ขั้นตอนการจัดพิธีงานศพของไทย

การจัดงานศพถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่ญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัว จะกระทำให้กับผู้ที่เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติและระลึกถึงความดีของผู้เสียชีวิตในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ 

หลังจากมีผู้เสียชีวิตหรือมีคนตายเกิดขึ้นเราจะต้องจัดการตามลำดับขั้นตอนดังนี้

  1. การแจ้งตาย  เมื่อมีคนตาย ก่อนที่เราจะจัดพิธีงานศพขึ้นเราจะต้องไปแจ้งตายก่อน โดยญาติจะต้องไปทำเรี่องแจ้งตายที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นภายในเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อขอให้ออกใบมรณบัตร และเราจะต้องนำใบมรณบัตรพร้อมทะเบียนบ้านไปทำเรื่องต่อที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นตามภูมิลำเนาของผู้ตายเพื่อให้จำนายว่าเสียชีวิตแล้วซึ่งต้องทำเรื่องภายใน 15 วัน
  2. การนำศพที่ไปวัด เมื่อแจ้งตายแล้วให้ติดต่อไปยังวัดที่จะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ถ้าหากผู้เสียชีวิตเสียที่โรงพยาบาล ก็สามารถบอกกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้จัดรถส่งศพให้ ทั้งนี้ทางญาติผู้เสียชีวิตควรจะเตรียมเสื้อผ้าเพื่อแต่งตัวศพ เตรียมผ้าแพรสำหรับคลุมศพ และรูปภาพที่จะตั้งหน้าศพไว้ให้เรียบร้อย
  3. การอาบน้ำศพ หรือพิธีรดน้ำศพ  ก่อนที่เราจะนำศพใส่ลงในโลงญาติจะต้องทำพิธีรดน้ำและแต่งตัวศพให้เรียบร้อยก่อน พิธีรดน้ำศพเริ่มจากญาติและลูกหลาน ทำการจุดธูปคนละหนึ่งดอกไหว้ขอขมาต่อศพ ที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นญาติจะรดน้ำศพก่อน แล้วค่อยทยอยมาเป็นแขกผู้มาร่วมงาน เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับ    เราเชื่อกันว่าการอาบน้ำศพจะทำให้คนตายไปสู่โลกอื่นอย่างบริสุทธิ์
  4. การจัดสวดอภิธรรม  จะเริ่มจัดสวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ตั้งศพและจัดสวดทุกวันในตอนกลางคืน  ส่วนมากนิยมจัดสวดกัน อยู่ที่ 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน ตามแต่เจ้าภาพสะดวก ซึ่งจะนิมนต์พระมาสวดจำนวน 4 รูป เมื่อสวดพระอภิธรรมจบแล้ว เจ้าภาพก็จะถวายปัจจัยเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จุดประสงค์ของการสวดอภิธรรมก็เพื่อที่จะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย  รวมถึงเจ้าภาพและแขกที่มาร่วมฟังสวด ได้แสดงออกถึงความเคารพนับถือและความกตัญอยู่ต่อผู้ตายอีกด้วย
  5. การฌาปนกิจศพ  หลังจากการสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายสิ้นสุดลงในวันรุ่งขึ้นจะมีพิธีฌาปนกิจ ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการจัดงานศพ เริ่มจากนำโลงศพลงจากศาลา มาที่เมรุเดินเวียนทางซ้ายสามรอบก่อนนำศพขึ้นสู่เมรุ เมื่อถึงกำหนดเวลาเจ้าภาพจะอ่านประวัติและกล่าวคำไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเชิญแขกผู้ใหญ่ทอดผ้าบังสกุล และเมื่อประธานในพิธีทอดผ้าป่าบังสกุลเสร็จแล้ว จึงจะเชิญแขกผู้มาร่วมงานขึ้นประชุมเพลิง ในพิธีฌาปนกิจนั้นได้ให้ แง่มุมเกี่ยวกับธรรมะว่า สิ่งใดในโลกล้วนอนิจจังทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ฉะนั้นตอนมีชีวิตอยู่ควรจะหมั่นทำความดีและสร้างบุญกุศลเอาไว้มากๆ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ประเพณีและวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานของไทย

 เชื่อว่าไม่ว่าจะสัญชาติไหนก็ตาม ล้วนต่างมีความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณีด้วยกันทั้งนั้น

การที่มีวัฒนธรรมที่ดีนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วแต่ทว่าการมีประเพณี วัฒนธรรมนั้นต่างกันออกไปตามพื้นที่ สัญชาติ หรือประเทศ เพราะสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสิ่งรอบข้างหรือความเป็นอยู่ ไม่มีทางที่จะทำให้เป็นเหมือนกันได้ทั่วโลกอย่างแน่นอน เพราะคนเรามีความคิด ความชอบ ที่แตกต่างกันออกไป สิ่งๆเหล่านี้จึงเป็นประเพณีที่น่าค้นหา และน่าศึกษาเป็นอย่างมาก

วัฒนธรรมและประเพณีที่มีความต่างกันดีอย่างไร

ลองคิดเล่นๆดูนะว่าหากวัฒนธรรมประเพณีต่างๆเหมือนกันทั่วโลกจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่สำคัญก็น่าจะเป็นสองสิ่งนี้คือมีข้อดีและข้อเสีย แต่ทว่าหลักความเป็นจริงก็ไม่สามารถนำมารวมกันได้เลยแม้แต่น้อย จะให้ทุกพื้นที่มีวัฒนธรรมหรือประเพณีเดียวกันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ข้ามคำว่ายากไปได้เลยเพราะไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้จริง

แต่ถ้าหากพูดถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมมีความดีอย่างไร ตามความคิดของฉัน ฉันว่ามันเป็นการดีอย่างหน฿ง เป็นการน่าค้นหาเป็นอย่างมาก การที่ฉันได้ออกท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆมันทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมต่างๆที่มีความหลากหลายไปจากในสิ่งที่ฉันเจอมา มันมีความน่าค้นหา มีประวัติที่น่าสนใจ ตามพื้นที่นั้นๆ 

การท่องเที่ยวแล้วไปเจอวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆเป็นเรื่องที่ดี

เพราะการที่เราได้ท่องเที่ยวก็เพียงเพราะต้องการเจออะไรที่มีความต่างออกจากเดิมหรือสิ่งที่เห็นและสัมผัสอยู่ ดังนั้นการที่เราได้ท่องเที่ยวได้พบเห็นกับวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ได้สัมผัสถึงวิถีการใช้ชีวิตแบบในที่ๆเราไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันเป็นการแลกเปรี่ยนประสบการณ์ค่อนข้างดี บางอย่างก็บ่งบอกให้เราอยากกลับไปสัมผัสอีก แต่บางที่ก็ช่างน่าค้นหาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเพณีต่างๆ วัฒนธรรมต่างๆหรือแม้กระทั่งการดำรงชีวิตความเป็นอยู่หรือเรื่องลี้ลับที่น่ากลัวก็ตาม 

ทำไมตามความเชื่อของแต่ละพื้นที่มีความเชื่อที่แตกต่างกัน 

ความเชื่อของคนส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราได้อยู่กับพื้นที่นั้นๆ ได้ฟังถึงเรื่องเล่าของสถานที่ และการปฎิบัติกันมาตามรูปแบบเดิมที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดเป็นความเชื่อสืบทอดกันมา และยังคงเป็นการปฏิบัติต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อาจจะมีการผิดแปลกไปจากเดิมบ้างในบางพื้นที่ เนื่องจากการสืบทอดในรุ่นสู่รุ่นย่อมมีการคลาดเคลื่อนกันไปบ้าง แต่ก็ยังคงดำรงต่อกันมาและน่าจะสืบทอดต่อกันไปตลอดกาล 

สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเราๆ ควรจะสืบทอดประเพณีในรูปแบบเดิมๆให้เหมือนเดิมมากที่สุด

เพื่อประเพณีหรือวัฒนธรรมแบบเก่าๆจะได้ไม่หมดไป และเพื่อให้ลูกหลานของเราได้ตะหนักถึงที่มาของพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่และเรื่องเล่าของคนรุ่นเก่าๆประวัติและอะไรที่สำคัญๆจะได้ไม่หมดไป