ว่าทำตลาดในประเทศไทย

ได้สักพักหนึ่งในช่วงประมาณปี 38 – 40 จริงๆแล้วสำหรับรถรุ่นนี้แทบจะไม่มีข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตสักเท่าไรเพราะว่าเป็นหนึ่งรุ่นที่คาวาซากิทำตลาดแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จในประเทศไทยแต่ว่าเพื่อนข้างๆเคียงก้นิยมกันพอสมควรในอดีตพูดได้ว่าราคาของมันนั้นอยู่ที่หลักพันแต่ว่าอาจจะมีตังค์แล้วก็อาจจะซื้อไม่ได้เพราะว่าเจ้าคาวาซากิเมจิกนั้นหาซื้อกันไม่ได้ง่ายๆแล้ว

สำหรับรถรุ่นนี้ก้ยังอยู่ในรุ่นของ คาวาซากิ เจ้ารุ่นนี้มีชื่อเรียกว่า คาวาซากิZX130เป็นรถแม่บ้านสุดล้ำในยุคนั้นบอกได้เลยว่าดีทรายมาจากอนาคตได้เลยเพราะว่าเรื่องออฟชั่นของมันนั้นมีมากมายเรื่องโดดเด็ดที่สุดคือเรื่องของการเปิดฝาถังน้ำมันเจ้าน้เป็นต้นๆเลยได้เริ่มทำถังน้ำมันเอาไว้ข้างหน้าในการเติมน้ำมันนั้นก็ไม่ต้องลงจากรถแต่ในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นของแปลกมากๆในช่วงเปิดตัวขอ ZX130 ตอนนั้นทางค่าย คาวาซากิ เหมือนกำลังจะเดินเซก็เรียกง่ายๆว่ายอดขายในตอนนั้น

ไม่ค่อยเป็นไปตามที่คิดเอาไว้สักเท่าไรก็เลยเขนเจ้าXZ130นี้ออกมาวางขายแต่สักพันยอดขายนั้นมันก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าเท่าไรก็เลยได้ปิดตำนานXZ130เอาไว้ท้ายที่สุดแล้วในปัจจุบันก็กลายเป็นรถลิมิเต็ดที่ไม่มีให้เห็นวิ่งบนท้องถนนเหมือนเคย

สำหรับรถรุ่นนี้เป็นรุ่น ซูซูกิเบส เจ้านี้ถือว่าเป็นรถขวัญใจของแม่บ้านจากค่ายซุซุกิในตอนนั้นเลยนะเวลานั้นทางซุซุกินั้นยอดขายถือว่ายังไม่อ่อนค่าเท่ากับสมัยปัจจุบันซึ่งซุซุกิเบสนี้เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ขายดีกว่าสปาร์คจากยามาฮ่าในตอนนั้นยอดขายจของสปาร์คในเวลานั้นถือว่าสู้ซุซุกิเบสไม่ได้เลยแต่ในปัจจุบันเราแทบจะไม่เห็นซุซุกิเบสวิ่งบนท้องถนนนี่นับ

แค่ใน กทม. เท่านั้นก้ไม่เห็นมีแล้วหรือว่าที่ไหนมีก็บอกต่อกันมาได้นะแต่สมัยบ้านผมก็ไม่ค่อยมีแล้วแต่ทุกวันนี้ก็ไม่เห็นรถซุซุกิเบสแล้วจะเห็นแต่เพียงก็สปาร์คที่มีเห็นอยู่ในปัจจุบัน

รถมอเตอร์ไซค์ที่ตกรุ่นในสมัยก่อน

วันนี้เราจะมาพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่คนไทยนั้กำลังจะลืมหรือรถที่กำลังจะถูกลืมในปัจจุบันนี้บางรุ่นก็มักจะขายดีในอดีตบางรุ่นก็อาจจะพับตลาดไปตั้งแต่ตอนเริ่มเลยก็ได้

สำหรับรุ่นแรกด็มาจาก แบรนด์คาจิว่า  เจ้าคาจิว่านั้นก็ถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์จากทางอิตาลีคือในอดีตนั้นได้ทำตลาดในหลายรุ่นหนึ่งในนั้นก็จะเป็น คาจิว่า F4 150 เป็นรถนักเก็ตไบค์150ccตอนนั้นจัดได้ว่ามีออฟชั่นที่ครบถ้วนทั้งคันเลยทีเดียวแต่ว่าเรื่องของราคาบางคนก็บอกว่าแพงบางคนก็บอกว่าถูกแต่ราคานั้นคาดว่าเกินแสนอย่างแน่นอน

แต่ว่าในช่วงหลังๆ ทางคาจิว่าก็ดูเหมือนจับพับตลาดไปก็เลยเปลี่ยนมือ F4 150 ตกไปอยู่ในมือของไทเกอร์ ก็เลยได้ผลิต ไทเกอร์4 ออกมาจำหน่ายแต่ก็ออกมาแปปพอกับคาจิว่าและทุกวันนี้ก็แทบจะไม่เห็นในถนนเมืองไทยอาจจะไม่เคยเห็นวิ่งกันเลยก็ได้สำหรับรุ่นนี้

สำหรับรุ่นนี้ก็ยังอยู่กับแบรนด์  คาจิว่า ที่มีชื่อว่า คาจิว่าสเตลล่า  เจ้าสเตลล่ามีสอง2cc จะมีตัว115cc 125ccเจ้าสเตลล่าจัดว่าเป็นรถรุ่นหนึ่งที่มีออฟชั่นเต็มสุดๆแถมแบรนด์ยังมาจากอิตาลีอีกด้วยในตอนนั้นถือว่าเป็นการขายแบรนด์ขายออฟชั่นจะเรียกเจ้าสเตลล่านี่นะเป็นรถ กระเทยที่ไฮโซเลยก็ว่าได้คือมันค่อนข้างที่จะมีราคาสูงกว่าเพื่อนๆในตลาดในตอนนั้นเมื่อยอดขายจะไม่ดีมากแต่ในตอนนั้นสร้างเรื่องของความเร็วเอาไว้ได้อย่างสุดๆเลย

ในเรื่องของระบบวาวต่างๆ และก็ออฟชั่นภายในจัดว่าเจ๋งกว่ารถญี่ปุ่นในตอนนั้นสะอีกอย่างที่ได้ยินกันมาว่าเจ้าคาจิว่าสเตลล่าคันนี้มีความมีความเร็วมากกว่ากระเทยตัวแรงจากทางค่ายHONDAนั้นก็คือโนวาแดช

สำหรับรุ่นนี้มีชื่อว่า จีล่าซีx เจ้านี้จัดว่าเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตในช่วงนั้นเลยก็ว่าได้สำหรับปีที่เปิดตัวในอิตาลี่ก็คือปี 1989นำเข้ามาขายในประเทศไทยในปี1991ด้วยในราคา 85000บาทในยุคนั้นต้องบอกเลยว่ารถญี่ปุ่นในเมืองไทยอย่างพวกHONDA NSR หรือพวก รถวิคเตอร์ ราคาไม่ถึง50000เลยสักคันแถมยังเป็นเครื่อง150cc

แต่กับเจ้า CXตัวนี้นะตัวเครื่องนั้นจะมากับ125ccเท่านั้นถึงแม้ว่าจะมีออฟชั่นที่เยอะมากกว่าเพียงใดแต่ก็ยังไม่สารมารถทำตลาดได้จึงทำให้ในรถรุ่นนี้มียอดขายที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรในตอนนั้นแต่ก็บอกเลยว่าถ้าในปัจจุบันมีอยู่ถือว่าสุดยอดมาก

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

วันชาติ

วันชาติ เป็นการเฉลิมฉลองอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นทั่วโลก

เเต่ไม่ใช่จัดขึ้นเวลาเดียวกันทั้งโลก เเต่เป็นการเเสดงความยินดีกับประเทศของตัวเอง ซึ่งวันชาติเเต่ละประเทศนั้นก็ไม่ตรงกันอยู่เเล้ว วันชาติของประเทศอื่นอาจมีการเฉลิมฉลองไม่เหมือนกัน วันชาติจัดมาเพื่อเเสดงความเป็นเอกราชของประเทศชาติที่กว่าจะมีชาตินี้ได้มันผ่านอะไรมาบ้าง วันชาติเเต่ละประเทศจะมีการเฉลิมฉลอง เช่น การเดินขบวนพาเหรด การเเต่งชุดประจำชาติ การติดไฟประดับตกเเต่งไห้กับสถานที่สำคัญ

หลายๆประเทศใช้วันเอกราชมาเป็นวันชาติ เพราะที่ต่างประเทศจะเเยกตัวออกมาจากการเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่นทั้งนั้น จึงยกวันที่เเยกตัวออกมาจากประเทศอื่นเป็นวันชาติ หมายความว่าประเทศได้เป็นเอกราชเเล้วนั่นเองวันชาติถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของคนทั้งประเทศ ในเเต่ละเดือนจะมีวันชาติของประเทศต่างๆเกิดขึ้น 

ประเทศที่จัดวันชาติที่ยิ่งใหญ่เเละสวยงามที่สุดคือประเทศฝรั่งเศส จะเปิดเเสงไฟเเละของประดับตกเเต่งรอบทั้งเมือง เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศตัวเอง โดยวันชาติเเถบๆเอเชียนั้น ก็จะมีความเเตกต่างกันออกไป เช่น การทำธงใหญ่ๆมาโชว์ การทำธงประจำชาติตัวเองปักตามทางตามถนน เพื่อเเสดงถึงความมีเอกราช

ส่วนประเทศไทยของเราวันขาติตรงกับพ่อพอดี ประเทศไทยจึงมีการจัดทำบุญใหญ่ ตักบาตรกันเเต่เช้า สวดมนต์ ไม่ค่อยเฉลิมฉลองกันเหมือนเเถบยุโรปเท่าไหร่นัก เพราะว่าประเทศไทยตรงกับวันพ่อพอดี เลยต้องมีการทำบุญตอบเเทนคุณพ่อเเม่ไปด้วย จึงมีการสวดมนต์ทำบุญครั้งใหญ่ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนิกชนเเละตรงกับวันพ่อพอดี ก็เลยมีการจัดการทำบุญครั้งใหญ่นั่นเอง บอกได้เลยว่าวันชาตินั้นเป็นวันที่มีความยิ่งใหญ่เเละสำคัญที่สุดของคนในประเทศนั้น ๆเพราะกว่าจะมาเป็นประเทศได้ต้องผ่านอะไรมาบ้างเช่น การตกเป็นเมืองขึ้น 

การต้องเอาเเผ่นดินบางส่วนเข้าเเลกกว่าจะเเยกออกมาเป็นประเทศ ซึ่งเมื่อถึงวันชาติเเล้ว ประเทศอื่นๆก็ต่างเเสดงตัวเองว่ารักชาติ เพราะทุกประเทศมีเรื่องราวเเละประวัติศาสตร์ของมัน ต้องจัดเพื่อลำลึกว่าประเทศเรากว่าจะเป็นเอกราชได้ต้องใช้เวลานานขนาดไหน วันชาติจึงมีความสำคัญที่สุดของประเทศนั้น ๆ

เเต่ละประเทศจัดไม่เหมือนกัน เพราะประวัติความเป็นมาของประเทศจะยากลำบากต่างกัน บางประเทศรักประเทศเเบบยิ่งใหญ่ ก็จะจัดเเบบอลังการหน่อย สุดท้ายนี้วันชาติก็เป็นวันที่ทุกประเทศต้องลึกลึกถึงความหลังอยู่เเล้วว่ากว่าจะเป็นเอกราชจะต้องเสียอะไรมาบ้าง วันชาติจึงเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของทุก ๆประเทศ

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ประวัติฉายาจวรดทาง จิ๊กโก๋ โลเดียว หรือ RGV

วันนี้ก็จะมาพูดถึงรถรุ่นหนึ่งที่อาจถูกลืมไปแล้วในปัจจุบันนี้ก็อยากจะให้มันกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่งซึ่งถามว่ามีคนเล่นอยู่ไหมก็มีแต่ว่ามันน้อยเพราะว่ามันเป็นรถนอกกระแสแต่จะบอกอะไรให้นะตัวนี้เลยที่เป็นตำนานที่กล่าวกันมาอย่างยาวนานในเรื่องของความแรงของมันก็คือ RGV150ccนั่นเองซึ่งสมัยนั้นมันเป็นยังไงกันบ้างเดิมพันยังไงกันบ้างและในสมัยนั้นในยุค90 S ตำรวจก็ยังไม่กล้ายุ่งเหมือนในสมัยนี้ก็บอกได้เลยว่ามีความสุขจริงๆ

ซึ่งเป็นรถRGV150ccที่สมัยก่อนไม่มีใครนั้นรู้จักกันเดี๋ยวเรามาฟังข้อต่างๆ

ในรถคันนี้กันก็คือเป็นลักษณะหม้อลมหรือเสื้อลมเป็นการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพแต่ไม่เหมาะกับเอาไว้ขับขี่ในช่วงระยะที่ยาวๆเพราะว่ามันนั้นจะระบายความร้อนไม่ทันลูกสูบมันร้อนพอมันร้อนเสร็จลูกสูบก็จะขยายเมื่อลูกขยายเสร็จก็จะทำให้ลูกสูบนั้นติดนี่แหล่ะที่มีอีกฉายาหนึ่งที่เรียกว่า ( จิ๊กโก๋ โลเดียว ) โลแรกมาได้เลยแต่ถ้าถึงโลที่สองแล้วละก็ยกคันเร่งกำครัชอย่างเดียวเพราะว่าเดี๋ยวลูกสูบจะติดเอานะครับ

ก็รถนั้นได้ทำมาให้เหมือนกับขับในระยะสั้นๆก็คือถ้าวัดกับรถสแตนดาส150ccจากโรงงานระยะทาง500เมตรถึง1กิโลถึงว่าRGVกินหมดทุกคัน ( ถ้าเป็นรถเดิมๆจากโรงงานนะจ๊ะ ) RGV150ccเป็นรถรุ่นแรกที่เป็น150ccที่รถนั้นได้ออกมาก่อนเพื่อนทุกรุ่นแต่ในเมื่อระยะเวลาไม่นานก็ถูกทาง ยามาฮ่า ออกตัวใหม่มาก็คือ VR150 ก็ออกมาด้วยแรงม้าที่เหนือกว่าสองรุ่นนี้ 28.5และได้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำซึ่งแช่ได้นานกว่า RGV อย่างแน่นอน

แล้วต่อมาก็มี NSR150Rตาเหลี่ยมและสุดท้ายก็ปิดท้ายด้วย คาวาซากิ KR150Rใบพัดตัวแรกก็นับตั้งแต่รถรุ่นอื่นนั้นได้เปิดตัวมาจากนั้นก็ทำให้รถรุ่น RGV นั้นได้ตกรุ่นไปหากจะมองข้อได้เปรียบของ RGV ที่จะพอสู้ได้นั้นในสมัยนั้นเขาจะพูดถึงเรื่องราคาถูกกว่าชาวบ้านเขาเพราะว่า รุ่นอื่นๆก็ 50000 55000 เกือบหกหมื่นแต่ RGV คันนี้ราคาอยู่ที่42500บาท

สมัยนั้นทองบาทละ4500 ลักษณะเครื่องยนต์ของ RGV เป็นหม้อลม มีความล้าหลังแต่ความล้าหลังนั้นก็ยังมีข้อดีดีที่สุดเลยในเรื่องของไม่มีการจุกจิกในการระบายความร้อนด้วยน้ำไม่ต้องกลัวว่าหม้นน้ำนั้นจะแห้งหรือป่าวหรือกระทั้งหม้อน้ำรั่วไม่ต้องไปเช็คให้เสียเวลาต้องนั้นเลยสะบายใจได้เลยแต่ก็ต้องแลกกับความแรงที่หายไปเพราะไม่สามารถแช่ในรอบสูงได้เนเวลานานเหมือนกับรถระบายความร้อนด้วยน้ำนะ